เมื่อวันเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ มีโอกาสอันดีที่ได้ไปร่วมกิจกรรมดี ๆ มาอีกแล้วจ้า วันเสาร์ไปร่วมกิจกรรม “พลังแห่งรักและเข้าใจ” จัดโดยธนาคารจิตอาสา วันอาทิตย์ไปงาน “ตื่นรู้3” จัดโดยโรงเรียนทอสีและกลุ่มกัลยาณมิตร
แนะนำ ใครไม่ค่อยมีเวลา ต้องการแบบสรุป อ่านตัวสีชมพูก็น่าจะได้ใจความอยู่นะคะ
เคยได้ยินคำนี้ไหมค่ะ “เหตุบังเอิญไม่มีในโลก” ตั้งแต่ฝึกหัดปฏิบัติธรรมมาเล็กน้อย ก็เริ่มจะเชื่อคำนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ มันมีหลาย ๆ ครั้งที่รู้สึกว่า “เฮ้ย มันบังเอิญไปหรือเปล่านะ” มันบังเอิญที่เราไปเห็นในโพสต์ของกัลยาณมิตรในFacebook และบังเอิญเปิดมาสักพักแต่ยังไม่เต็ม ทั้ง ๆ ที่ผู้จัดบอกว่าปกติจะเต็มตลอดๆ อันนี้หมายถึงกิจกรรมแรก และบังเอิญเหลือเกินที่ทั้ง 2 กิจกรรมที่เข้าร่วมนั้น เป็นอะไรที่คล้ายกัน บางอย่างเหมือนกันเลย จึงเป็นเหมือนการอบรมต่อเนื่องมา 2 วัน คนละเรื่องแต่ก็เชื่อมโยงกัน หลังจากฟังมีคำถามคาใจที่ไม่ได้คำตอบ และบังเอิญเหลือเกินที่วันนี้ระหว่างไปรอรับสามีที่ทำงาน ก็ลืมหยิบหนังสือไปอ่านเพื่อรอเวลา จึงเปิดวิทยุคลื่นที่ชอบ ๆ ฟัง (FM 89.25 อยู่กทม.) เป็นคลื่นที่บังเอิญเจออีกล่ะ เพิ่งเริ่มฟังเมื่อปีนี้ และบังเอิญอีกเหลือเกินท่านก็ตอบคำถามที่คาในใจเราได้อย่างตรงใจ เหมือนท่านเทศน์ให้เราฟังเฉพาะ เลยได้คำตอบแบบเจาะใจฮ่าๆๆ เอาล่ะ ยาวไปไม่เข้าเรื่อง เป็นคนไม่ค่อยมีเวลาที่จะพิมพ์เรื่องสั้น ๆ จึงต้องรบกวนสายตาผุ้อ่าน พิมพ์ทีไรยาวทุกที มุกนี้ได้มากจากการฟังธรรมของพระอาจารย์ชยสาโร ท่านว่า การเขียนอะไรสั้น ๆ นั้นยากและต้องใช้เวลานานกว่า เพราะต้องใช้ปัญญาในการคิดสรุปใจความสำคัญให้สั้น ครบถ้วนกระบวนความ ยาวไปอีก เข้าเรื่องจริงๆ
ก่อนอ่านขอทำความเข้าใจอีกนิด การสรุปนี้เป็นการฟังและนำมาคิดตีความด้วยส่วนหนึ่งนะคะ ไม่ใช่การคัดลอกมา เป็นการตกผลึกความรู้แบบนั้น
กิจกรรมพลังแห่งรักและเข้าใจ กระบวนกรคือคุณธนัญธร เปรมใจชื่น ขอเรียกว่าอาจารย์น้อง เป็นแนวจิตตปัญญาศึกษา หลักๆ คือ จัดกิจกรรมให้คนที่มาเข้าร่วมได้เรียนรู้ข้างในจิตใจตัวเอง จัดเก้าอี้เป็นวงกลมใหญ่ จากนั้นให้แต่ละคนแนะนำตัว คิดว่าเพื่อผ่อนคลายก่อนจะเข้ากิจกรรมจริง เอาจริง ๆ แม่ดาวนะสมองปลาทอง จำชื่อคนนี้ไม่ค่อยจะได้เลย แต่เขาก็ไม่ได้บังคับให้จำนะคะ แค่ให้แนะนำเฉย ๆ ให้แนะนำตัวพร้อมบอกว่า อะไรที่นำเรามาที่นี่ และคาดหวังอะไรจากการมาครั้งนี้ และไม่ได้เรียงลำดับ หากใครพร้อมให้ลุกขึ้นและแนะนำตัว และปกติของคนไทย ถ้าไม่มีใครเริ่ม ก็จะรออยู่นาน ผุ้กล้าหาญคนนั้นคือ แม่ดาวฮ่าๆๆ ไม่ได้มั่นใจสูง แต่รู้สึกว่าเราต้องเสียสละ พูดนำก่อนเป็นคนแรกทั้งที่ใจก็เต้นผิดจังหวะ จากนั้นก็ไล่ไปจนครบ กิจกรรมต่อมา อ.น้องให้ทุกคนเดินไปเรื่อยๆ เดินไปทางไหนก็ได้ ไม่มองหน้ากัน พอเสียงระฆังดังให้หยุด จากนั้นอ.น้องก็จะพูดนำ เพื่อชี้ชวนให้ทุกคนดูความคิดของตัวเองว่าระหว่างเดินเราคิดอะไร หรือไม่คิดอะไร จากนั้นให้เดินอีกครั้งรอบนี้ให้เงยหน้าสบตาผู้คนพร้อมส่งยิ้มให้ทุก ๆ คนที่เราสบตากัน อยากบอกว่าบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองมาก แปลกหน้า แต่รู้สึกไม่แปลกแยก รู้สึกปลอดภัย ไม่รู้คนอื่นรู้สึกแบบนี้ไหม เสียงระฆังอ.น้องก็พูดนำเช่นเดิมให้เราสังเกตุความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่ารู้สึกอย่างไร ต่างใจไปเดิมไหมประมาณนั้น รอบต่อไปให้เดินสบตายิ้มและกางแขนออกสบายๆ สัมผัสมือทุก ๆ คนที่เราเดินผ่าน ก็อีกล่ะ ไม่รู้สึกเขินอาย รู้สึกสบาย ๆ มากๆ ลืมบอกไปว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีทั้งเพศชาย เพศหญิง มีตั้งแต่เด็กนักเรียน นักศึกษา คนทำงาน วัยเกษียณ จากนั้นก็เช่นเดิมอ.น้องก็จะพูดให้เราดูใจจับความคิดความรู้สึกตัวเอง ว่ารุ้สึกอย่างไร มีพูดนำบ้างไปในทางบวก ๆ แบบนั้น จากนั้นก็เป็นกิจกรรมกลุ่มจับกลุ่ม 3 คน โดยต้องมีทั้ง 2 เพศในกลุ่มนั้น และจากนั้นให้เราเรื่องที่เราชอบ ที่เราอยากได้จากคนที่เรารัก เช่นอาจะเป็นสัมผัส คำพูด สิ่งของฯลฯ โดยมีเงื่อนไขว่าหากผุ้ใดเล่า ที่เหลือต้องเป็นผู้ฟัง ใช้แค่หู ไม่ใช้ปากเลย ฟังอย่างลึกซึ้งเนาะ และหากใครพร้อมให้เริ่มก่อนไม่ต้องเชียร์ใคร รอให้พร้อมแล้วพูด พูดจบให้บอกว่าจบเป็นการส่งสัญญาณให้รู้ว่าเล่าจบล่ะ คนอื่นได้สิทธิ์ในการเล่าต่อได้แบบนั้น และเช่นเดิมแม่ดาวเล่าก่อนฮ่าๆๆ ก็ตื่นเต้น แต่รู้สึกว่าเราพูดออกไปได้ไม่ยากนัก เวลาตื่นเต้นจะสูดลมหายใจเข้ายาว ๆ ออกยาว ๆ และบอกกับตัวเองว่าก็แค่เล่าเรื่องจริงจากใจมันจะยากอะไร เพราะเรื่องจริงไม่ต้องคิดแต่ง เล่าจากความคิดและความรู้สึก แค่เล่าให้คนแปลกหน้าฟัง แค่นี้ไม่ตายหรอก เล่าไป จากนั้นก็ให้เหลือไว้ 1 คนที่กลุ่ม ที่เหลือให้ย้ายไปกลุ่มอื่น คนที่เหลืออยู่ต้องเล่าเรื่องสรุปจากสิ่งฟังจากคนในกลุ่มแบ่งปันให้อีก 2 คนที่มาใหม่ฟัง ทายซิว่าคนที่เหลืออยู่คือใคร....ถูกต้องแล้วครับ แม่ดาวฮ่าๆๆ ที่นี้ให้แบ่งปันเรื่องราวของความรักที่จี๊ดใจ กันและกันรอบนี้วงกว้างขึ้น 6 คน รูปแบบการพูดและฟังเช่นเดิม ไม่ต้องทายแล้วนะคะว่าใครเริ่มก่อนในวง เพราะคำตอบเดิม จากนั้นก็ให้อิสระ ไม่ต้องมีวง ให้แต่ละคนเดินไปหาคนที่เราอยากจะพูดให้กำลังใจเขา หรืออยากจะชื่นชมเขา โดยอาจกอดด้วยก็ได้ สัมผัสมือก็ได้ ให้พลังบวกแก่กัน และให้ทำให้ได้มากที่สุด ไม่ได้มีการแข่งขันนะคะ คือเหมือนให้ส่งต่อความรักความปรารถนาดีต่อกันให้ได้มาก ๆ สุดท้ายให้กลับสู่วงกลมใหญ่ อ.น้องพูดสรุปให้คิดต่อยอดกัน จากนั้นให้พูดทีละคนว่าร่วมกิจกรรมนี้ได้อะไรบ้าง อ๊ะๆๆ ทายผิดนะคะ ไม่ใช่แม่ดาว รอบนี้เขาให้เรียงลำดับจากคนแรกไปคนท้ายสุดในวง คนแรกดูจะพูดได้ง่ายที่สุด คนท้าย ๆ ดูจะลำบากที่จะพูด กว่า เพราะอาจต้องคิดคำที่ไม่เหมือนใครหรือเปล่าเดาเอาเพราะเห็นคนท้าย ๆ ร้องโห......... คนสุดท้ายต่อจากแม่ดาวบอกประมาณว่า แย่จังอยู่คนสุดท้าย ส่วนคนรองสุดท้ายสบายค่ะ เพราะไม่ต้องคิดมาก ส่วนตัวคิดว่า ก็แค่พูดจากใจ ความตื่นเต้นไม่ค่อยจะเหลือล่ะ สิ่งที่แม่ดาวได้จากงานนี้ คือ มิตภาพที่ดี แม่ดาวได้น้องสาวคนใหม่ ทานมื้อเที่ยงด้วยกัน อีกทั้งยังไปสานต่อมิตรภาพกันที่สวนโมกต่อ อีกทั้งยังได้ลูกชายวัยรุ่นมหาวิทยาลัยมา 1 คน ได้พี่ที่น่ารักอีก 1 คน ส่วนวิธีปฏิบัติในเรื่องของการฟังด้วยหัวใจ ฟังอย่างลึกซึ้งนั้น แม่ดาวเองศึกษาและพยายามใช้อยู่มาก่อนแต่เดิมแล้ว แค่ยังไม่สามารถทำได้ตลอดทุกครั้งฮ่าๆๆๆ อื่น ๆ ก็ได้ความสดชื่นได้ออกนอกเส้นทาง ทำอะไรที่แปลกไปจากเดิมบ้าง ได้พลังบวกๆๆ กลับมาบ้าน เรียกว่าเป็นการทบทวนบทเรียนเดิมในอีกแบบฝึกหัดที่ต่างไปจากเดิม
สรุป พลังแห่งความรักและความเข้าใจ เป็นกิจกรรมที่สอนให้เราเรียนรู้ที่จะอยู่กันอย่างไรไม่ว่าจะเป็นครอบครัว สังคมให้อยุ่กันอย่างมีความสุข สงบสุขเนาะ ไม่ว่าจะเป็นการสื่อสารด้วยคำพูดที่ดี การสัมผัส การมอบสิ่งดี ๆ ให้กัน และเน้นการฟังอย่างลึกซึ้ง ฟังด้วยหัวใจ คือ เวลาทีใครสักคนพูดให้เราฟัง ให้เราฟังเขาอย่างเปิดใจ ไม่ด่วนสรุปตัดสินสิ่งที่เราได้ยิน ให้ฟังๆๆๆและฟัง ไม่พูดขัดขณะผู้พูดกำลังเล่า และฟังด้วยความจริงใจ ความจริงใจมันจะฟ้องออกมาทางสีหน้า ท่าทางแววตาของเรา
ลองสังเกตุตัวเองจับอาการทางใจของเรา ขณะที่ผู้พูดเล่า เรามีความคิดอะไรเกิดขึ้น เช่นอึดอัดอยากจะเถียงกลับ อยากจะแสดงความคิดเห็น ตัดสินไปว่าความคิดแบบนั้นไม่ดี ไม่เหมาะสม ไม่ถูก ไม่ควร อยากนำเสนอความคิดเห็นของเราที่คิดว่ามันถูกกว่าแทน ชอบคิดกันเนาะ แต่ไม่รู้คิดชอบไหม หรือมีอาการอะไรอย่างไร จับใจตัวเอง
แม่ดาวเองทุกวันนี้ก็พยายามฝึกฝนเป็นผู้ฟังที่ดี ยังเห็นความคิดตัวเองเกิดขึ้นบ่อยครั้ง มีความคิดแต่ไม่พูดออกไป ฟังๆๆๆ ไม่ว่าจะคิดดี หรือคิดร้ายก็จะยังไม่พูด ฟังๆๆๆ ทำไปเรื่อย ๆ สักวันคงเป็นผู้ฟังที่ดีได้เนาะ
ที่เล่ารายละเอียดเยอะ เพราะเผื่อใครสนใจอยากจะนำไปใช้บ้าง อาจมีบางท่านเป็นครู เป็นอาจารย์ หรือเป็นพ่อแม่ แล้วสามารถลองนำไปเชื่อมโยงใช้เป็นกิจกรรมในครอบครัวก็ได้เนอะ ไม่รู้เอามะพร้าวห้าวมาขายสวนหรือเปล่า เชื่อว่ามีหลายท่านที่มีความรู้ผ่านการอบรมกิจกรรมแบบนี้มามากเช่นกัน แบ่งปันเผื่อใครที่ไม่รู้ จะได้รู้ และเผื่อจะนำไปลองทำดู
วันนี้ขอจบไว้เพียงเท่านี้ก่อน เงยไปดุนาฬิกาบอกว่า เลยเวลาที่สมควรจะนอนฮ่าๆๆๆ 24.40 น. ขอเวลาไปพัก แล้วพรุ่งนี้ลูกหลับจะมาต่อของกิจกรรมวันต่อไป พรุ่งนี้จะเอาแบบเน้นๆ ล่ะ ถ้าทำได้นะคะฮ่าๆๆๆ เพราะกิจกรรมคล้ายกัน เอาแบบนี้ดีกว่า อ่านแล้วช่วยเสนอแนะกันมาว่าอยากได้แบบบรรยาย แบบย่อหรือแบบสรุปในความสำคัญ แม่ดาวจัดให้ ที่ถามเพราะไม่ทำเพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อทุกท่านที่สนใจ ดังนั้นจึงความคิดเห็นส่งกันมาสักหน่อยจักเป็นพระคุณอย่างยิ่ง คืนพรุ่งนี้ค่อยเปิดอ่าน และทำกิจต่อไป
ขอบคุณที่ทุกท่านสละเวลามาอ่าน และขอบคุณล่วงหน้าสำหรับความคิดเห็น อ้อใครที่อ่านจากfacebook ส่งความคิดเห็นไว้หน้ากระดานเลยนะคะ ขอบคุณอีกครั้ง
***เรื่องราวที่ถ่ายทอดอาจมีผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปบ้าง เนื่องจากไม่ได้ใช้ความจด แต่ใช้ความจำ อีกทั้งส่วนพื้นที่ความจำในสมองนั้นมีไม่มากนัก อันนี้ไม่ได้ถ่ายทอดจากสมอง แต่ถ่ายทอดจากใจ ฮิ้วๆๆๆ ไปนอนดีกว่าค่า
ขอบคุณครับ ผมจะเริ่มหัดเป็นผู้ฟังที่ดีแล้ว :)