ร้านยางอยู่ถนน Fremont St. ดังนั้น การเดินทางไปเขื่อนฮูเวอร์จึงไม่ยุ่งยาก เพราะจาก Fremont St. ก็ขับตรงเข้าถนน Boulder Hwy
แล้วเข้าสู่ Great Basin Hwy (สาย 93) ซึ่งเป็นถนนสายหลักผ่านเขื่อนฮูเวอร์ ไปเมือง Kingman ซึ่งจะต่อไป Grand Canyon
ผมดูเส้นทางจากกูเกิ้ล เขาบอกว่า จากลาสเวกัสถึงเขื่อนฮูเวอร์ ใช้เวลาราว 40 นาที เราจึงตกลงกันว่าจะไปทานอาหารกลางวันที่เขื่อนฮูเวอร์
Boulder Hwy รถเยอะมากเคลื่อนตัวได้ช้า แต่พอเข้าสู่ Great Basin Hwy รถน้อยลง แต่มีป้ายกำกับความเร็วของรถถี่มาก โดยให้ใช้ความเร็วไม่เกิน 60 ไมล์/ชั่วโมง
สองข้างถนนยังคงเป็นบ้านเรือนที่กระจายห่างๆ สลับกับชุมชนเล็กๆ
ประมาณ 30 นาที ผมมาถึงสี่แยกไฟแดง มีป้ายใหญ่บอกตรงไปเขื่อนฮูเวอร์ และมีป้ายใหญ่ไม่แพ้กันอีกป้ายบอกเลี้ยวซ้ายไปเขื่อนฮูเวอร์
เอาละซีทางไหนกันแน่ ตอนนั้นผมขับอยู่เลนกลางก็เลยตัดสินใจไม่ออกซ้าย
ผมตัดสินใจถูก เพราะตรงไปเป็นเมืองเล็กๆ ที่สวยงามมาก ชื่อว่า Boulder City ตึกรามบ้านเรือนสวยมาก ส่วนที่เป็นร้านขายของก็ตกแต่งประดับประดาด้วยสีสดใสน่าเข้าไปเลือกชม ส่วนบ้านพักอาศัยมีรั้วเตี้ยๆ ตัวบ้านอยู่ลึกเข้าไปไม่มาก
สองสาวต่างวัยมองลอดกระจกรถดูอย่างเพลิดเพลิน ต่างชี้ให้กันดูว่าตรงนั้นสวยตรงนี้สวย
“หาที่จอดรถลงถ่ายรูปไหม” ผมถามขึ้นลอยๆ
“ไม่ต้องหรอกจะเสียเวลา” พี่สาวผมบอก
“ไว้ขากลับก็ได้” ภรรยาผมพูดอย่างมีความหวัง
เพียงไม่ถึง 10 นาที เราก็ออกมาพ้นตัวเมือง มีป้ายบอกเขื่อนฮูเวอร์ตรงไป และไม่นานก็มาบรรจบกับถนน Great Basin Hwy ที่เลี้ยวซ้ายอ้อมตัวเมือง
พ้นจากชุมชนเป็นเขาที่ผมมองไม่เห็นต้นไม้หรือบ้านเรือนเลย มีแต่หินและทราย รถวิ่งไปในระหว่างเขา ไม่นานก็ค่อยๆ ลาดชันขึ้น มองไกลลอดช่องเขาไปข้างหน้าเห็นผืนน้ำกว้างใหญ่
ถนนยังคงราบเรียบเป็นสี่เลน โค้งตามไหล่เขาไม่น่ากลัว ก่อนเข้าเขตเขื่อนมีด่านตรวจ ทั้งตำรวจและสุนัขคอยตรวจรถที่จะเข้าไป
เราต้องลดกระจกข้างลงหมด ตำรวจนายหนึ่งยืนอยู่ข้างถนนด้านคนขับ ให้สัญญาณรถจอด ส่วนอีก 2 นาย ถือสายล่ามสุนัขตัวใหญ่ คนละตัว อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก
“จะไปเขื่อนฮูเวอร์ แล้วไปแกรน แคนยอน” ผมบอกตำรวจเมื่อจอดรถข้างๆ เขา
เขาพยักหน้าแล้วบอกให้ผมเลี้ยวซ้ายที่สามแยกถัดจากที่เขายืนไม่กี่ก้าว ผมงง เอ๊ะ ซ้ายเขาหรือซ้ายผม
ผมเปิดไฟเลี้ยวขวา เขาบอกเสียงดัง No. พร้อมกับชี้มือไปทางซ้ายผม หน้าแตก !!!!!
เรามาถึงสันเขื่อนฮูเวอร์เมื่อเวลาเที่ยงเศษ ที่จอดรถใกล้ๆ จุดชมวิว ซึ่งมีร้านอาหารอยู่ด้วยเต็มหมด
ผมหาที่จอดได้ห่างจากที่กินข้าวราว 200 เมตร ขณะนั้นแดดจัดและลมแรงมาก สองสาวต่างวัยไม่ยอมลงจากรถ บอกเสียงเดียวกันว่า ไม่ไหวแดดและลมแรง ไปกินข้างหน้าเถอะ
ผมขอเวลาลงจากรถไปถ่ายรูป ซึ่งถ่ายได้เพียง 3-4 ภาพ เพราะนอกจากจุดนั้นไม่สวยแล้ว ยังร้อนมากๆ ด้วย และอย่าถามผมเลยว่า “ร้อนขนาดไหน หรือร้อนยังไง” ผมตอบไม่ได้ครับ รู้เพียงว่าต้องรีบกลับมาขึ้นรถโดยด่วน
ผมออกจากเขื่อนฮูเวอร์ขับรถวนขึ้นไปยังถนนสายหลัก ทางหลวงหมายเลข 93 Great Basin Hwy หรือ ส่วนนั้นเรียกว่า Hoover Dam Bypass ซึ่งเป็นลักษณะสะพานสูงและเปิดให้ใช้ได้ไม่นาน พอพ้นสะพานผมก็เข้าสู่มลรัฐอริโซน่า ที่เวลาเร็วกว่าเนวาดา 1 ชั่วโมง
ขอบคุณภาพจากอินเทอร์เน็ต


ชอบคุณที่นำเที่ยวจ้ะ
สวีสดีครับ
กุหลาบที่บ้านเหรอครับ สวยมากเลย
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากๆ ค่ะ ปกติก็ชอบท่องเที่ยวค่ะ
มีเวลาจะย้อนกลับมาอ่านใหม่ค่ะ
ยังไม่มีโอกาสได้ไปเลยครับ
เขื่อนฮูเวอร์ได้ยินชื่อเสียงมานาน...สวยงามนะคะ...แต่เรื่องร้อนนี่ ขอยอมแพ้...ถ้ามีโอกาสไปคงต้องหลีกเลี่ยงฤดูร้อนนะคะ...ขอบคุณค่ะ
เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่มนุษนย์สร้างขึ้น
สวัสดีครับ
สวัสดีครับ ท่าน ดร.
กะไปถึงช่วงเช้าๆ หรือบ่ายๆ ก็ได้ครับ ผมไปถึงเที่ยงก็เลยร้อนมากไปหน่อยนะครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ใช่ครับ และการสร้างเขื่อนยังเกิดทะเลสาบฝีมือมนุษย์ คือ ทะเลสาบมี้ด ขอบคุณนะครับ