"ชื่นชม"
การชื่นชมเป็นกิริยา และเป็นการภาวนาอย่างหนึ่ง ทำได้ง่าย อาจจะง่ายเกินไปด้วยซ้ำจนทำให้พลาด ไม่ได้สิ่งที่ควรได้จากกายกรรมนี้ เพราะการกระทำอย่างลวกๆ ทำไปอย่างนั้น ทำเพื่อมารยาท ทำเพื่อให้ดูดี เข้าสังคมได้ เป็นเพียงเปลือกน้ำตาลเคลือบ ที่สารอาหารอันมีประโยชน์อยู่ที่เมล็ดภายใน หากเราเลียแต่ข้างนอก ไม่ได้ขบเคี้ยวย่อยเมล็ดไปด้วย ซ้ำยังถ่มทิ้งไป ก็น่าเสียดาย (และอาจจะเป็นเบาหวาน เพราะเสพหวานมากเกิน)
@จะชื่นชม เมื่อเราได้เฉียดกรายความงาม ความดี ความจริง
ชื่นชมเป็น "ความรู้สึกดี" ซึ่งจะตกอยู่ในหมวดหมู่ดังกล่าวคือ ความงาม (I) ความดี (You) และความจริง (It) เมื่อชีวิตของเราได้ใกล้กรายคุณค่าสามหมวดหมู่ดี เรากำลังเข้าใกล้ "โอกาส" ที่จะเติมเต็มสิ่งเหล่านี้เข้ากับชีวิตของเรา
@จะชื่นชม เป็นการอาราธนาสิ่งนั้นเข้าสู่ชีวิต
เมื่อเรามี awareness ว่าเรากำลัง "เฉียดกราย" เข้าใกล้สิ่งที่ดี มีสิริมงคล เติมสุนทรียให้แก่เราได้ ก่อนอื่นพอเรา "เห็น" แล้วยังไม่พอ จะต้องมีกิริยาเชื้อเชิญ น้อมรับสิ่งนั้นๆ ให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเราด้วย การเป็นส่วนหนึ่งของเราไม่ได้หมายถึงการหยิบฉวยเพื่อเป็นเจ้าเข้าเจ้าของ หากแต่เป็นการเชื้อเชิญ อ้อนวอน "คุณค่า" นั้นๆเป็นของเรา ได้แก่การแสดงความปิติยินดีในสิ่งนั้น กล่าวพรรณนาคุณค่าของสิ่งนั้น มองเห็นชีวิตที่ดีขึ้น งดงามขึ้น เบาสบายขึ้น เพราะเรื่องราวนั้นๆ และสิ่งดีงามเหล่านี้เอง ที่จะได้กลับกลายมาเป็น "เมล็ดพันธุ์" ในตัวเราเอง ที่สักวันหนึ่ง หากเราทะนุถนอม ประคบประหงม ดูแล พรวนดิน รดน้ำ ให้ปุ๋ย สิ่งที่เรายอมรับว่างาม ว่าดี ว่าจริง ก็จะเติบโตขึ้นในตัวเรา เป็นส่วนหนึ่งของเราในที่สุด
@จะชื่นชม เป็นการโอสถขนานหนึ่ง
การบำบัดทุกข์ บรรเทาทุกข์ ไม่ได้สามารถกระทำได้โดยการ "กำจัดทุกข์นั้นๆ" เพียงประการเดียว แต่การเสริมพลัง เสริมต้นทุนก็เป็นยาอีกขนานหนึ่ง เมื่อไรก็ตามที่เราได้ยิน ได้ฟัง ได้รับรู้คุณงามความดีในตัวเราเอง ว่าสิ่งที่เราและเกิดประโยชน์นั้นมีคนตระหนักรู้ มีคนยินดี จะเกิดกระบวนการเยียวยาขึ้นในตัวเรา ทั้งทางร่างกาย และทางจิตใจ จิตวิญญาณ บางครั้งบางคราวการเยียวยาวิธีนี้อาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่ายาเม็ดใดๆที่เรา มีในคลังยาเสียอีก เพราะการเสริม self esteem นั้น เป็นความสุขอันลึกซึ้ง ที่สามารถกลบเกลื่อน บรรเทาความทุกข์ลงไปได้
@จะชื่นชม เห็นต้นทุนของผู้อื่นนำไปสู่การเห็นต้นทุนของตัวเราเอง
การชื่นชมผู้อื่นอย่างมีสติสมบูรณ์นั้น ไม่เพียงแต่ทำให้เราสามารถชื่นชมต้นทุนของคนอื่น แต่หากนำมาใคร่ครวญ อาจจะเกิด "คำถามดีๆ" ว่า แล้วเราเองล่ะ สามารถจะมีคุณสมบัติเช่นนั้นได้หรือไม่? ทำไมคุณลุงคนนี้ถึงมีคนมาเยี่ยมมากมาย มีอาสาสมัครมาดูแล มีเพื่อนบ้านมาเป่าขลุ่ยดีขิมให้ฟัง คุณลุงคงจะต้องทำอะไรบางอย่างกับชีวิตถึงได้รับสิ่งดีๆเหล่านี้ หากเราใคร่ครวญเชื่อมโยงได้ลึกซึ้งเพียงพอ ลงทุนไต่ถาม เราอาจจะค้นพบวิธีมากมายหลากหลายในการใช้ชีวิตเพื่อที่จะได้มาซึ่งต้นทุน เหล่านั้น ในแบบของเรา ในสไตล์ของเราเองก็เป็นได้
@จะชื่นชม เป็นการปลูกเมล็ดพันธุ์ความสัมพันธ์
ในบรรดา small talk เพื่อจะเริ่มต้นความสัมพันธ์ การชื่นชมสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็นจริงของอีกฝ่ายหนึ่ง เป็นการแสดงความใส่ใจคนเบื้องหน้าได้เป็นอย่างดี และอย่างที่กล่าวเบื้องต้น การชื่นชมที่ดีนั้น ไม่ได้ทำตามมารยาทเท่านั้น แต่ควรจะออกมาจากความรื่นรมย์ภายในของเราจริงๆ เป็น authentic admiration หรือความชื่นชมแท้ ความสัมพันธ์ที่มีพื้นฐานจากการมองเห็นสิ่งดีงามของอีกฝ่ายนั้นเป็นความ สัมพันธ์ที่มี "รากฐาน" อันมั่นคง ต่อยอดไปได้อีกยาวนาน
กิริยาชื่นชมพึงกระทำด้วยความสงบ นิ่ง และอนุญาตให้ความรู้สึกดีๆนั้นท่วมท้นภายใน แล้วจึงออกมาเป็นคำพูด รวมทั้งอวจนภาษาต่างๆของเรา หากเราทำได้อย่างมีสติสมบูรณ์แบบ ไม่เพียงผู้รับจะดีใจ และเกิดการเยียวยา เราก็จะทำให้ชีวิตของเราเบาสบาย และมองเห็นอะไรดีๆเพิ่มเติมแก่ตัวเราเองด้วย
สกล สิงหะ
หน่วยชีวันตาภิบาล รพ.สงขลานครินทร์
๙ นาฬิกา ๕๓ นาที วันพุธที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗
วันขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๓ ปีมะเส็ง
ศิษย์เก่าทวีธาภิเศก
แวะมาชื่นชมอาจารย์นะครับ
ชื่นชมตลอดมา หน่วยชีวันตาภิบาล อาจารย์หมอสกล