chudchainat
นาย. ชัด ชัด ขำเอี่ยม

กาแฟผสมนมเปรี้ยวก็เอาอยู่


           

      นำพา TV 7 ถ่ายทำสารคดีเกษตร เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้ภูมิปัญญาชาวบ้าน แต่งานนี้ต้องขอออกตัวก่อนครับท่านผู้อ่านว่า เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งเกษตรกรได้รับองค์ความรู้ ผลจากการจัดการความรู้ในกลุ่มของเกษตรกรเอง และพิสูจน์ทราบตอบโจษกันเอง ตรงตามกระบวนการโรงเรียนเกษตรกร(ผัก) ภายใต้โครงการผลิตพืชอาหารปลอดภัยและได้มาตรฐาน งบกลุ่มจังหวัดภาคกลาง เมื่อปฏิบัติแล้วประสบผลสำเร็จจึงได้ขอความร่วมมือเผยแพร่ต่อประชาชน ดังนั้นจึงเป็นงานวิจัยที่ผ่านการปฏิบัติจริงของเกษตรกร ต่างจากงานวิจัยทางวิชาการ ไร้ซึ่งเอกสารอ้างอิงทางวิชาการ ดังนั้นขอความกรุณาอย่าถามถึงเอกสารอ้างอิงหรือผลการทดลองทางวิชาการ เพราะตอบได้ทันทีว่า "ไม่มี" แล้วทำไมจึงรีบนำมาเผยแพร่ ขอตอบว่า เพราะเกษตรกรเขาทำสำเร็จแล้ว เป็นบทพิสูจน์ทราบที่เห็นผลในแปลงของเกษตรกรจริง ถ้ารอห้องแล๊ป ก็ไม่ต้องการเสียเวลา ขอเพียงว่าเกษตรกรที่นำไปใช้ขอให้ทดลองจัดทำในแปลงเล็กๆ ก่อนครับ เมื่อเห็นผลแล้วจึงนำไปใช้ในแปลงใหญ่ ขอเพียงว่าเมื่อพบปัญหาอย่าท้อถอย จงทดลอง เพื่อลดต้นทุนการผลิตให้มากที่สุด ขอถาม้อนกลับไปว่า "เกษตรกรเคยใช้สารเคมีแล้ว การระบาดศัตรูพืชก็ทำลายจนเสียหายมามากแล้ว ทำไมไม่ท้อตอการใช้สารเคมี แล้วนี้ใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน เขาทำสำเร็จแล้ว ทำไมจึงเร่งรีบท้อถอย เมื่อผลออกมาไม่ได้ดังหวัง"

       

        "พี่โบว์" นางภารดี เพ็งเพียร เกษตรกรหัวไวใจสู้ วัย 44 ปี บ้านเลขที่ 88 หมู่ 2 ต.โพงาม อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ประธานกลุ่มวิสาหกิจปลูกผักโพงาม กล่าวว่า กลุ่มมีสมาชิก 10 กว่าราย ผักกางมุ้งจำนวน 25 หลัง ปลูกผักกวางตุ้ง ฮ้องเต้ ผักกาดหอม และ คะน้าหวาน การปลูกผักร่วมโครงการกับสำนักงานเกษตรอำเภอสรรคบุรี และสำนักงานเกษตรจังหวัด ใช้นวตกรรมสมัยใหม่ คือในมุ้ง และวัสดุปลูก แต่จากการดำเนินการที่ผ่านมาได้เรียนรู้ร่วมกันกับสมาชิก แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ร่วมกันโดยมีเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจากสำนักงานเกษตรอำเภอและจังหวัดเป็นพี่เลี้ยง ได้ใช้เชื้อราไตรโครเดอร์ม่า และเชื้อราบิวเวอเรีย แต่พบเพลี้ยอ่อนระบาด จึงร่วมกันหาทางแก้ไข และได้พบว่าการใช้กาแฟไทยผสมนมเปรียวใช้ได้ผลดี ตรงตามที่นายอารมณ์ เกตุมาก นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สนง.กษอ.สรรคบุรี เคยสอนไว้ แต่ไม่มีเกษตรกรสนใจ จึงนำมาทดลองทำใช้ในมุ้งปลูกผักของตัวเอง

            วิธีการไม่ยากนัก ดังนี้กาแฟไทย(เขาช่อง เพราะมีคาเฟอีนมาก) 2 ช้อนชา ระลายในน้ำร้อน 1 ใน 4 ของแก้ว คนให้ละลาย แล้วจึงผสมน้ำสะอาดที่เย็นให้ได้ครึ่งแก้ว แต่ถ้ายังไม่เย็นดีก็ตั้งทิ้งไว้ให้เย็น ก่อนเทนมเปรี้ยว(ยาคูล์) 1 ขวดเล็ก ลงไป คนให้เข้ากัน เทลงถังพ่น(ถ้าเคบฉีดพ่นสารเคมีให้ล้างน้ำยาลางจานให้สะอาด ประมาณ 2 ครั้ง) เติมน้ำสะอาดให้เต็ม คนให้เข้ากัน ฉีดพ่นผักให้ทั่ว แต่ควรฉีดพ่นหลัง 4 โมงเย็น เพื่อการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ และให้การดูดซึมของกาแฟดีขึ้น ต้นทุนประมาณ ถังพ่นละ(ขนาด 15-20 ลิตร) ประมาณ 10 บาท

ระยะเวลาการฉีดพ่น จำนวน 2 ครั้ง หลังปลูกผัก(ปลูกโดยใช้กล้าผัก) 10 วัน และ อีกครั้งหลังครั้งแรก 15 วัน รวม 25 วัน ก็สามารถเก็บเกี่ยวได้ แล้ว เพียงเท่านี้ จากประสบการณ์การใช้สูตรดังกล่าวที่ผ่านมา ต้นผักไร้การทำลายของหนอนและแมลงศัตรูผัก

ผลข้างเคียง ผักการเจริญเติบโตดี และกรอบ อร่อย เป็นที่ถูกใจของลูกค้า เผยแพร่วิธีการให้กับสมาชิกและเพื่อนเกษตรกรหลายรายที่นำไปใช้ประสบผลสำเร็จ แล้วเพื่อนเกษตรกรที่รับรู้สูตรนี้แล้ว จะมีท่านใดที่จะนำไปทดลองปฏิบัติ ขอถามว่า "ท่านสู้จริงหรือเปล่า เพื่อต้นทุนที่ลดลง"

             พี่โบว์ กล่าวเสริมว่า การปลูกผักเป็นงานหนัก แทบไม่มีเวลาว่า แต่ตอนนี้นึกสนุกและมีความสุขกับการปลูกผัก เพราะไม่มีเวลาว่างเลย หลังจากดูแลแปลงนาข้าว 10 ไร่ แล้วต้องรีบมาดูแลผัก แต่ผลผลิตที่งดงามทำให้หายเหนื่อย และเป็นที่ชื่นใจจริงๆ ปัญหาการผลิตไม่มี แต่ปัญหาที่ตามมาคือการตลาด เนื่องจากการผลิตที่ดีมีจำนวนมาก แต่การตลาดยังจำกัด ทานใดสนใจผักปลอดภัยจากสารพิษ หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อได้ที่ "พี่โบว์" โทร. 084-6196513 ยินดีให้ข้อมูล

หมายเลขบันทึก: 561404เขียนเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2014 16:51 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 2014 16:51 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (1)
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี