เช้ามืดวันที่ ๒๓ ธ.ค. ๕๖ ผมออกจากโรงแรม หรรษา เจบี เดินไปทางโรงพยาบาลหาดใหญ่    และเดินเลยไปจนถึงสนามกีฬาจิระนคร    ก็เลี้ยวเข้าไปชื่นชมบรรยากาศการออกกำลังยามเช้าของคนหาดใหญ่    

          มีคนกำลังเต้นแอโรบิกกลุ่มใหญ่ เกือบร้อยคน   อยู่ด้านหน้า    เดินเข้าไปที่สนามฟุตบอลล์    ลู่วิ่งรอบสนามมีคนมาเดินและวิ่งจำนวนหนึ่ง    เห็นแล้วก็ดีใจที่คนหาดใหญ่จำนวนมากหมั่นออกกำลังกาย เพื่อสุขภาพของตน 

          ด้วยข้อจำกัดของเวลา    ผมจึงไม่มีโอกาสได้เดินในสนามกีฬาจิระนคร    ไปชมและถ่ายรูปแล้วเดินกลับ    ตอนถ่ายรูปเวลาประมาณ ๖.๑๕ น. เขาเปิดไฟสนามสว่างจ้า    พอผมเดินคล้อยหลังมาหน่อยเดียว เขาก็ปิดไฟสนาม 

          ผมสังเกตว่ารั้วโรงพยาบาลหาดใหญ่และป้ายโรงพยาบาลยังเป็นของเดิม    ที่ผมไปเห็นเมื่อปลายปี พ.ศ. ๒๕๑๗   รวมทั้งอาคารโรงพยาบาลเก่าที่เป็นตึก ๒ ชั้น    ที่ผมเคยไปทำงานตอนที่คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยังไม่มีอาคารสักหลังเดียว    และเป็นที่ลูกสาวคนโตของผมโดนงูกะปะกัดเท้า ต้องไปนอนโรงพยาบาลให้ซีรั่มแก้พิษงู    หลังจากลงไปอยู่หาดใหญ่ไม่ถึงสัปดาห์

          เดี๋ยวนี้ส่วนนี้ของโรงพยาบาลหาดใหญ่กลายเป็นด้านหลังโรงพยาบาล    เพราะมีการสร้างตึกใหม่ขยายโรงพยาบาล เปลี่ยนด้านหลังเป็นด้านหน้า    เป็นเวลากว่า ๓๐ ปีมาแล้ว 

          เลยโรงพยาบาลหาดใหญ่ มีถนนกั้น เป็นสถานีโทรทัศน์ช่อง ๑๐ หาดใหญ่ (ชื่อสมัยโน้น)    ที่ตอนราวๆ ปลายปี ๒๕๑๘   มหาวิทยาลัยสงขานครินทร์จัดรายการละครโทรทัศน์เนื่องในโอกาสอะไรจำไม่ได้แล้ว    เขาเกณฑ์ให้อธิการบดี (ผศ. ดร. ผาสุข กุลละวนิชย์) เป็นเจ้าคุณ พ่อนางเอก   รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร (คือผม) แสดงเป็นคุณหลวง พ่อพระเอก    พระเอกคือ รศ. ดร. พูลพงษ์ บุญพราหมณ์ คณบดีสำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ในตอนนี้ (เพิ่งจบปริญญาตรีมาหมาดๆ)   นางเอกเป็นใครจำไม่ได้    จำได้แต่ว่าเราแทบไม่ได้ซ้อม    เมื่อแสดงถึงฉากพ่อพระเอกไปสู่ขอนางเอก ปรากฎว่าคุณหลวงนั่งเป็นเบื้อ พูดไม่ออก    พ่อเจ้าสาวหัวไว แก้สถานการณ์โดยกล่าวคำยินดี ว่าที่คุณหลวงมาสู่ขอลูกสาวนั้น ยินดียกให้   เหตุการร์ตอนนั้น ทำให้ผมรู้จักตัวเองว่า เล่นละครไม่เป็น   ไม่ว่าในการแสดง หรือในชีวิตจริง  

          เดินกลับมาที่วงเวียนหัวถนนจุติอนุสรณ์    ที่ฝั่งตรงกันข้ามเป็นโรงแรมหรูแห่งแรกในหาดใหญ่ ชื่อ (สมัยโน้น) โรงแรม เพรสิเดนท์ เจ้าของเป็นมหาเศรษฐีของสงขลา ชื่อคุณชูชาติ ประธานราษฎร์นิกร   เป็นเพื่อนกันกับคณบดีผู้ก่อตั้งคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ คือ ศ. นพ. เกษม ลิ่มวงศ์    ผมจึงรู้จักกับท่านดี    ผมมาเห็นอาคารโรงแรมยังอยู่เหมือนเดิม และอยู่ในสภาพดี ก็นึกถึงคุณชูชาติ    โดยที่ท่านเสียชีวิตไปนานแล้ว ด้วยโรคมะเร็ง

          ผมไปอยู่หาดใหญ่ เพื่อทำงานในคณะแพทยศาสตร์แห่งใหม่    หวังว่าจะได้ไปสร้างตัวทางวิชาการ    แต่ผลสุดท้ายผมกลับได้ดีในทางบริหารวิชาการมากกว่า คืองานวางรากฐานคณะแพทยศาสตร์   สกว., และ สคส.  

          ผมคิดว่า เมื่อไปอยู่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็จะอยู่ที่นั่นจนเกษียณอายุราชการ    แต่แล้วความบังเอิญก็ทำให้ผมต้องกลับมาอยู่กรุงเทพ    มาเริ่มงาน สกว. และเปลี่ยนลู่ชีวิตไปเรื่อยๆ จนบัดนี้    ไม่มีงานของตนเองเป็นชิ้นเป็นอัน แต่ก็มีงานให้ทำล้นมือ   แถมยังสนุกเสียด้วย 

          เดินผ่านโรงเรียนเทศบาล ๑ (เอ็งเสียงสามัคคี)   ผมยังสงสัยไม่หาย ว่าช่วงปี ๒๕๒๒ ที่ผมออกตรวจร่างกายนักเรียน และเจาะเลือดครวจทางโลหิตวิทยา และพันธุศาสตร์นั้น ทำไมไม่ไปตรวจเด็กโรงเรียนนี้   กลับไปตรวจเด็กนักเรียนโรงเรียน หาดใหญ่อำนวยวิทย์ ในฐานะเด็กในเมือง    และเด็กนักเรียนในโรงเรียนทางไปน้ำตกโตนงาช้าง ซึ่งเป็นพื้นที่สีชมพู   ในฐานะเด็กชนบท   และเราพบว่า เด็กชนบทขาดอาหารแต่สุขภาพฟันดี    เด็กในเมืองแทบไม่มีคนขาดอาหาร แต่สุขภาพฟันแย่ เพราะกินขนมจุบจิบ

          ที่จริงในการตรวจสุขภาพเด็กคราวนั้น เราตรวจอุบัติการของฮีโมโกลบิน อี   ธาลัสซีเมีย  จี๖พีดี   ภาวะซีด และอื่นๆ    เป็นการวิจัยภาวะโภชนาการผสมไปกับเรื่องทางโหิตวิทยา    เป็นการวิจัยเพื่อแสวงหาลู่ทางตั้งตัวทางวิชาการ    นำไปสู่  การเรียนรู้อื่นๆ    และการทำวิจัยจนผมสามารถได้รับตำแหน่งศาสตราจารย์ โดยที่ก่อนหน้านั้นสงสัยตัวเองว่าจะได้เป็น ศาสตราจารย์กับเขาบ้างไหม   

          ในที่สุดผมก็กลับมาเดินออกกำลังที่หาดใหญ่ ในฐานะคนแก่ ที่ยังทำประโยชน์แก่สังคมได้บ้าง    ในฐานะคนที่รักและศึกษาเรื่องการเรียนรู้ หรือการศึกษา    เขาจึงเชิญเป็นกรรมการสภามหาวิทยาลัย

ตกสายหลังกินอาหารเช้า และอาบน้ำแต่งตัว    ผมเดินทางไปปัตตานี เพื่อร่วมประชุมสภาวิทยาเขตปัตตานี ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์   

 

วิจารณ์​ พานิช

๒๓ ธ.ค. ๕๖

 

กลุ่มเต้นแอโรบิก

 

ภายในสนาม

 

เป็นที่สังสรรค์กัน

 

ป้ายและรั้วดั้งเดิมของโรงพยาบาลหาดใหญ่

 

ป้ายและรั้วดั้งเดิมของโรงพยาบาลหาดใหญ่

 

สำนักประชาสัมพันธ์เขต ๖ และสถานีโทรทัศน์หาดใหญ่

 

โรงเรียนเทศบาล

 

โรงแรมเพรสิเดนท์

 

 เพราะระบบการศึกษาอ่อนแอ โรงเรียนกวดวิชาจึงขยายตัว

 

 มีโรงเรียนกวดวิชากระจายอยู่ทั่วเมือง

 

ถ่ายจากโรงแรมเจบีชั้น ๗ เห็นเขาคอหงส์เป็นฉากหลัง

ผมอยู่ที่บ้านเชิงเขาเกือบ ๒๐ ปี ด้วยความสุข