การศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียนด้วยกระบวนการสุนทรียสนทนา 

         ผมแนะนำนิสิตปริญญาโท เทคโนโลยีการศึกษาที่ทำวิจัยกับผมหลายคนว่าลองเปลี่ยเครื่องมือศึกษาความคิดเห็นของผู้เรียนที่มีต่อนวัตกรรม ต่อสื่อการเรียนรู้ ต่อหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ต่อวิธีการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการแบบหมวกหกใบ ว่าให้ลองเปลี่ยนจากการใช้แบบสอบถาม หรือแบบสำรวจที่ใช้กระดาษ แล้วตอบด้วยวิธีการทำเครื่องหมายถูกลงในช่องมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับของลิเคิร์ท เป็นวิธีการสุนทรียสนทนาได้ไหม ซึ่งส่วนใหญ่นิสิตจะงง ว่ากระบวนการสุนทรียสนทนาคืออะไร 

สุนทรียสนทนาคืออะไร

            ในหนังสือ Dialogue คิดสงสู่ใจ..ไหลเป็นปัญญา ของ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญ เขียนอธิบายไว้ว่า อาจารย์วิศิษฐ์ วังวิญญู ท่านแปลคำว่า Dialogue ว่า "สุนทรียสนทนา" เพราะเป็นการสนทนาที่มีความละเอียดอ่อน ใช้ทั้งตัวและหัวใจในการสนทนา เป็นสุนทรียศาสตร์ ที่เป็นศิลป์ขั้นสูง บางคนก็ใช้คำว่าสานเสวนา บางคนใช้คำว่าสนทนาวิวัฒน์ แต่จะใช้คำว่าอย่างไรก็ตาม คำว่าสุนทรียสนทนา ในความคิดของผมก็หมายถึงการพูดคุยกันอย่างมีสุนทรี คุยกันอย่างมีความสุข โดยมีประเด็นที่พูดคุยในเรื่องราวความสนใจเดียววกัน โดยอาจจะมีผู้นำเปิดประเด็นการคุย ผู้นำพาการคุยให้เกิดบรรยากาศที่มีความสุข ส่งเสริมการสนทนา ด้วยการฟังอย่างตั้งใจ ทั้งผู้พูดและผู้ฟังส่งเสริมซึ่งกันและกันในทางสร้างสรรค์ ใช้ใจพูด ใช้ใจฟัง โดยกลุ่มสนทนาอาจจะมีจำนวนตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป

 

กระบวนกร 

        "กระบวนกร" คือคำที่บัญญัติขึ้นใหม่โดยใช้เรียกผู้นำในการดำเนินการกิจกรรมบางอย่างให้สำเร็จไปตามเป้าหมายโดย ผู้ดำเนินการไม่เข้าไปยึด ถือครอง ควบคุมการดำเนินการนั้นๆ แต่ปล่อยให้ผู้ร่วมกิจกรรมได้ดำเนินการกิจกรรมนั้นไปตามวิถีของกลุ่ม กระบวนการจะทำหน้าที่ส่งเสริมบรรยากาศให้เกิดการดำเนินกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่น สม่ำเสมอ ในกระบวนการสุนทรียสนทนา กระบวนกรอาจทำหน้าที่เปิดประเด็น หรือให้กลุ่มผู้สนทนาสามารถเริ่มต้นกระบวนการสอนทนาได้ โดยอาจเสนอให้มีประธานในการดำเนินการ มีเลขา มีคนจดบันทึก หรือกระบวนกรอาจทำหน้าที่ช่วยสรุป หากกลุ่มสามารถดำเนินการสนทนาไปได้แล้ว กระบวนกรอาจจะถอยฉากออกจากกลุ่ม เพื่อไม่แทรกแซง หรือควบคุม

          ในการเรียนการสอนในศตวรรษที่ 21 ครูผู้สอนต้องเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุมการสอน ควบคุมห้องเรียนมาเป็นโค้ช การเป็นโค้ชก็คือผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกทีม ซึ่งคล้ายกับกระบวนกรที่จะทำหน้าที่สร้างแรงบันดาลใจ สร้างความมั่นใจ สร้างบรรยากาศให้กลุ่ม ในการสุนทรียสนทนาดำเนินไปอย่างมีสุนทรี ดังนั้นครูก็ควรเปลี่ยนบทบาทการเป็นผู้สอนมาเป็นกระบวนกร

 

ขั้นตอนการทำกิจกรรมสุนทรียสนทนา 

        ขั้นแรก หากระบวนกรที่มีประสบการณ์

         หากระบวนกรที่มีประสบการณ์ในการจัดกลุ่มสนทนา นำพากลุ่มในการสนทนาให้เข้าสู่บรรยากาศความเป็นมิตร ความไว้เนื้อเชื่อใจกัน หรืออาจใช้กระบวนการละลายความกลัวในจิตใจ ด้วยกิจกรรมเล็กๆ เช่นการแนะนำตนเอง การตั้งชื่อกลุ่มสนทนา การสร้างมาสคอตของกลุ่มด้วยสัญญลักษณ์ของสัตว์ และท่าทางของสัตว์ร่วมกัน 

        ขั้นสอง การจัดเตรียมสถานที่และบรรยากาศ

        การจัดเตรียมสถานที่และบรรยากาศ บรรยากาศที่ผ่อนคลายเป็นกันเองจะทำให้ความสบายใจในการสนทนาจะทำให้การสนทนาไหลรื่น พรั่งพรู การพูดคุยกันในห้องเรียน มีโต๊ะนักเรียนคั่นกลาง อาจจะทำให้บรรยากาศของการพูดคุยกันสู้การล้อมวงนั่งราบกับพื้นคุยกันไม่ได้ การทำบรรยากาศให้เป็นกันเอง บรรยากาศที่เป็นมิตร

         ขั้นสาม ทำบาร์ 

         ก่อนเริ่มวงสนทนา กระบวนกรอาจให้ผู้ร่วมวงสุนทรียสนทนา พูดคุยเบาๆ เป็นการโหมโรงก่อน หรือเรียกว่าการสำรวจความคิดเห็นก่อนการดำเนินกิจกรรม BAR (Before Action Review) โดยอาจใช้การแนะนำตัว แนะนำชื่อเล่น มีนักเรียนคนไหนรู้สึกอย่างไร นักเรียนมีแนวคิดในการร่วมวงสนทนาอย่างไร มีใครตื่นเต้น มีใครทำหน้าที่ผู้นำสนทนา มีใครเป็นผู้บันทึกการสนทนา มีการควบคุมเวลา หรือการซักถามควรทำอย่างไร กระบวนกรควรใช้คำพูดกระตุ้นให้ผู้ร่วมสนทนารู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขกับการสนทนา แนะนำวิธีการยิ้ม การสบตาผู้สนทนา การพยักหน้า การส่งสายตาและรอยยิ้มให้กำลังใจผู้เล่าเป็นต้น

          ขั้นสี่ การเข้าเงียบ 

           การทำสมาธิ หรือบางคนเรียกว่าการเข้าเงียบ การเช็คอิน เป็นกระบวนการที่ทำให้ผู้ร่วมวงสนทนาได้เตรียมความพร้อมก่อนเล่าเรื่องสนทนา ซึ่งสามารถทำได้หลากหลายวิธี เช่น การใช้บทความหรือเรื่องเล่าดีๆ มาเล่าให้วงสนทนาฟัง การตรวจสอบการฟัง การใช้วิธีการสวดมนต์ การมีสมาธิ การดูคลิปวิดีโอดีๆ ร่วมกัน การใช้เพลงสมาธิ การให้ใจจดจ่ออยู่กับเสียงระฆัง ใช้ใจตามเสียงระฆังไปจนสุดเสียง การนวดจุดระบายความเครียด ซึ่งมีวิธีการมากมาย แล้วแต่ประสบการณ์ของกระบวนกร หรือผู้นำการอภิปรายแต่จุดมุ่งหมายก็เพื่อให้ผู้ร่วมการสนทนาได้มีสมาธิ มีใจจดจ่ออยู่กับเรื่องที่สนทนา การตรวจสอบความคิดของตนเอง การใคร่ครวญเรื่องที่จะสนทนา 

          ขั้นห้า ประเด็นการสนทนา

         กระบวนกรนำพากลุ่มให้เข้าใจประเด็นในการสนทนา ประเด็นในการสนทนาเป็นหัวใจสำคัญในการพูดคุย การที่จะให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นสะท้อนคิดเกี่ยวกับวิธีการสอนของครู กระบวนกรต้องทำให้เกิดความไว้เนื้อเชื่อใจ ว่าสิ่งที่นักเรียนสะท้อนคิดไม่ย้อนกลับมาเป็นหอกทิ่มแทงคำพูด หากเป็นการสะท้อนในมุมคิดที่แตกต่างกับวิธีคิดของครู ดังนั้นการตั้งประเด็นในการสนทนาจำเป็นต้องอาศัยประสบการณ์ในการตั้งประเด็น โดยเริ่มจากเรื่อง หรือหัวข้อ ในทางสร้างสรรค์ เชิงบวก เรื่องที่พูดคุยต้องเป็นเรื่องที่ผู้ร่วมสนทนามีประสบการณ์ร่วมกัน หรือผ่านประสบการณ์นั้นมาแล้ว มีความเข้าใจ เรียนรู้ในเรื่องดังกล่าว เช่น เพราะเหตุใดนักเรียนจึงชอบวิธีกิจกรรมการสอน

        ขั้นหก  ลิขิต 

       การจดบันทึกความรู้ หรือผลของการสุนทรียสนทนา ผู้สนทนาแต่ละคนควรจดบันทึกสั้นๆ อาจมีแบบฟอร์มใหนการช่วยจดบันทึกช่วย ใครเป็นผู้เล่าเรื่อง เล่าเรื่องอะไร มีตัวละครอย่างไร หรืออาจใช้แผนที่ความคิดเป็นเครื่องมือในการช่วยสรุปเรื่องราว และเมื่อสรุปเป็นบันทึกของกลุ่มก็ควรมีการตรวจเช็คว่าเป็นข้อสรุปที่ถูกต้องหรือไม่

       ขั้นเจ็ด สรุปความรู้ 

       กลุ่มสนทนา ร่วมกันสรุปความรู้ หรือสรุปประเด็นจากการสนทนา อาจจัดทำเป็นเอกสาร เป็นตารางสรุป เป็นแผนที่ความคิด การซักถามประเด็น การนำความรู้ไปต่อยอด การฉลองความสำเร็จของการทำงานของกลุ่ม

 

หินวิเศษในการสนทนา

       เทคนิคหนึ่งในกระบวนการสนทนา คือการกระตุ้นผู้สนทนาให้มีความกล้าสนทนา มีความมั่นใจในการเล่าเรื่องอย่างมีความสุข และไม่ให้ผู้หนึ่งผู้ใดในวงสนทนาแทรกแซงการเล่าอย่างออกรส กระบวนกรอาจใช้ก้อนหิน แก้วน้ำ ปากกา แล้วแจ้งกับผู้ร่วมสนทนาว่า "นี่คือก้อนหินวิเศษ" ใครที่มีก้อนหินวิเศษก้อนนี้จะมีอำนาจอยู่ในมือ ผุ้นั้นจะสามารถเล่าเรื่อง หรือพูดได้ หากใครไม่มีก้อนหินอยู่ในมือผู้นั้นจะไม่สามารถพูดได้ หากใครต้องการจะพูดให้หยิบก้อนหินนี้มาถืออยู่ในมือและเริ่มพูด หากต้องการหยุดพูดให้วางก้อนหินนี้ลง และสลับให้ผู้อื่นพูด ซึ่งวิธีการนี้จะทำให้เป็นการจัดระเบียบในวงสนทนา เหมือนการยกมือ แต่ใช้ก้อนหินหรือ อุปกรณ์ในการในการเล่าเรื่อง ซึ่งถ้าอุปกรณ์ หรือวัสดุดังกล่าวมีลักษณะที่น่าเชื่อถือ มีความสวยงาม ดูแล้วมีพลังอยู่ในตัวจะยิ่งเป็นเครื่องมือกระตุ้นการสนทนามากขึ้น