คำนิยม หนังสือ

ครูเพ็ญศรี ใจกล้า จากห้องเรียนสู่ชุมชน เส้นทางการเรียนรู้ของครูและศิษย์

 

 

ครูเพ็ญศรี ใจกล้า : กล้าทดลองเปลี่ยนบทบาทของครู

 

วิจารณ์ พานิช

กรรมการมูลนิธิสดศรี-สฤษดิ์วงศ์

ประธานกรรมการมูลนิธิสยามกัมมาจล

……………

 

          ผมอ่านหนังสือการ์ตูน เรื่อง ครูเพ็ญศรี ใจกล้า จากห้องเรียนสู่ชุมชน เส้นทางการเรียนรู้ของครูและศิษย์ ด้วยความประทับใจและซึ้งใจ    ซึ้งในความเป็นครูเพื่อศิษย์ ของครูเพ็ญศรี ใจกล้า

          นี่คือตัวอย่างเส้นทางเดินของครูแห่งศตวรรษที่ ๒๑   ที่จะต้องเปลี่ยนบทบาทจาก “ครูสอน” ไปเป็น “ครูฝึก”    เปลี่ยนจากทำหน้าที่ “บอกสาระ หรือถ่ายทอดความรู้” ไปทำหน้าที่ “ตั้งคำถาม”    เพื่อให้ศิษย์ฝึกคิดเอง ค้นคว้าเอง ตัดสินใจเอง

          ที่จริงในเรื่องราวตามหนังสือ นักเรียนกลุ่ม ฮักนะเชียงยืน ไม่ได้คิดเองคนเดียว ไม่ได้ตัดสินใจคนเดียว    แต่ได้ฝึกคิดเป็นกลุ่ม ปรึกษาหารือกัน แล้วตัดสินใจร่วมกัน   ไม่ใช่คิดเฉยๆ แต่คิดเพื่อลงมือทำ และเรียนรู้จากการลงมือทำนั้น    ที่เรียกว่า “การเรียนรู้แบบโครงงาน” (PBL – Project-Based Learning)   ซึ่งในที่นี้คือโครงการ “ลดมลพิษฟื้นชีวิตดิน”

          จะเห็นว่า เรื่องที่นักเรียนกลุ่ม ฮักนะเชียงยืน ทำในปี พ.ศ. ๒๕๕๖ นั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ    เพราะเป็นเรื่องเปลี่ยนกระบวนทัศน์คนในเรื่องการลดมลพิษจากเกษตรกรรม    แต่ครูเพ็ญศรีได้ “โค้ช” วิธีคิดของศิษย์ไว้แล้ว ให้ไม่ท้อถอย    ให้คิดทำต่อเนื่อง ส่งต่อโครงการจากรุ่นสู่รุ่นของสมาชิกในกลุ่ม ฮักนะเชียงยืนที่มีสมาชิกจากนักเรียนชั้น ม. ๓ ถึง ม. ๖

          ที่จริงครูเพ็ญศรีมีหน้าที่สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคม ศาสนา และวัฒนธรรม    แต่ในโครงงาน “ลดมลพิษฟื้นชีวิตดิน” สมาชิกของกลุ่ม ฮักนะเชียงยืน ไม่ได้เรียนรู้เฉพาะกลุ่มสาระนี้เท่านั้น    แต่ได้เรียนสาระทางด้านวิทยาศาสตร์ด้วย คือเรื่องดิน มลพิษจากสารเคมีการเกษตร และอื่นๆ อีกมากมาย

          จะเห็นว่า การเรียนรู้จากการลงมือปฏิบัตินั้น จะให้ศิษย์เรียนแล้วรู้จริง (mastery learning) นั้น ต้องมีการทำกระบวนการ “สะท้อนคิด” (reflection) หรือที่ในหนังสือเล่มนี้เรียกว่า AAR (After Action Review)  เป็นระยะๆ    เพื่อโยง “ปฏิเวธ” หรือผลของการ “ปฏิบัติ” ที่นักเรียนรับรู้ด้วยตนเอง จากการปฏิบัติของตน เข้ากับ “ปริยัติ” หรือความรู้เชิงทฤษฎี ของสาระการเรียนรู้นั้นๆ    ซึ่งในกรณีของครูเพ็ญศรี คือสาระวิชาด้านสังคม ศาสนา และวัฒนธรรม 

          ในโอกาสต่อไป นอกจากนักเรียนกลุ่ม ฮักนะเชียงยืน จะดำเนินการโครงการ “ลดมลพิษฟื้นชีวิตดิน ปี ๒๕๕๗” แล้ว    ครูเพ็ญศรีอาจชวนเพื่อนครู หรือน้องครูในกลุ่มสาระวิชาอื่น เช่นภาษาอังกฤษ  วิทยาศาสตร์ มาร่วมทีมด้วย    แล้วการเรียนวิชาเหล่านั้น ก็จะเป็นการเรียนจากชีวิตจริง และน่าสนุกสนาน    โดยครูในสาระวิชาใด ก็ชวนนักเรียน AAR เพื่อโยงการปฏิบัติของนักเรียน (ในโครงงาน) เข้าสู่สาระหรือทฤษฎีของวิชานั้นๆ 

          ผมมีข้อสังเกตว่า กลุ่ม ฮักนะเชียงยืนยังไม่ได้ใช้พลังของ “สหมิตรครู” (co-educator) ที่ผมเชื่อว่า มีอยู่ในอำเภอเชียงยืน และพื้นที่ใกล้เคียง    โดยที่ “สหมิตรครู” บางคนเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองนักเรียนในโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคมนั่นเอง    แต่อาจเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กนอกกลุ่ม ฮักนะเชียงยืน

          ครูในศตวรรษที่ ๒๑ จะต้องทำหน้าที่ โค้ช ศิษย์ ในเรื่องหรือสาระที่ตนไม่มีความรู้เชิงสาระ (content knowledge) หรือมีบ้างแต่ไม่รู้ลึก    ครูในศตวรรษที่ ๒๑ ต้องกล้าส่งเสริมให้ศิษย์ตั้งโจทย์ทำโครงงานในชีวิตจริง เพื่อให้กระบวนการเรียนรู้เป็น “การเรียนรู้จริงแท้” (authentic learning)    ไม่ใช่การเรียนรู้หลอกๆ หรือเล่นๆ (ชึ่งจะเป็นการบ่มเพาะนิสัยเหลาะแหละ เป็นผลร้ายต่อการสร้างนิสัยศิษย์)    ในการเรียนรู้แบบนี้ นักเรียนต้องได้มีโอกาสเรียนรู้จากการปรึกษาผู้ “รู้จริง” ในเรื่องนั้น  

          ผู้รู้จริงในเรื่องนั้น ที่นักเรียนเข้าถึงได้ เข้าไปปรึกษาได้ เรียกว่า “สหมิตรครู” (co-educator หรือ co-teacher)    คือทำหน้าที่ “ครูฝึก” แบบไม่เป็นทางการ    เพื่อแนะประเด็นหรือสาระ (content knowledge) ให้นักเรียนทำโครงงานจริงนั้นได้

          “สหมิตรครู” อาจเป็นคนในพื้นที่นั้น    หรือเป็นคนที่อยู่ห่างไกลก็ได้    แต่ด้วยอานุภาพของ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร    นักเรียนสามารถเข้าถึงได้ ผ่าน อินเทอร์เน็ต   และช่วย โค้ช นักเรียนด้วยเนื้อความรู้ที่ตนมี

          ผมจึงตั้งความหวังว่า ครูเพ็ญศรีจะดำเนินการพัฒนาวิธีทำหน้าที่ครูเพื่อศิษย์ของตนต่อไป    โดยนำข้อเสนอแนะจากที่ต่างๆ รวมทั้งในคำนิยมนี้ ไปไตร่ตรอง และประยุกต์ใช้

อีกแนวทางหนึ่ง ที่ผมขอเสนอต่อครูเพ็ญศรี    คือการ โค้ช ให้นักเรียนพัฒนาจิตใจเผื่อแผ่แก่เพื่อนนักเรียน ในประเทศไทย และในโลก โดยใช้พลัง ไอซีที    โดยชักชวนนักเรียนทำวีดิทัศน์สอนเพื่อน ในบทเรียนใดบทเรียนหนึ่ง    เป็นบทเรียนที่มีความยาว ๓ - ๕ นาที    นำไปแขวนไว้บน เว็บ ไซต์ ของโรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม โดยมีครูเพ็ญศรี และครูคนอื่นๆ เป็นพี่เลี้ยง ช่วยแนะนำให้วีดิทัศน์บทเรียน นั้นมีคุณภาพได้มาตรฐาน    ให้นักเรียนรู้จักผลิตผลงานที่ประณีตคุณภาพสูง  

ผมหวังว่า การริเริ่มสร้างสรรค์ของครูเพ็ญศรี ใจกล้า จะนำไปสู่ขบวนการเปลี่ยนบทบาทครู   จากครูสอนเป็นครูฝึก    มีครูเข้าสู่ขบวนการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้วิธีทำหน้าที่ “ครูฝึก” เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเชิงปริมาณ และเชิงคุณภาพ

          เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๕๗ ขอคุณพระรัตนตรัย และผู้ทรงคุณงามความดีทั้งหลาย   จงปกปักรักษา และเป็นพลังใจพลังปัญญา ให้ครูเพ็ญศรี ใจกล้า และภาคีครูฝึก รวมทั้ง สหมิตรครู มีสุขพลานามัย และมีกำลังใจในการขับเคลื่อนวิถีการเรียนรู้แบบใหม่ เพื่องอกงาม ทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ ให้แก่ศิษย์ ตลอดไป

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๖

......................