เมื่อช่วงหัวค่ำของวันนี้ (๒๑ มกราคม ๒๕๕๗) ฉันได้รับ Line จากน้องอาจารย์ใน ม.
น้องอาจารย์ท่านนี้บอกฉันว่า..."ถูกชะตา + ชอบใจในการทำงานของฉันตั้งแต่ก่อนเข้ามา
ทำงานแล้ว"...น้องท่านนี้บอกแบบนี้...เพราะในช่วงนั้น เป็นช่วงน้ำท่วมบ้าน
เมื่อปี ๒๕๕๔ เพราะบ้านน้องตอนนั้นอยู่ที่อยุธยา...เอกสารต่าง ๆ
ของเขาถูกน้ำท่วมเสียหาย (ตัวจริง) มีแต่สำเนา...ฉันก็เลยยืดหยุ่นให้...โดยให้เจ้าหน้าที่
รับสมัครไว้ก่อน แล้วก็ให้เวลาเขาไปยื่นเรื่องขอทำใบแทน ฯ มาให้ตรวจอีกครั้ง
นี่เป็นการทำงานแบบยืดหยุ่นของฉัน...และอีกหลายเรื่องที่ฉันทำให้กับเธอผู้นี้ตลอด
โดยไม่ได้คิดอะไรเลย คิดเสมอว่า...นี่คือ หน้าที่ของฉัน...
น้องอาจารย์ท่านนี้ ก็เลยรักและเคารพฉันเหมือนกับเป็นพี่สาวของเขาเอง...มีเรื่อง
อะไรที่เขาไม่เข้าใจก็จะถามเพื่อให้ได้ความจริง พอทราบ พอรู้ พอเข้าใจก็ Get...
มาคราวนี้ก็เช่นกัน เขาขอลาไปศึกษาต่อปริญญาเอก ทำเรื่องเข้ามา...ฉันก็รีบนำเข้าที่
ประชุมกบม.ให้ด่วน (เพราะเรื่องเพิ่งเสนอเข้ามาเมื่อวานนี้เอง) ฉันก็ให้เจ้าหน้าที่จัดเรื่อง
เข้าที่ประชุมเป็นเอกสารนอกแล่มประชุมเพื่อให้ทันได้พิจารณาในบ่ายของวันนี้
สุดท้าย น้องอาจารย์ท่านนี้ก็ได้รับอนุญาตให้ไปศึกษาต่อปริญญาเอกได้...ต่อไปก็
เป็นเรื่องการขอทุนการศึกษา ก็ต้องทำเรื่องเข้าที่ประชุมกองทุน ฯ อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งฉันก็บอก
น้องเขาเป็นเรื่อง ๆ ไป...เขาเข้าใจในการทำงานของฉัน เราได้เล่าให้ฟังถึงเรื่องต่าง ๆ กัน
เขาบอกเขารู้ เขาเข้าใจการทำงานของฉัน...เพราะเขาจบด้านทรัพยากรมนุษย์ ทำให้
เราคุยกันได้อย่างเข้าใจกัน...
ฉันบอกน้องอาจารย์ท่านนี้ไปว่า...ตั้งใจเรียนให้จบให้ได้ เพราะรู้ว่าเขาไปเรียน
ทางด้านสมรรถนะของบุคลากร ฉันบอกว่า...ไม่ยากหรอก ตั้งใจเรียนให้จบ พี่เป็น
กำลังใจให้...เหตุที่บอกว่า ไม่ยาก อาจเป็นเพราะฉันทำงานด้านนี้กระมัง...ฉันจึงรู้ถึง
นิยามของคำว่า "สมรรถนะ" และพฤติกรรมในแต่ละด้านของคำนี้...
ฉันบอกต่อว่า...จบมาแล้วก็กลับมาทำผลงานต่อให้ได้ พี่รอดู รศ. นะ...น้องบอกว่า
...พี่บุษให้แต่เล่นแรง ๆ...ฉันบอกต่อว่า...ไม่มีอะไรที่เราทำไม่ได้หรอก...เว้นแต่ว่า
เราไม่ตั้งใจทำมากกว่า...พี่บุษจะรอดูวันนั้น...แล้วเราก็คุยอะไรหลายต่อหลายเรื่อง
สุดท้าย น้องอาจารย์เขาบอกว่า...มีคนพูดถึงพี่บุษไม่ค่อยดี...ฉันบอกว่า...พี่ไม่สนใจหรอก
ใครจะพูดอย่างไร? ก็ปากของเขาไง เขามีปากเขาก็พูดได้...แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ
ตัวของพี่ไง...พี่ไม่ได้คิดตาม...ช่างเขา...ก็แล้วแต่เขาจะคิด...ใครพูดดีก็อยู่ที่เขา
ไม่ดีก็อยู่ที่เขา...ทุกสิ่งอย่างพี่อโหสิกรรมให้ทุกคน..."นี่คือ ตัวฉัน" เขาบอกว่า...ดีแล้ว
ไม่อยากให้พี่บุษเครียด...ฉันบอกต่อว่าพี่ไม่เครียดหรอก...อโหสิกรรมให้ทุกคน...
"ฉันไม่รู้ว่า ที่ฉันทำอยู่นี้ ใช่ความดีหรือไม่...แต่ตัวของฉันเป็นแบบนี้"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาอ่านบันทึกนี้ค่ะ :):)
บุษยมาศ แสงเงิน
๒๑ มกราคม ๒๕๕๗
อย่าเขียนอย่าง ทำอีกอย่างที่ตรงข้ามกัน ด้วยความหวาดกลัว ความจริงจะปรากฎชัด จงเดินสายกลาง คือ กล้าหาญ
เพราะกล้าหาญ มีมุทะลุ และ หวาดกลัว กระหนาบข้างมาเสมอ
แจ้งคุณ แล้วใยลบ...
ฉันเป็นเจ้าของบันทึกมีสิทธิ์ลบ...ไม่มีใครรู้ตัวฉันเองเท่ากับตัวของฉัน คุณจะนับถืออะไร ฉันไม่ใส่ใจ ถ้าแน่จริง
เขียนเป็นบันทึกมาให้กัลยาณมิตรใน Gotoknow อ่านและให้เขายอมรับให้ได้สิ...อย่ามาเพิ่มใน commen ที่เสมือนเป็นการก่อกวนกันแบบนี้...คนที่มีความรู้จริงเขาจะไม่ทำกัน ขืนทำแบบนี้ คนที่เขาต้องการถ่ายทอดความจริง เขาเบื่อ เขาจะไม่อยากเข้ามาเขียนกัน...รู้ตัวบ้างหรือไม่เหมือนพวกคนพาล