รายการ ภูมปัญญาภาษาเลอะเลือน

 

เมื่อเข้าเชียงรุ่ง (สิบสองปันนา) เมืองที่ได้รับการยกย่องเปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของแคว้นยูนาน กล่าวกันว่าเป็นต้นเผ่าพันธุ์ของชนไทย และที่นั่นมีท่าเรือที่เชียงของ แม่น้ำกว้างใหญ่กว่าแม่น้ำเจ้าพระยามาก แต่เมื่อเข้าไปถึงเชียงรุ่ง ความเจริญของสีสันในเวลากลางวันจุดที่เจริญเรียบง่ายง่อย บ้านร้านค้าไม้สองชั้นบางแหล่งคล้ายที่โพธารามจังหวัดนครปฐม ทิ้งบรรยากาศเวลา ไว้เพื่อเริ่มเสริมใหม่ตอนกลางคืน ที่พักราคาทันสมัย และราคาในห้องอาหารที่มีดนตรีพื้นเมืองโชว์ให้ฟัง ย่อมทันสมัยออกไปอีก โดยเฉพาะห้องอาหารทะเล กลางวันก็ยังจอแจเบียดเสียดเป็นกลุ่มในบางจุดของย่านเขตเจริญ เพื่อหาอาหารและเครื่องใช้กับร่างกาย ผู้ไปเยือนเชียงรุ่งมีหลายเชื้อชาติที่ผู้ดำเนินการเห็นนั้น วัฒนธรรมปนคล้ายตรอกข้าวสารบ้านเราแต่ไม่ค่อยจะหนักไปทางฝรั่ง สีสันของความเจริญออกแดง เพลงที่ได้รับได้ฟังปะปนวัฒนธรรมสมัยกันเชิงพานิช วัฒนธรรมสตรีใส่ขาสั้นเจริญตา ส่วนใหญ่นำขึ้นมาจากประเทศไทย แต่ก็มีเพลง ไต Myanmar – Vietnamese ลาว และไทย หลายหลากแนวเพลงยุคปัจจุบัน ผู้ดำเนินการได้ฟังเพลงจากขลุ่ยน้ำเต้าใช้เป่าบรรเลงมีทั้งผู้หญิงและชาย เครื่องดนตรีอนุรักษ์แนวนี้โดยมองจากโต๊ะอาหารขึ้นไปบนเวที sound range ไม่กว้างขวางนัก เพียงมีแค่ octave เดียวเห็นจะได้ คือ RE .(เสียงต่ำนิ้วปิดหมด) ME . FA . SOL . LA . TI . DO . RE (เสียงสูงนิ้วเปิดหมด) ใช้ได้กับเพลงที่ใช้ระดับบันไดเสียงของกลุ่มมี..

 

1. Pentatonic scale สัตมูล

2. Pentatonic minor Aeolian mode เบญจมูล รองลุ่ม เล็ก

3. Pentatonic major Lydian mode เบญจมูล ลิบ

4. Pentatonic minor Dorian mode เบญจมูล เพียงออบน เล็ก

5. Pentatonic major Mixo’ledian mode เบญจมูล ลุ่ม

6. Pentatonic minor Pygian mode เบญจมูล รองลิบ เล็ก

 

 

 

 

ได้มาแค่นี้เอง

คงไม่พอกับความต้องการที่เขียนรายงานนี้ มีความผสมปนกันในด้านชาติพันธุ์ ส่วนทางศิลปวัฒนธรรม Myanmar ลาว Vietnamese จีนตอนใต้ ไทย แล้วตัวสิบสองปันนาเอง ยังปะปนด้วยชนเผ่าใกล้เคียงโดยมีพลเมืองหลัก ฮั่น และ เย้ว - ม้ง แม้ว ยี ข่า จ้วง ไทลื้อ (เจ้าของพื้นที่) ประเภทเผ่าที่เป็นกลุ่มน้อยถูกเบียดให้ไปอยู่เชิงเขา กลุ่มผู้อ่อนแอ ต้องรู้จักรักษาตัว สุดท้ายยังมีพารานาสีโชว์ตระการตา หญิงปลอมก็มี ใช้เพลงวัฒนธรรมตามสมัยที่ผู้ดำเนินการจะต้องควานหาต้นวัฒนธรรมเผ่าพันธุ์ต่อไป

กลับมาตั้งหลักที่ กทม. คิดหาความเป็นไปได้ว่ามีที่ใดให้ความกระจ่างมากกว่านี้ นึกได้ว่าต้องมีศูนย์วัฒนธรรมตามภูมิภาคของประเทศไทย คิดได้แล้วก็นั่ง you tube ไปจอดลงที่สำนักงานวัฒนธรรมแม่ฮ่องสอนครับ..เจอบางชิ้นส่วนเข้าบ้างแล้ว ไม่ต้องไปหาที่ไหน ข้อมูลทาง Media นั่งอยู่หน้าจอนั่นแหละ

 

 

ดนตรีไทยใหญ่

 

1. เพลงตอเหย่นวุ่น

เพลงครู เป็นเพลงขั้นสูง คงคล้ายดนตรีไทยประเพลงหน้าพาทย์ เพราะมีหลักทางเดินฆ้องวงใหญ่กำกับได้ ใช้ 3 Scale ร่วมสลับกันคือ

1.1 ใช้เบญจมูล เพียงออ กำกับด้วยทำนองต้นแบบคือ ซฺอล โด เร มี ซํอล มี เร โด ต่อด้วยทำนองทางฆ้องหลัก...

1.2 ใช้ ฉ. ฉอ. มูล..เพียงออ เดินทำนอง

1.3 ใช้เบญจมูล ลุ่ม ดำเนินทำนอง..ทางใหญ่ Major scale เรียงร้อยเสียงตามแนวฝรั่ง

 

 

 

 

 

2. .เพลงโหม่งฉ่วยหยี

วัฒนธรรมเพลงมี Myanmar ปนและคำร้องเป็นภาษา Myanmar มี

2.1 ใช้ เบญจมูล เพียงออ ดำเนินทำนอง เรียงร้อยเสียงตามแนวฝรั่ง

2.2 ใช้ เบญจมูล ลุ่ม 2.3 ใช้ ฉ. ฉอ. มูล..เพียงออ เดินทำนองตามแนวฝรั่ง

 

 

 

 

3. เพลงหมอกหอมฮึน

เพลงที่ใช้ บางท่อนเรียงร้อยเสียงสร้างลีลาไปร่วมใช้กับสำเนียงใต้มาลายูของไทย มี

3.1 ใช้ ฉ. ฉอ. มูล..เพียงออ เดินทำนองตามแนวฝรั่ง

3.2 ใช้ เบญจมูล เพียงออ ดำเนินทำนอง 3.3 ใช้เบญจมูล ลุ่ม ดำเนินทำนอง..ทางใหญ่ Major scale

 

 

 

 

 

4.อาจมีเพลงใดเพลงหนึ่งไปติดกลอนกะเหรี่ยงเข้า เป็น Pentatonic minor scale

 

 

 

 

ปล. คำว่า “โครงสร้าง” เป็นคำใช้กับข้อมูลแห่งการขีดเขียน Graphic Concept เช่นโครงงาน – โครงการ – ส่วนเส้น - เครื่องหมาย – ภาษารวมทั่วไปถือเป็นคำใช้ที่ถูกต้อง ส่วนคำว่า “โคลงสร้าง”เป็นคำที่ผิดทางสามัญ เมื่อผิดอีกที่หนึ่งคงไปถูกอีกที่หนึ่งตามความเข้าใจส่วนตัวกระผมขอนำใช้กับแนวคิดทางจินตนาการ Concept Graphic อันหมายถึงการมองภาพที่สองของพรรค Idealism of Philosophy แห่งจินตนาการวิสัย Our imagination ทางความคิด ซึ่งเห็นภาพร่วมสายทาง โคลงกลอน โคลงกาพย์ โคลงกวี..ฯ จุดประสงค์ 1. ต้องการที่จะรู้ที่มาของวัฒนธรรมเพลงจากมนทลยูนาน สู่ภาคกลางแห่งกรุงรัตนโกสินทร์

 

ประโยชน์ที่ได้รับ

1. รู้ที่มาของวัฒนธรรมเพลงจากมนทลยูนาน สู่ภาคกลางแห่งกรุงรัตนโกสินทร์เพื่อการสานต่อ

 

ความหมาย

หม่อมหลวงปิ่นมาลากุล กล่าวไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรแน่แท้กับมนุษย์ สิ่งที่แท้จริงนั้นคือภาษาแล้วผลิตดอกออกผลเติบโตย่างพัฒนาอย่างยืนยง อ้างอิง Refer ที่กระผมค้นหาวัฒนธรรมเสียงดนตรี ใต๋ อาจเป็นชน ชาวใต๋ - ต้า ที่ชาวจีนยกย่อง อาจเป็นชนชาว ไท - ไทใหญ่ ที่ได้เคยร่วม ถอยร่น ลงมา อาจเป็นกลุ่ม ไทยลื้อ ที่มีพลเมืองกระจาย อยู่ตามหัวเมืองต่างๆ ทางภาคเหนือของไทย

 

กระผมก็คิดที่จะสร้างเพลงแนววัฒนธรรมไท-ใต๋ ขึ้นมาเสริม โดยสร้างทางทำนองเพลงขึ้น 4 แนว เป็นแนว Heterophony เรียบเรียงเสียงประสานในรูปแนวนอน ของกลุ่มจิตนิยม Idealism โดยมีแนวของ Plato ชี้แนะให้กับ Ethos 3 สายทางทำนอง อันเป็น Concept กับนักปรัชญาสมัยกลาง Rene Descartes ที่กล่าวถึงคติถือความเป็นตัวที่ตน อันเกิดจากความดั้งเดิมจนเห็นความชี้ชัดในมายาคติ และ กำหนดเป็น Duet count 3 ช่องว่างระหว่าง 4 สายทาง (บางครั้ง) เมื่อฟังในทางใดทางหนึ่ง จะแยกส่วนความรู้สึกแล้วเข้าพัวพัน เห็นภาพบรรยากาศทางความรู้สึกแหล่งวัฒนธรรม แต่ ต้องมีประสบการณ์แล้ว ต้องขออภัยเพราะการสร้างเพลงนี้ แต่ต่อการมีค่าใช้จ่าย ถึงจะเห็นผล เป็นว่าฟังดนตรีจากคอมฯ ไปก่อนแล้วกัน (อย่าลืม..ช่วยกันค้นหาต่อไป)

 

                                                                                                            ณัฐนพ มนู อินทาภิรัต