ทัศนะเชิงการหน้าที่ของการสอนภาษา A functional view of language teaching ตอนที่ 2

2. ภาษาในฐานะที่เป็นระบบความหมาย ( Language as a meaning system )

     สิ่งที่เกิดขึ้นกับลูกๆของเรา เมื่อตอนเริ่มเรียนภาษาเป็นครั้งแรก เห็นได้ชัดเจนว่าส่วนใหญ่จะเป็นคลังคำขนาดเล็ก (lexical) คลังคำขนาดเล็กประกอบไปด้วยคำหลายๆคำที่นำมาวางอยู่ด้วยกัน และมีโครงสร้างพอให้เรารู้ว่าเป็นโครงสร้างแค่นั้น เช่น หลานสาวของงฉัน ที่ชื่อ Lana ได้บอกถึงเรื่องราวเกี่ยวกับคนสามคน Lana อาศัยอยู่ในทางใต้ของลอนดอน ใกล้ๆกันนั้นมีสถานฝึกตำรวจ (a police training center) ในสถานฝึกแห่งนั้นจะมีม้าของตำรวจ พ่อของ Lana ที่ชื่อ William เป็นคนสวนที่กระตือรือร้น บ่อยครั้งที่เขาจะไปที่สถานฝึกตำรวจเพื่อที่จะเอาปุ๋ยธรรมชาติมาใช้ในสวน นี่คือเรื่องราวของ Lana 

Lana daddy horsey.

Man up.

Horsey poo.

Daddy poo bag.

Lana daddy home.

     หากดูในครั้งแรก เรื่องนี้ค่อนข้างจะไม่ถูกไวยากรณ์ แต่ถ้าดูให้ดีก็มีไวยากรณ์ขั้นพื้นฐานเหมือนกัน พวกเราจะตีความการพูดของ Lana ในครั้งแรก ในฐานะความหมาย เราก็จะได้ใจความว่า ทั้ง Lana และพ่อของเขาทำบางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับ horsey ถ้า Lana พูดว่า Horsey daddy Lana เราก็อาจตีความเรื่องนี้ก็อาจแตกต่างไปจากเดิม ในที่นี้ Lana มีการตระหนักรู้โครงสร้างของวลีภาษาอังกฤษ นั่นก็คือ ประธาน+กริยา+ส่วนขยาย โดยการทำให้ส่วนขยายเป็นตัวเต็มของการพูด แต่ในการที่จะเข้าใจเรื่องของ Lana พวกเราจำเป็นต้องรู้เรื่องบริบท (context) ของมันเสียก่อน นี่เป็นเพราะ Lana ยังไม่มีความสามารถที่จะควบคุมวิธีการทางไวยากรณ์ (the grammar of orientation) นั่นเอง วิธีการทางไวยากรณ์จะทำให้เราเชื่อมโยงสารของเราให้เข้ากับบริบท และสามารถเชื่อมโยงองค์ประกอบต่างๆ (elements) ระหว่างสารด้วยกันเอง ที่นี้ถ้า Lana เริ่มต้นเรื่องราวของหล่อนด้วย

The other day daddy and I saw a horse. ในวันก่อนพ่อและฉันเห็นม้าหนึ่งตัว

ประโยคนี้บอกเราเกี่ยวกับเรื่องบริบท กลุ่มคำวิเศษณ์ (adverbial) ก็คือ the other dayในวันก่อน และมีกริยา saw ที่เป็นช่องที่ 2 อีก บอกให้เรารู้ว่านี่คือการนำเสนอเรื่องเล็กๆน้อยๆมีการใช้สรรพนามบุรุษที่ 1 ก็คือ ฉัน มีการใช้สรรพนามบุรุษที่ 3 ก็คือ the horsey poo (ผมคิดว่าในที่นี้น่าจะเป็นม้า)  พวกเราสามารถที่จะสรุปได้ว่าคำนี้ก็เหมือนกับ horsey แต่ Lana ก็ไม่ได้ให้อะไรแก่เราในการทักทักนี้ หล่อนไม่เคยกล่าวว่า the horsey ที่กำลังทำการ poo ดังนั้นก็แสดงว่าหล่อนยังไม่มีหลักการทางไวยากรณ์ที่จะทำให้เรื่องนี้มีความชัดเจน กล่าวในอีกแง่หนึ่งก็คือ หล่อนยังไม่ได้เชื่อมโยงกับบริบทที่เกี่ยวข้องกับการพูด และเชื่อมโยงองค์ประกอบอันนี้ไปเข้ากับเรื่องอื่นๆได้ หลักการทางไวยากรณ์ ได้แก่ การใช้คำวิเศษณ์, ระบบกาลเวลา, และ การใช้คำบ่งชี้ (เช่น a, an, the) สิ่งเหล่านี้มีความซับซ้อนมาก และใช้เวลานานกว่าจะเอาสิ่งเหล่านี้มาใช้ได้ดั่งใจ อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานั้น Lana ได้พัฒนาระบบความหมายที่พอใช้ได้ ไม่มีความกังวลใจเรื่องความแม่นยำอีกต่อไป ภาษาของ Lana ก็เกือบจะเป็นคลังคำที่มีโครงสร้าง (structured lexis) นั่นแปลว่า จะมีคำอยู่หลายคำ ซ้อนๆกันเป็นพวง ที่วางอยู่ด้วยกันไปตามหลักโครงสร้างวลีภาษาอังกฤษ หากจะเรียกภาษาของ Lana ว่าไม่ถูกหลักไวยากรณ์ แต่ถ้าเรามองดูให้ดี ไม่ถูกหลักไวยากรณ์นั้น ก็อาจกลายเป็น ไม่ถูกตามหลักไวยากรณ์ตามตำราก็เป็นได้ ถ้าเราดูที่วิธีการที่ผู้เรียนได้พัฒนาภาษาที่สองหรือภาษาต่างประเทศ ก็จะมีลักษณะคล้ายๆกับ Lana นี้ ภาษาของนักเรียนในขั้นพื้นฐาน จะมี 1. การไม่มีตัวบ่งชี้ (a, an, the) 2. การไม่มีกริยา to be 3. ประโยคคำถามและประโยคปฏิเสธ ถูกสร้างโดยการเปลี่ยนที่คำศัพท์ ไม่ใช่ที่โครงสร้าง 4. การที่จะใช้กริยาช่องที่ 1  ดังนั้น ผู้เรียนในชั้นต้น สามารถผลิตคำพูด เช่น Where you go? (ขาด do) I like play golf. (like ต้องตามด้วยกริยาเติม ing ) ผู้เรียนขั้นต้นมีระบบความหมายที่ชัดเจน แต่อาจสร้างปัญหาให้ผู้ฟังได้

 

หนังสืออ้างอิง

Dave Willis. A functional view of language teaching

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การจัดการเรียนการสอน, การวัดผลประเมินผล,การสอนภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษ



ความเห็น (0)