ตอนที่แล้วได้กล่าวถึงการรับวิตามินดีจากแสงแดดเพื่อป้องกันกระดูกพรุน องค์ประกอบของกลไกการล้ม ซึ่งเป็นสาเหตุกระดูกสะโพกหักในผู้สูงอายุ
ในวันนี้ผู้เขียนขอกล่าวถึงการทรงตัวซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกลไกการล้ม และกระดูกหักจากการล้ม การออกกำลังกายด้วยการบริหารกล้ามเนื้อ (Progressive muscle strengthening) และการฝึกทรงตัว (Balnce training) การฝึกฝนเป็นประจำสามารถเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ป้องกันพลัดตก หกล้ม และกระดูกพรุนได้
โดยมีหลักฐานยืนยัน และเป็นข้อแนะนำ ระดับ IA “แนะนำให้ออกกำลังกายโดยฝึกการทรงตัว (Balancing training) ฝึกกำลังกล้ามเนื้อรอบสะโพก กล้ามเนื้อเข่า และกล้ามเนื้อกระดูกข้อเท้าให้แข็งแรง อีกทั้งการบริหารเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นของข้อต่างๆ ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงในการยืน/เดินของผู้สูงอายุ”
(www.dms.moph.go.th/dmsweb/cpgcorner/20090217_84231.pdf)
กิจกรรมการฝึกการทรงตัวที่ไม่หักโหม และเป็นที่นิยมสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่ ลีลาศ, ไทชิ (Tai Chi (ไทเก็ก)) โยคะ และรำไม้พลอง เป็นต้น พบว่าการนำกิจกรรมการบริหารกล้าเนื้อและการทรงตัวดังกล่าวข้างต้น จัดลงในโปรแกรมการออกกำลังกายของผู้สูงอายุ เพื่อให้สามารถบริหารกล้ามเนื้อ เพิ่มการทรงตัว สามารถป้องกันพลัดตกหกล้มได้.......ทั้งนี้ผู้จัดสามารถเลือกกิจกรรมการฝึกทรงตัวตามความเหมาะสมของผู้สูงอายุแต่ละราย ซึ่งมีการศึกษา สนับสุนถึงประโยชน์ และข้อจำกัดต่างๆไว้มากมาย สามารถติดตามได้จากเอกสารอ้างอิงที่แนบ
นอกจากนี้ ควรฝึกทักษะการลุกขึ้นจากพื้นภายหลังล้มลง การขอความช่วยเหลือและต้องให้ความมั่นใจแก่ผู้สูงอายุและผู้ดูแลว่าจะสามารถช่วยเหลือตนเองได้ โดยโปรแกรมการฝึกเหล่านี้ ผู้สูงอายุต้องมีส่วนร่วมในการจัดโปรแกรม ได้รับความเห็นจากผู้สูงอายุและญาติ ทั้งนี้เพื่อความเต็มใจและความร่วมมือในการฟื้นฟู
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/18511723
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/20122044
http://www.ncbi.nlm.nih.gov/pubmed/19370674
www.dms.moph.go.th/dmsweb/cpgcorner/20090217_84231.pdf
