เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับตัวเองค่ะ

              ย้อนกลับไปแล้วนึกแปลกใจไม่หายใครจะนึก ว่าไอ้มดตัวเล็กๆ จะทำเอาเราเกือบตายได้ ก่อนหน้าประมาณ 11 ปีเห็นจะได้ ตอนนั้นตัวเราเองทำงานอยู่ที่จังหวัดปทุมธานี ที่ทำงานมีบ้านพักให้อยู่ ที่บ้านจะมีราวตากผ้ากลางแจ้งอยู่ใกล้ต้นไม้ แล้วช่วงเวลากลางวันจะมีมดชนิดหนึ่ง อาศัยอยู่ตามใต้ต้นไม้บางครั้งก็ไต่ตามลวดของราวตากผ้า ลักษณะเป็นมดตัวใหญ่ๆ ตัวแดง หัวดำ ตูดดำ ช่วงไหนที่ตากผ้าเสร็จ ถ้าผ้าแห้งแล้วเก็บโดยไม่สะบัดผ้าให้ดีจะเห็นเจ้ามดนี่ติดมากับผ้าด้วยประจำ ที่บ้านพักอยู่กันหลายคนค่ะ และเกือบทุกคนก็จะโดนเจ้ามดนี่กัด ตัวเราก็โดน โดนแรกๆ ไม่เป็นไรเลย แค่เจ็บๆคันๆ แต่คันนี่คันมากแล้วก็คันนานเป็นอาทิตย์เลย หลังๆ โดนอีก ปรากฏว่าจากแค่เจ็บๆคันๆ เริ่มปวดร่วมด้วย มีอยู่ครั้งกัดเข้าที่มือ แต่ปวดร้าวตลอดทั้งแขน ตั้งแต่มือจนถึงหัวไหล่ คืนนั้นแทบไม่ได้นอนเพราะพอขยับตัวก็ปวดเมื่อยสุดๆ หลังๆเริ่มเลี่ยง ทุกครั้งที่จะเอาผ้ามาใส่จะสะบัดแล้วสะบัดอีก ให้แน่ใจว่าไม่มีมดนี่อยู่แน่นอน แต่แล้วมันก็ถึงคราวซวยจนได้ วันนั้นเตรียมตัวจะกลับมาเยี่ยมบ้านที่หาดใหญ่ ซื้อตั๋วรถไฟไว้แล้วด้วย ตื่นลุกขึ้นมาตั้งแต่ตี 4 ตี 5 ลุกมาแล้วก็มานั่งสวดมนต์ทำวัตรเช้า และคงไม่ดูให้ดีว่าตรงที่ตัวเองนั่งมันมีมด มดมันเลยเข้าไปในกางเกงนอน พอขยับตัวมันเลยต่อยเอาที่ขาอ่อน ยิ่งขยับก็ยิ่งต่อย ปวดมากเลยลงมาผลัดผ้าดู ป๊าดมันต่อยจนตัวมันติดกับขาอ่อนเราเลย เอาตัวมันออกไปซักพัก แค่ไม่กี่นาทีรู้สึกชาปาก ชาลิ้น เหมือนริมฝีปากหนาขึ้นมาคล้ายๆเวลาเราฉีดยาชาเพื่อถอนฟันยังไงยังงั้นเลย.. ทีนี้รู้ตัวแล้วว่าแพ้พิษมันแน่นอน เลยเรียกเพื่อนๆที่อยู่บ้านพักเดียวกันให้ไปส่งที่ศูนย์พยาบาล (ที่ทำงานมีศูนย์พยาบาลด้วยค่ะ) เพื่อนๆก็เตรียมตัว เราก็ออกมาล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า แป๊บเดียวเท่านั้น  ไม่ถึง 5นาที มองอะไรไม่เห็นแล้ว รู้แต่ว่าฟ้าเริ่มสางแล้วคือยังมีสติ แต่กระทั่งลายมือตัวเองก็ไม่เห็น มันเหลืองไปหมด กลัวมากเลยตอนนั้น เพื่อนๆมาประคอง ได้ยินพวกเพื่อนมันบอกว่า ปาก เล็บเราเขียวหมดแล้ว ก็ไปตามรถของ รปภ. ระหว่างนั่งรถไปก็ปวดท้องเหมือนจะถ่ายหนักนะ ปวดมาก พอถึงศูนย์พยาบาล มีบุรุษพยาบาลอยู่พอดี เค้ามาวัดความดันเรา ได้ยินเค้าบอกว่าต่ำจนวัดไม่ได้ แล้วก็ได้ยินเค้าโทรศัพท์ไปหาพี่ที่เป็นหมออยู่ที่บ้านพักอีกที่ จากนั้นเราก็ไม่ได้ยินไรอีกเลย จำไรไม่ได้อีก มารู้สึกตัวอีกที 10 โมงเช้า นอนให้น้ำเกลืออยู่บนเตียง นึกเลยนะว่าวันนั้นถ้าที่ทำงานเราไม่มีศูนย์พยาบาลเราคงตายไปแล้ว ต่อมาเลยได้รู้ว่ามดที่กัดเรานะเค้าเรียกมดตะนอย

                     

            แอร๊ย พึ่งรู้ว่ามันสามารถทำให้คนถึงตายได้เลย น่ากลัวมาก...นี่ถ้าตายไปจริงยมบาลถามเจ้าตายเพราะอะไร ตอบว่านู๋ตายเพราะโดนมดกัดค่ะ... ขำไม่ออก  วันนั้นซื้อตั๋วเตรียมกลับบ้านที่หาดใหญ่แล้วยังไงก็ต้องกลับให้ได้  นอนให้น้ำเกลือหมดแล้วก็ออกมานั่งรถไปหัวลำโพงกลับบ้าน พอถึงบ้านแม่พาไปหาหมอที่โรงพยาบาลหาดใหญ่วันนั้นเป็นวันหยุด เลยหาคลินิกนอกเวลา หมอก็ให้แค่ยาแก้อักเสบมากิน ตรงรอยมดกัดมันม่วงจนดำเป็นวงกว้างน่ากลัวมาก ตอนเย็นวันนั้นแม่เราเลยพาไปหาหมอสมศักดิ์ซึ่งเป็นหมอผิวหนังโดยตรง ที่อยู่หลังตลาดสดหาดใหญ่ หมอเค้าเลยจ่ายอะดรีนาลินให้เราพก พร้อมเข็มฉีดยา บอกถ้าเราโดนอีก ให้ฉีดอะดรีนาลินเข้าใต้ผิวหนังตัวเองก่อนไปหาหมอ จะช่วยกันหัวใจหยุดเต้นได้ บวกลบ3 ชั่วโมง ก่อนถึงมือหมอ เฮ้ยเราเป็นขนาดนั้นเลยเหรอ หมอบอกถ้าคนแพ้มันก็มีแนวโน้มจะแพ้อีก  เราก็เลยถามหมอว่าแล้วทำไมตอนแรกเราก็เคยโดนมดตะนอยกัดแต่ไม่เป็นไร หมอบอกว่าช่วงแรกมันจะยังไม่แพ้เพราะร่างกายเรายังไม่รู้จักพิษมัน พิษมันคือแอนตี้เจน พอโดนหลายๆครั้งเข้าร่างกายมันก็สร้างแอนติบอดี้ บลาๆๆ เราก็เลยถามต่อว่าวันนั้นเราเกือบตายจริงใช่มั้ย หมอบอกใช่เลย ลักษณะนี้นะเค้าเรียกช็อกคือถ้าไม่ได้ยาแก้แพ้ตายแน่นอน เพราะความดันต่ำจนวัดไม่ได้ ม่านตาก็ขยายแล้วด้วย ที่ปวดท้องถ่ายหนัก ก็ใช่  แล้วที่เราหลับไม่รู้เรื่องเพราะหมอที่่ศูนย์พยาบาลนั้นคงฉีด CPM แก้แพ้ให้ พอหายแพ้ มันก็หายแบบปลิดทิ้ง เหมือนไม่ได้เป็นไรเลย เราก็เที่ยวพกไอ้อะดรีนาลินนี่แหละพกไปพกมาอยู่หลายปี จนย้ายบ้านพัก .. ยาก็หมดอายุ แล้วก็ไม่ได้หามาพกอีกเลย

            แล้วไอ้มดนี่นะ มันร้ายสุดๆ ตอนหลังเราไปจับตัวมันมาดูใกล้ๆ แล้วก็เอาทิชชูไปแหย่ๆมัน โห้มันสู้อ่ะ มันไม่หนีเลยนะ มันหันกลับมาเอาเขี้ยวงับทิชชู แล้วโก่งตูด ต่อยๆๆที่ทิชชู เห็นมันปล่อยน้ำพิษออกมาเป็นวงเปียกที่ทิชชูเลย ลองอยู่ 2 ตัว ถึงมั่นใจว่า ไอ้มดตะนอยนี่มันฉีดน้ำพิษ มันไม่มีเหล็กไน ..แล้วมันจะออกมาเต็มไปหมดตอนกลางวัน กลางคืนหายไปไหนหมดไม่รู้ เวลาวันไหนเพลียจัดๆกลับมางีบกลางวัน เราเลยต้องนอนกลางบ้าน(เผื่อพื้นที่กว้างๆเข้าไว้) แล้วก็เอาแป้งฝุ่นทาตัวนี่แหละโรยเป็นวงกว้างๆ อย่าให้วงขาด แล้วก็เข้าไปนอนในวง ได้ผลค่ะมันไต่ไปมาอยู่รอบๆวงนอกของแป้ง แต่ไม่ไต่ข้ามแป้งมา พอตื่นเราก็ค่อยกวาดแป้งทิ้ง ช่วงนั้นต้องซื้อแป้งกระป๋องใหญ่ๆเก็บไว้โรยนอนกันเลยทีเดียว .... เลยจำไว้กับตัวเลยว่าเวลาไปไหนต้องระวังพวกมด แมลงแมงต่างๆ ให้ดี พกแป้งฝุ่น พกยาแก้แพ้ 

 

                    

 

     

           อ้อลืมบอก..หมออีกท่านแนะนำว่ายา CPM แก้แพ้นั้นนะ แนะเลยหาไรไม่ทันจริงๆ แพ้มากๆ ถึงขั้นโคม่า ซัดเข้าปากไปเลย 3- 4 เม็ด (แต่เราไม่เคยลองนะ) และให้พกติดตัวเสมอถือเป็นยาพื้นฐานจำเป็นจริงๆเวลาไปไหนมาไหน