การออกแบบการสอนการจัดการศึกษาในยุคนี้ ควรมีเป้าหมาย เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้ครบ 3 ด้าน ครับ
1 ด้านเนื้อหา 2 ด้านทักษะต่างๆ 3 ด้านคุณธรรม …..
และต้องวัดผลก็ต้องทำจริงจังทั้งสามด้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ด็กและผู้ปกครองนำไป พัฒนา ส่วนที่ยังต้องปรับปรุง
เหมือนอย่างที่ทุกวันนี้เราดูใบเกรด เห็นวิชาไหนอ่อน ผปค. ก็มักจะให้เด็กไปติว เด็กมักจะถูกเร่งให้พัฒนาความรู้ความเข้าใจ ในวิชานั้นๆ ถ้าเรามี ผลของทักษะ ความร่วมมือทำงานเป็นทีม ทักษะในด้านความคิดสร้างสรรค์ หรือ คุณลักษณะในด้าน ความมีวินัย รายงานผลให้เด็กและ ผปค. อย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะเป็นส่วนให้ ได้เกิดการพัฒนาด้านต่างๆอย่างครบถ้วน ซึ่งก็จะเป็นการศึกษาที่ช่วยให้เด็กเรามีครบสามด้านตามเป้าหมายการจัดการศึกษาที่ดี ที่สำคัญคือต้องมีการนำผลทั้งสามด้านนี้ไปใช้ในการคัดเลือกเพื่อเรียนต่อ อย่างจริงจัง เพราะถ้าการสอบเรียนต่อ การสอบแข่งขันยังคงเน้นแต่เนื้อหา โดยไม่ได้นำผลการเรียนทั้งสามด้านไปพิจารณา ภาระก็จะมาตกกับครู ซึ่งทำให้การสอนต้องเน้นเนื้อหา และการวัด ด้านทักษะต่างๆ ด้านคุณธรรม ก็จะถูกละเลย เช่นเดียวกับที่ผ่านๆมา
"""""" คำถามก็คือ การวัดทักษะต่างๆทำได้หรือ และจะทำอย่างไร เอาเรื่อง คุณธรรม หรือคุณลักษณะพึงประสงค์ ก่อนนะครับเพราะมีแฟนเพจสนใจมาก ว่าวัดอย่างไร
ขอยกตัวอย่างครู ไม่ว่าจะสอนวิชาใดๆ ถ้าอยากฝึกความมีวินัยให้เด็ก อยากให้เด็กมีความรับผิดชอบ มีวินัย ก่อนทำการสอนเราจะแจ้งและตกลงกับผู้เรียนว่า ในวิชาของเรา จะมีการบันทึกเรื่องนี้ เพราะมันสำคัญต่ออนาคต คนที่มีวินัย มีความรับผิดชอบ จะประสบความสำเร็จได้ (อาจใช้ตัวอย่างที่ครูพบเจอหรือนำประวัติผู้ประสบความสำเร็จ มาเป็นแรงบันดาลใจ) เนื่องจากในการเรียนการสอนแบบ CBL ผู้เรียนจะได้รับสิทธิ์ ในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ โทรศัพท์ เข้ามาในห้องเรียน และเป็นห้องเรียนเสียงดัง เพราะเด็กจะพูดคุย กันตลอดเวลา ครู จะร่วมตั้ง กติกากับเด็ก
เช่น 1 การเข้าห้องเรียน ตรงเวลา … ถือเป็นวินัย
2 การพูดคุยจะต้องหยุดเมื่อครู สั่นกระดิ่ง เพื่อ พูด …. ถือเป็นวินัย
3 ในขณะที่เพื่อน นำเสนอ … ต้องฟัง ……..ถือเป็นวินัย
4 โทรศัพท์ที่นำเข้ามาให้ใช้เพื่อการเรียนการสอน ต้องปิดเสียง … ถือเป็นวินัย
เมื่อเราประเมินผล ความมีวินัย ของเด็กในวิชาเรา เราก็เพียงแค่บันทึก ผลการกระทำของเด็ก ใน4 ข้อที่ตกลงไว้ เช่น ถ้าให้คะแนนของความมีวินัย เต็ม100 ทุครั้งที่มีการผิดวินัยก็จะถูกตัดคะแนนไปครั้งละ1คะแนน เมื่อผ่านไปหนึ่งเทอม เด็กและ ผปค. ได้รับผลประเมิน ความมีวินัยนี้ ก็สามารถที่จะนำไปพัฒนาได้ …….
การจะวัดผู้เรียนให้ครบทั้งสามด้านนั้น จะทำได้ต้องมีระบบสนับสนุน
คือมีโปรแกรมสำเร็จรูปง่ายๆไว้บันทึก และที่สำคัญ คือ ถ้าครูหนึ่งคน ผู้เรียน เกิน35คน จะกลายเป็นเรื่องยากมากครับ …….
ลองมานึกดูนะครับ ถ้าเด็กคนนึง มีคะแนนวินัย 90 -100 ทุกวิชาที่เข้าเรียน ต่อเนื่องกันหลายปี หลายโรงเรียน
เด็กคนนี้ ถ้าไปสมัคร เข้า ทหาร ตำรวจ ก็น่าจะรับเขาเข้าเรียนได้ถึงแม้คะแนนวิชาการจะน้อยไปบ้างก็ตาม และเมื่อ มหาวิทยาลัย คณะต่างๆ ให้ความสำคัญตรงนี้ ผปค. และก็จะเริ่มหันมาเอาใจใส่ คุณลักษณะต่างๆนี้มากขึ้นเรื่อยๆ อีกตัวอย่างหนึ่ง คือเรื่อง จิตสาธารณะ ถ้าวิชาใดมีเป้าหมายอยากให้เด็ก มีความเสียสละ รู้จักทำตัวให้เป็นประโยชน์ ต่อส่วนรวม เราก็แค่ทำการบันทึกสิ่งที่เขาได้ทำลงไปในระบบ แล้วรายงานผลเป็นระยะให้ ผปค. และเด็ก ได้ทราบ เมื่อเด็กจบ ในระดับใด ต้องการใบประเมินผล ก็จะมี ผลของเด็กในเรื่องนี้ปรากฏ
ผมเคยคุยกับท่านรองคณบดี รัฐศาสตร์จุฬาฯ ท่านบอกว่า ถ้ามีอย่างนี้ เราก็อยากได้เด็กแบบนี้มาเรียนและเชื่อมั่นว่าจะดีกว่าที่สอบแข่งกันอย่างที่ทำกัน
การทำสาธารณะประโยชน์ เป็นการฝึกให้เด็กรู้จักเสียสละ เป็นเรื่องที่ไม่ควรบังคับครับ สิ่งที่ครูทำก็แค่ นำตัวอย่างต้นแบบดีๆที่มีในสังคมมาเล่า กระตุ้นให้เขาค้นหาต่อ และเปิดโอกาสให้เขาทำ แล้วมานำเสนอให้เพื่อนๆได้ฟังได้ชม สิ่งที่เขาทำมา
การประเมินผลแบบนี้ ครูจะต้องไม่ทำตัวเป็นผู้พิพากษา ถึงเด็กจะเกเร จะไม่มีวินัย เราก็แค่ ทำการบันทึกครับ
สิ่งที่ครูน่าจะทำคือเมตตาและ หาทางช่วยให้เขา ดูปัญหาเขา ว่าอะไรที่ทำให้ขาดวินัย
ผมเชื่อว่าวิธีการเรียนการสอนและการประเมินผลอย่างนี้ น่าจะเป็นทางสร้างเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่มีคุณภาพได้