ถ่ายทอดองค์ความรู้
ความรู้ที่ไม่มีในบทเรียน ความรู้ที่ไม่มีในตำรา ความรู้ที่ไม่มีรูปแบบ เป็นความรู้บนพื้นฐานของโครงการ หรืองานที่จะนำมาซึ่งการพัฒนาเเห่งต่างๆ พอทำงานมาได้สักพักหนึ่ง ฮักนะเชียงยืนได้ผ่านกระบวนการต่างๆ ผ่านบทเรียนต่างๆ ผ่านเครื่องมือต่างๆเข้ามามากมาย เมื่อได้รู้เเล้ว เมื่อมีโอกาสได้รู้ในสิ่งที่ผู้อื่นยังไม่มีโอกาสก็ควรถ่ายทอด โดยในครั้งนั้นเป็นค่ายถ่ายทอดความรู้ที่จัดขึ้น ณ โรงเรียนนาสีนวนพิทยาสรรค์ ที่เปรียบเหมือนพี่น้องที่เรารู้จักคุ้นชิน จัดขึ้นโดยความร่วมมือจากฝ่ายต่างๆที่เล็งเห็นการพัฒนานั้นเป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าต่อความคิดของเด็กๆ ในค่ายกิจกรรมนี้จัดขึ้นในช่วงเวลาหนึ่ง โดยที่ฮักนะเชียงยืนจะคอยดึงความคิดของเพื่อนด้วยกันด้วยเครื่องมือ วิเคราะห์โครงการที่ปรับใหม่ให้เหมาะสม ฮักนะเชียงยืนด้วยเเกนนำ ๑๐ คน (ยกทีม) ไปด้วยกัน โดยสิ่งที่ถ่ายทอดนั้นเป็นเครื่องมือของการทำโครงการบนสภาพปัญหาของชีวิตจริง ที่ปรับมาให้เหมาะสม "เเผนภาพชุมชน" "ต้นไม้ปัญหา" เเละ "การเเก้ไข" ซึ่งทั้งสามสิ่งนี้เป็นเครื่องมือหลักในการทำโครงการให้มีคุณภาพ ที่สามารถใช้ได้กับทุกๆงาน โดยเฉพาะ โครงงาน โครงการ ฯ โดยเเบ่งกลุ่มออกเป็นกลุ่มย่อย เเล้วคอยดึงความคิดออกมาเรื่อยๆ ออกมาเรื่อยๆ "ตามฉบับฮักนะเชียงยืน" นอกจากทั้งฮักนะเชียงยืนจะเป็นพี่เลี้ยงของเเต่ละกลุ่มเเล้ว ยังเป็นผู้นำกิจกรรมสันทนาการ ในทุกช่วงที่ช่วยให้เกิดความผ่อนคลาย "ค่ายนี้เป็นค่ายที่ไม่เครียด" เป็นค่ายที่เรามาเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน
เเผนภาพชุมชน เป็นการวาดภาพเเผนที่ ตำเเหน่งของปัญหา บอกถึงว่าปัญหานั้นอยู่ที่จุดใด เเล้วมีอะไรบ้างที่ทำให้เกิดปัญหาเกิดขึ้น โดยปัญหาส่วนใหญ่นั้นเพื่อนๆ เน้นอยู่จุดเดียว คือ ปัญหาที่เกิดขึ้นในโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นห้องน้ำ ขยะ เเละปัญหาต่างๆที่เพื่อนๆร่วมกันสะท้อนความคิดเห็นออกมา
ต้นไม้ปัญหา เป็นการมองปัญหาจากรากไปสู่เเก่น จากเเก่นไปสู่ผล จากผลออกสู่สังคมเเละสิ่งเเวดล้อม โดยที่รากนั้นเป็นการมองว่าสภาพปัญหาคืออะไร เป็นอย่างไร หรือเกิดจากอะไร โดยที่มองจากภาพรวมรอบด้านที่ไม่ว่าจะเป็นทั้งธรรมชาติทำให้เกิดหรือมนุษย์เราทำให้เกิด(เป็นสาเหตุชั้นที่ ๑) เเก่นเป็นการมองว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร (เป็นสาเหตุชั้นที่ ๒) ผลคือ จากปัญหานี้จะทำให้เกิดผลกระทบอะไร ผลกระทบกับใครบ้าง กับเเห่งทรัพยากรณ์ใดบ้าง (กระทบที่เกิดขึ้น)
วิธีการเเก้ไข นั้นเป้นเเนวทางความคิดของเเต่ละบุคคลว่าจะร่วมกัยระดมความคิดเห็นกันในกลุ่ม ว่าจะทำอย่างไรให้สามารถเเก้ไขได้ โดบวิธีของเเต่ละกลุ่มจะเเตกต่างกันออกไปตามมุมมองของความเป็นไปได้
สันทนาการส่วนใหญ่เป็น กิจกรรมที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากรุ่นพี่ๆ จากหน่วยงานต่างๆ ที่ไม่ว่าจะเป็น ผึ้งเเตกรัง เเก้วกะลาขันโอ่ง เเอลจีบ ไปทะเล กรรไกรไข่ผ้าไหม (ฉบับน่ารัก) ฯ ที่สันทนาการทั้งหมดเป็นบทบาทของฮักนะเชียงยืน เพื่อเน้นความผ่อนคลายให้เกิดขึ้นมากที่สุด
สิ่งที่ได้เรียนรู้สำคัญ คือ เมื่อนำสันทนาการเเล้วนั้น ผู้คนทั้งหมดจะจด้องที่ผู้นำกิจกรรม โดยที่ผู้นำกิจกรรมนั้นไม่ควรออกนอกกิจกรรม ไม่ควรหยุดคุย ไม่ควรปรึกษา เพราะจากที่จะทำให้กิจกรรมนั้นมีความสนุก กลับมีความน่าเบื่อ เมื่อมีความน่าเบื่อเเล้วนั้น วัตถุประสงค์ของสันทนาการที่จะช่วยทำให้เกิดความผ่อนคลาย จะไม่บรรลุเป้าหมาย ค่ายนี้ไม่ได้เป็นค่าย อบรม ค่ายนี้ไม่ได้เป็นค่ายมาสอน เเต่ค่ายนี้เป็นค่ายที่จะคอยดึงความคิด ปลูกใจความคิดรักษ์ เพื่อเป็นเเนวทางในการทำโครงงานหรือโครงการ เเก้ไขปัญหาสิ่งเเวดล้อม เราเปรียบเหมือนพี่น้อง เปรียบเหมือนเพื่อนกันที่จะคอยช่วยเหลือซึ่งกันเเละกัน ขอเพียงโอกาสที่จะได้รับ โอกาสเท่านั้นที่เป็นสิ่งที่สำคัญ ความคิดของทุกๆคนล้วนเหมือนๆกัน มีความคิดที่ทรงคุณค่าเช่นเดียวกัน...

