ประวัติศาสตร์ของวาทกรรมประชาธิปไตย ตอนที่ 2

2. การใส่วาทกรรม กับ “ประชาธิปไตย” ในบริบทสังคมการเมืองไทย

การเปลี่ยนความสัมพันธ์ทางอำนาจครั้งใหญ่ที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทยสมัยใหม่คือการปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครองในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ซึ่งนำมาสู่การจัดความสัมพันธ์ทางอำนาจที่ไม่ลงตัวสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน สาเหตุสำคัญประการหนึ่งเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้นำเอาแนวคิดเรื่อง “ประชาธิปไตย” ลงหลักปักฐานกลายเป็นที่ยอมรับของคนโดยทั่วไป แต่ก็เช่นเดียวกับการปฏิวัติอื่นๆ หากกลุ่มผู้ก่อการไม่ได้คิดแตกหักล้มล้างขั้วอำนาจเก่า ก็ต้องสร้างระบอบการเมืองที่เปิดพื้นที่ให้มีการประนีประนอมกับกลุ่มชนชั้นนำในระบอบดั้งเดิม ดังนั้น “ประชาธิปไตย” ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยช่วงเวลานั้นจึงไม่ได้นำหลักประชาธิปไตยที่ยึดหลักสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมมาลงหลักอย่างเต็มที่

อาจกล่าวได้ว่าหลังวันที่ 24 มิถุนายน 2475 สังคมไทยมีฉันทามติว่าประเทศไทยควรจะเป็น “ประชาธิปไตย” แต่ว่า “ประชาธิปไตย” ที่ว่านี้ควรจะมีเนื้อหาเป็นอย่างไรยังเป็นเรื่องที่ยังต้องให้ฝ่ายต่างๆ มาพูดคุยประนีประนอมกัน (เป็นการเมืองของชนชั้นนำ) ดังนั้นเมื่อ “ประชาธิปไตย” กลายเป็นพื้นที่เปิดให้กลุ่มอำนาจต่างๆ เข้าไปช่วงชิงนิยามเนื้อหาให้เป็นประโยชน์กับกลุ่มตน กระบวนการสร้างอุดมการณ์ทางการเมืองจึงเกิดขึ้นจากฝ่ายต่างๆ ที่แย่งกันปลูกฝัง ตัดต่อ เปลี่ยนแปลงเนื้อหาของ “ประชาธิปไตย”  ให้เอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มตนมากที่สุด ในที่นี้จะพิจารณาถึงการปลูกฝังความคิดหรือวาทกรรม 2 แนวทางที่ปัจจุบันกลายมาเป็นฐานความรับรู้ของคนในสังคมเกี่ยวกับ “ประชาธิปไตย” คือแนวทางแรกเป็นกระบวนการที่สร้างอุดมการณ์เพื่อมุ่งลดทอนพลัง และคุณค่าของหลักประชาธิปไตยสมบูรณ์ตามหลักที่ยึดสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมในความรับรู้ของคนในสังคม กับแนวทางที่สองที่มาค่อนข้างใกล้เคียงกับแนวคิดแรก อาจกล่าวได้ว่าเป็นขบวนการขั้นที่สองจากวาทกรรมแรกก็คือกระบวนการ สร้างวาทกรรมโดยใช้แนวคิดเรื่อง “ความเป็นไทย” ขึ้นมาซ้อนทับเป็นเงาเบื้องหลังของเนื้อหา“ประชาธิปไตย”

เดี๋ยวจะมาเล่าประวัติศาสตร์ของแนวคิดต่างๆต่อไป

หนังสืออ้างอิง

ตะวัน มานะกุล. The Inception: ว่าด้วยการตัดต่อ "ประชาธิปไตย" ในไทย. 

http://www.echoyouth.org/post/80/inception-democracy/

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การวิจารณ์เพลง หนัง หนังสือ และสังคมร่วมสมัย



ความเห็น (0)