แรงบันดาลจากบันทึกคุณไมโต เที่ยวสวนสัตว์ สวนสาธารณะหาดใหญ่เป็นแห่งแรกที่ทำให้ดิฉันรู้จักคำว่า "สวนสัตว์"  ไม่น่าดูเลยน่าสงสารเป็นความฝังใจตั้งแต่เด็กๆ ที่ดิฉันจดจำมา มันไปไหนไม่ได้แคบ เหม็นต่อมาเป็น "เขาดินวนา" ดีขึ้นมานิดนึงตรงที่ได้เห็นสัตว์แปลกๆ จากที่เคยเห็น เช่น ช้าง  ฮิบโป ฯลฯ (อย่าเพิ่งขำค่ะจริงๆ เด็กสาวบ้านนอกคนหนึ่งเคยเห็นช้างตัวจริงเอาที่เขาดิน ตอนเรียน ม.5) ช้างมันตัวโตต้องอยู่ในป่ากว้าง โดนมลพิษ ทุกวันทั้งเสียงทั้งอากาศ น่าสงสาร แล้วอีกที "พาต้าปิ่นเกล้า"นี่หนักสุดเอาสัตว์มาขังบนตึก ถัดมา "ซาฟารีเวิลล์" ที่นี่ดีหน่อยปล่อยสัตว์แต่จับเราขังในรถแทนการจับสัตว์ขังให้เราดู และ "สวนสัตว์สงขลา" นี้ไปหลายรอบหน่อยพักหลัง....เริ่มมีลูก เอาลูกมาอ้างชวนพ่อเที่ยว ดูๆไปงั๊น แหล่ะ ดูทีไรก็สงสารมันทุกทีที่ถูกจำกัดอิสรภาพ.....ดูพลางบ่นพลาง ส่วนใหญ่จะปูเสื่อรอใต้ต้นไม้ "หลับ" ให้ลูกไปดูกับพ่อมากว่า ดูแล้วไม่มีความสุข ใครไปสวนสัตว์แล้วมาเล่าเนี่ยดิฉันจะถามก่อนว่า"รู้สึกสงสารมั๊ย" ส่วนใหญ่จะตอบว่าเฉยๆ ก็รู้อยู่ว่าจะไปดูสัตว์ที่จับมาขังไว้ให้ดู (เธอนั่นหล่ะไม่ปล่อยวางคิดเรื่องเดิมอยู่ได้) หลังสุดนี้วันหยุดชวนลูกจะไปสวนสัตว์สงขลา....เจ้าคนโตบอกว่า....ไม่เอาแม่สงสารมัน.......ไปดูนกเอี้ยงเลี้ยงควายที่ทุ่งนาดีกว่า....ที่ไหนน้าที่เราเคยผ่านบนถนน....วันนั้นดิฉันขับรถไปที่ถนนลพบุรีราเมศว์ (ทางไปสงขลา) จอดดูนกเล่นกัยควายจนพลบค่ำ กลับบ้าน....คนที่บ้านถามว่าไปไหนมา....ลูกตอบว่าแม่พาไปดูควายตั้งนานแน่ะ....พ่อบ้านบ่นอุบอิบว่า.."ไม่บาย" (ภาษาใต้ค่ะแปลว่าไม่ใคร่ปกติ) นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าถ้าทำได้ไม่ดี "อย่าทำ" เช่นสวนสาธารณะแห่งแรกที่ดิฉันเห็นมันกลายเป็นความทรงจำที่ไม่ดีกับสวนสัตว์ติดตัวมาจนป่านนี้