อาใย ไม่ใช่ แค่ดนตรี อาใย ไม่ใช่ แค่การแสดงและการร้องรำ อาใย แฝงไว้ด้วยพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย อาใย เป็นภูมิปัญญาของคนสองแผ่นดิน ไทย-กัมพูชา ที่สร้างสุขตามวิถีแห่งความเรียบง่าย อย่างเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

อะไรนะ...อาใย (ไย)

เกศินี จุฑาวิจิตร

ชุมชน 100 เล่มเกวียนเปลี่ยนชีวิต

 

               อะไรนะ  “อาใย”!!                         

            ไม่ต้องแปลกใจเลย ถ้าหลายคนจะอุทานเช่นนี้ เหมือนกับฉัน  เมื่อได้ยินคำว่า “อาใย” เป็นครั้งแรก แม้กระทั่งการสะกดคำก็ยังไม่แน่ใจว่าจะใช้ไม้ม้วนหรือไม้มะไลกันแน่

            การรับเป็นผู้ติดตามและประเมินภายในให้กับโครงการที่ได้รับงบประมาณการสนับสนุนจากแผนงานสื่อศิลปวัฒนธรรมสร้างเสริมสุขภาพ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ทำให้ฉันได้มีโอกาสเรียนรู้และท่องไปในโลกกว้าง โดยเฉพาะโลกของสื่อศิลปวัฒนธรรมและสื่อพื้นบ้าน

            ฉันได้รู้จักผู้คนที่มีจิตอาสามากมาย  พวกเขาต่างมี “ใจ” ให้กับงานศิลปะวัฒนธรรม   รักที่จะ  “เปลี่ยนโลก” ด้วยสองมือเปล่า  พร้อมจิตใจที่มุ่งมั่น เปี่ยมเต็มด้วยศรัทธา   พวกเขา...ที่นั่น ...ที่นี่   กระจัดกระจาย บ้างเผยตัวประกาศชัดและบ้างก็แฝงเร้นอยู่ในซอกหลืบต่างๆ ทั่วประเทศ

            สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ฉันได้ไปเยี่ยมโครงการ “อาใยศิลป์ ดนตรีบูรณาการศิลปะชุมชน” ณ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี  แม้จะไม่ได้พบกับลุงพรม เจนวิชา หัวหน้าโครงการ หากก็ได้คุยกับคุณครูจากโรงเรียนหนองตาคงพิทยาคารและโรงเรียนบ้านแปลง ซึ่งเป็น “เรี่ยวแรง” ที่สำคัญ  

            โรงเรียน ศิลปิน ครูภูมิปัญญาและชุมชน  ได้ร่วมมือกันอนุรักษ์และสืบสานศิลปะพื้นบ้านที่เรียกว่า “อาใย” นี้ ให้คงอยู่ต่อไป

            อาใย ไม่ใช่ แค่ดนตรี

            อาใย ไม่ใช่ แค่การแสดงและการร้องรำ

            อาใย แฝงไว้ด้วยพิธีกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกิด แก่ เจ็บ ตาย

            อาใย เป็นภูมิปัญญาของคนสองแผ่นดิน ไทย-กัมพูชา ที่สร้างสุขตามวิถีแห่งความเรียบง่าย อย่างเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติ

            ทุกวันนี้  “อาใย” ตามตะเข็บชายแดนสูญหายไปเกือบหมดสิ้น แต่ชุมชนที่นี่ยังคงอนุรักษ์มรดกนี้ไว้ให้กับลูกหลานซึ่งคนในท้องถิ่นแถบตัวเมืองจันทบุรีเองก็ยังแทบไม่รู้จักเสียด้วยซ้ำ

            ในตอนเย็น เกือบทุกวัน เด็กๆ ในนามของ “ชุมนุมอาใยศิลป์” ประจำโรงเรียนของทั้งสองแห่ง ต่างก็รวมตัวกันฝึกซ้อมดนตรี พวกหนึ่งเรียนขิม อีกพวกหนึ่งเรียนซอ กลุ่มหนึ่งฝึกจะเข้ อีกกลุ่มฝึกร้องและรำ ต่างคนต่างฝึก

            ... เรียนและฝึกปฏิบัติจริงจากศิลปินพื้นบ้านที่ร้องและเล่นได้แบบที่เรียกว่า “play by heart” เด็กๆ ก็จำต้องเรียนกันด้วยความรู้สึก แทนการเล่นด้วยตัวโน้ต ...

            เมื่อต่างฝึกซ้อมกันเข้าทีแล้ว จึงมารวมกันเพื่อฝึกซ้อมเป็นวง ซ้อมไปซ้อมมาก็สามารถ “ออกงาน”แทนศิลปินพื้นบ้านตัวจริงได้  เด็กที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาจากโรงเรียนบ้านแปลง ไปแล้ว เมื่อไปเข้าศึกษาต่อชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหนองตาคง  ก็จะเข้าไปเป็นสมาชิกชุมนุมอาใยศิลป์ ของโรงเรียนแห่งใหม่ ทำให้ “อาใย” ไม่เคยขาดตอน

            ในระหว่างการเยี่ยมชม ฉันได้หยิบรายงานเย็บเล่มฉบับหนึ่ง  ภูมิปัญญาท้องถิ่น “อาใยศิลป์” มาเปิดอ่าน เนื้อหาภายในก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของศิลปะพื้นงานชิ้นนี้ มีรายชื่อครูภูมิปัญญา รวมทั้งผลงานการแสดงของเด็กๆ

            พลิกไปจนเกือบถึงหน้าสุดท้าย ก็จะเป็นเนื้อหาของเพลงอาใย ซึ่งได้มีการถอดเนื้อร้องจากภาษาเขมรเป็นภาษาไทยด้วย เนื้อหาของเพลงแฝงไว้ด้วยความเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติอย่างแท้จริง เช่น เพลง กุหลาบโรย ซึ่งได้พรรณนาถึงสาวสวยนางหนึ่ง โดยเปรียบเธอว่าเหมือนกับดอกกุหลาบที่มีหนามแหลมคม  แต่ถึงกระนั้น...  

            “พี่ก็จะขอเด็ดดอกไม้ดอกนี้ไว้ใต้หมอนจนเหี่ยวแห้ง  

          หรือแม้ว่าจะเป็นดอกไม้ที่ถูกเด็ดทิ้งแล้ว พี่ก็จะเก็บไว้ใต้หมอนตลอดไป”

            เพลงนี้ ... อาใยศิลป์ ... เอาไปเลยค่ะ เต็มสิบ... จาก นางสาวกุหลาบ (ไม่) โรย !!!

                                              

 

***********************

ชุมชน100เล่มเกวียนเปลี่ยนชีวิต ขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิกทุกท่านร่วมกิจกรรมของชุมชน ดังนี้ คะ

     1)หนังสือเปลี่ยนชีวิต

     2)หนังสือนี้เพื่อเธอ