เมื่อวันศุกร์ ที่ ๑๓  ธันวาคม ที่ผ่าน มา  ผมได้ไปร่วมวงสนทนา หนังสือ "กล้าที่จะสอน"  ที่กรุงเทพฯ  ครับ

 

 

     นัดที่สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา เก้าโมงเช้า  ผมไปถึงก่อนเลยไปนั่งรอที่วัดราชบพิธ

 

  เก้าโมงเช้า  ก็เข้าไปที่สำนักพิมพ์สวนเงินมีมา  ทางสำนักพิมพ์เงินมีมา   ก็พาผมนั่งแท็กซี่ไปบ้านคณะกรรมการที่เราจะสนทนาด้วย 

 

    ทำเอาผมเซอร์ไพรส์เลยครับ เมื่อบุคคลที่จะไปสนทนาด้วย คือ อ.วิศิษฐ์  วังวิญญู  (ผมไม่ทราบมาก่อน)

 

        จิบน้ำชาไป  ฟังไป  แลกเปลี่ยนเรียนรู้มุมมองกันไป 

 

กล้าที่จะสอน (Courage to teach) ของ ปาร์กเกอร์ เจ.ปาล์มเมอร์ teach ของ ปาล์มเมอร์ อ.วิศิษฐ์ บอกว่ามาจากคุณลักษณะ ที่สำคัญของ ครู ๓ ประการ คือ


๑. ครูต้อง Connect กับ "ครูภายใน" ของตัวเองได้ ครูภายในในที่นี้ก็คือ "ตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง" รับฟัง "เสียงจากครูภายใน" ของตัวเอง สามารถสือสารเชื่อมโยงกับครูภายใน หรือ แก่นแท้ชีวิตของตัวเองได้


๒.ครูต้อง Connect กับ วิชาที่จะสอนได้ ครูสอนเรื่องใด ต้องเข้าไปอยู่ในโลกของวิชานั้น ต้องนำวิชานั้นมาอยู่ในชีวิตตนเอง ครูกับวิชาเป็นหนึ่งเดียวกัน


๓. ครูต้อง Connect กับผู้เรียนได้ ครูที่จะสามารถ Connect กับผู้เรียนได้ คือ ครูทีสามารถแสดงความเปราะบางของตัวเองออกมา ความเปราะบางของครู จะเป็นสะพานเชื่อมโยงเข้าไปในใจผู้เรียน เชื่อมโยงกับความเปราะบางของผู้เรียน
กล้าที่จะสอน คือ ครูนำทั้ง ๓ คุณลักษณะ มาเจอกัน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยครู นำวิชา และ ผู้เรียน มาพบกัน

 

อ.วิศิษฐ์ บอกว่า ลักษณะของครูกล้าที่จะสอน (Courage to teach) ไม่ใช่ครูที่แสดงให้นักเรียนเห็นว่าตัวเองมีความรู้ความสามารถ มีความเก่งกล้าสามารถ แต่เป็นครูธรรมดาๆ ที่มีลักษณะเปราะบาง มีความไม่มั่นคง มีความผิดพลาดได้ เหมือนกับครูฝึกสอนใหม่ๆ ที่ยังไม่เก่ง ยังไม่คล่อง ครูฝึกสอนยอมรับว่าตัวเอง มีความกลัว แล้วก็สอนไปด้วยความกลัว แต่ครูปัจจุบัน ที่ผ่านประสบการณ์มามาก จะสร้างภาพว่าตัวเองไม่กลัว ทั้งที่ตัวเองยังมีความกลัวอยู่ โดยปิดบังความกลัวของตัวเองด้วยอำนาจและการจัดการชั้นเรียน จะเห็นว่า นักเรียนจะ "เชื่อมโยง" กับ "ครูฝึกสอน" ได้ดีกว่า "ครูเก่า"

 

อ.วิศิษฐ์ พดถึงเรื่อง "นักศึกษานรก" จากหนังสือ ผู้เขียนปาล์มเมอร์ บอกว่าเข้าไปในชั้นเรียน เจอนักศึกษานรกเพียงคนเดียว ทำให้ต้องหมกมุ่นกับนักศึกษาคนนี้ จนไม่นีกถึงความต้องการของนักศึกษาคนอื่นๆ ปาล์มเมอร์บอกว่าเป็นความล้มเหลวของตัวเอง ต่อมาปาล์มเมอร์เจอนักศึกษาคนนี้ ขับรถให้เขา เขาได้พูดคุย เขาก็ได้รู้ว่านักศึกษาคนนี้ ถูกพ่อดุด่าทุกวันว่าโง่เง่า ไม่อยากให้เขาเรียน...จากประเด็นดังกล่าว อ.วิศิษฐ์ เสนอความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า เด็กทุกคน คนทุกคน ต้องการเป็นคนดี ต้องการเรียนรู้ ด้วยกันทั้งนั้น เวลาอาจารย์ทำกลุ่มแล้วมีหลายคนที่ไม่พร้อมจะเข้ากลุ่ม อาจารย์จะใช้ความเปราะบางของตัวเอง มองเขาไปในใจเขาเพื่อหาความเปราะบางของเขา เขามีบางอย่างที่ติดขัดในใจ เราต้องเข้าใจเขา

 

 

    คุยกันสามชั่วโมง   รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปเร็วมาก  ได้ประสบการณ์  แนวคิด  มุมมอง   ที่ขยายความคิดเก่าๆ  ของตัวเองได้มาก      ผมชอบแนวคิด ของ  อ.วิศิษฐ์   ที่บอกว่า

 

"ไม่จำเป็นต้องละทิ้งความกลัว ในทางจิตวิทยาแล้ว ความกลัวมีอีกปีกหนึ่งคือความสั่นไหวและเปราะบาง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญที่จะทำให้มนุษย์สามารถสนิทสนมกันได้"