จดหมายเปิดผนึกถึงคุณอาสืบ นาคะเสถียร' ฉบับที่ 2
สวัสดีค่ะคุณอา
หนูชอบบ้านคุณอานะคะ เรียบง่าย มีของใช้เท่าที่จำเป็น ทำความสะอาดก็ง่าย หายก็รู้ ดูก็งามตา ตามคำโบราณเป๊ะ
แต่ที่สะดุดตาคือผ้าชุบน้ำมันเครื่อง ผูกเสาบ้านทุกต้น เพื่อกันปลวก ความรู้นี้ไม่ค่อยเห็นกันเท่าไรแล้ว หลังจากเราปลูกบ้านด้วยอิฐ ไม่มีเสาเรือนอย่างปัจจุบัน นอกจากนี้ยังใช้กันมดขึ้นตู้กับข้าวได้ด้วยนะคะคุณอา (แต่หนูไม่เห็นบ้านคุณอามีตู้กับข้าว คุณอาทำกับข้าวหรือเปล่าคะ)
คนสมัยก่อนเขาคิดละเอียดนะคะ เมื่อเราคิดละเอียด ชัดเจน จึงเป็นประโยชน์มาก ในการวางแผนปฏิบัติงานต่างๆ เราจะรอบคอบ ยืดหยุ่น พร้อมรับฟัง และไม่ยึดกับการแก้ปัญหารูปแบบเดียว เพราะเรา'คิดได้ และทำเป็น' ไม่กลัวสิ่งที่แตกต่างไปจากความเคยชิน ทำให้คนสมัยโน้นอยู่กับธรรมชาติอย่างกลมกลืน ไม่กังวล ... คุณอาทราบมั้ยคะว่าเดี๋ยวนี้เรามีภัยทุกหน้าเลย หน้าร้อนเราก็มีภัยแล้ง หน้าฝนเราก็มีภัยน้ำท่วม (ซึ่งก็ต้องแยกอีกว่าเกิดจากน้ำระบายไม่ทัน / น้ำหลาก / หรือน้ำไม่มีที่ไป) ดินถล่ม หน้าหนาวเราก็มีภัยหนาว เขาถือว่าตั้งแต่ 15 องศาลงมาก็ต้องประกาศภัยหนาวกันแล้ว ... ห้วยขาแข้งสมัยคุณอาอยู่อุณหภูมิที่นี่เท่าไรคะ
กลุ่มหนูไม่ได้พักที่ห้วยขาแข้ง เราพักกันที่เขื่อนระบำ (ทับเสลา) ซึ่งเป็นหนึ่งในหลายๆเขื่อนของไทยที่สร้างเพื่อแก้ปัญหาน้ำ เท่าที่หนูเดินดู ระดับน้ำในเขื่อนไม่สูงมาก มีนกหลายชนิด มียางขี้ชันจากต้นไม้ใกล้ๆบ้านพัก และเห็นชาวบ้านออกมาหาปลา เป็นธรรมชาติที่สวย สงบทีเดียวค่ะ แต่หนูสงสัยว่าทำไมหญ้าที่อยู่ริมน้ำ บางส่วนแห้งเป็นสีน้ำตาล ไมยราบแคระแกร็น ซึ่งเป็นไปได้ยากสำหรับพืชที่อึด ฮึด สู้แบบนี้
พี่ตา (พญ.ศิริรัตน์ สุวันทโรจน์) กับพ่อครูบาสุทธินันท์บอกกับหนูว่าดินขาดแร่ธาตุ ให้ลองขุดดู หนูขุดไปสักคืบหนึ่ง เห็นลักษณะดินเป็นดินปนหิน ซึ่งบอกถึงความไม่อุดมสมบูรณ์ และที่สำคัญ เราเห็นหญ้าที่มักขึ้นอยู่ในบริเวณน้ำกร่อยด้วยค่ะคุณอา! แสดงว่าดินแถวนี้เค็ม ?!
ถ้าแบบนี้การถกเถียงกันเรื่องเขื่อนคงไม่ใช่แค่สร้างไม่สร้างแล้วล่ะค่ะ 'คุณภาพของน้ำ' ก็น่าจะได้รับการพิจารณาด้วย ยิ่งเขื่อนที่มีต้นไม้อยู่ข้างใต้มากๆ กว่าน้ำจะใช้ได้น่าจะใช้เวลาหลายปี เพราะน้ำต้องเน่า...แต่เราไม่มีข้อมูลเหล่านี้เลยค่ะคุณอา แปลกดีมั้ยคะ
หนูชวนคุณอาคุยแต่เรื่องเครียดๆ เล่าให้ฟังถึงเรื่องดีๆบ้างดีกว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้เดี๋ยวนี้ได้รับเงินเดือนสูงขึ้นแล้วนะคะ อยู่ที่ 7500 บาท(ขั้นต่ำ) ที่ห้วยขาแข้งมีสวัสดิการเวลาเจ็บไข้ได้ป่วย หรือเกษียณด้วย และเด็กๆมีทุนการศึกษาอีก คุณอาสงสัยมั้ยคะว่ามาจากไหน
มาจากเงินบริจาคค่ะ เงินที่บริจาคให้ห้วยขาแข้ง ถูกจัดตั้งเป็นกองทุน มีคณะกรรมการดูแล เพื่อนำมาใช้จ่ายเป็นสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ และท่านสมโภชน์ มณีรัตน์ (หัวหน้าอุทยานฯ) ท่านเก่ง หนูชอบที่ท่านพูดว่า 'เงินหลวงเลิกคุย' เพราะการดูแลลูกน้องให้อยู่เย็นเป็นสุข ถือเป็นกำลังใจเล็กๆสำหรับผู้พิทักษ์ป่าที่ยิ่งใหญ่ ท่านจึงประสานสิบทิศ ขอทุนจากที่ต่างๆ รวมทั้ง CSR จากบริษัทใหญ่ๆ ...CSR (Corporate Social Responsibility) หมายถึง การแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กรนั้นๆ อันจะนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนค่ะคุณอา อ่านแล้วเวียนหัวมั้ยคะ ง่ายๆคือเค้าสามารถให้ในสิ่งที่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ต้องการได้ในระดับหนึ่ง โดยไม่ต้องปวดหัวกับงบประมาณของหลวงล่ะค่ะ
ห้วยขาแข้งถึงมีพลังงานสะอาดใช้ บ้านพักใช้ไฟจากแผงโซลาร์เซลค่ะ มีคนเข้ามาเที่ยวปีหนึ่งๆประมาณสี่หมื่นกว่าคน และแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี สัตว์ป่าก็เยอะขึ้นค่ะ..สิ่งเหล่านี้คุณอาชอบมั้ยคะ
แต่หนูก็ยังอยากได้แผ่นพับแนะนำอุทยานฯอยู่ดี ผ่านประตูอุทยานฯเข้าไป หนูก็ได้แต่หันซ้าย-ขวา ดูโน่นนี่นั่นไปตามเรื่อง เพราะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร เห็นป้ายบอกระวังช้าง หนูก็เหลียวซะคอเคล็ด หวังจะรู้ว่าบริเวณไหนที่ช้างผ่าน และเป็นแบบนี้ทุกอุทยานฯที่ไปเลยค่ะคุณอา เรามีของดีๆตั้งเยอะ ถ้าไม่บอก ไม่แนะนำ ใครเขาจะรู้ล่ะคะ...ฟ้องๆๆๆ เผื่อคุณอาจะมีวิธี อิอิอิ
คุณอารู้จักหน้าต่างโจฮารีมั้ยคะ ผู้คิดค้นทฤษฎี คือ โจเซฟ ลุฟท์ (Joseph Luft) และ แฮรี่ อินแกม (Harry Ingham) ทั้งคู่จัดคุณลักษณะของคนออกเป็น 4 ส่วนหรือ หน้าต่าง 4 บานแบบนี้ค่ะ
1. พื้นที่สาธารณะหรือเปิด (Open area) เป็นบริเวณที่เรารู้-เขารู้
2. พื้นที่ลับหรือซ่อนเร้น (Hidden area) คือ เรารู้ - เขาไม่รู้
3. พื้นที่บอดหรืออึดอัด (Blind area) คือ เราไม่รู้ - เขารู้
4. พื้นที่มืดหรือไม่รู้ (Unknown area) คือ เราไม่รู้ - เขาไม่รู้
มันมีประโยชน์มากในการวางแผนทำงาน หรือการเจรจาต่อรองค่ะ หนูจะยกตัวอย่างให้ดูนะคะ
หนูจะต้องประเมินร้านอาหารตามมาตรฐาน TRQS (คืออะไรก็ผ่านไปก่อนเถอะค่ะ มันยาว) เพื่อให้คนเชียงรายและนักท่องเที่ยวมีร้านอาหารดีๆ สะอาด ปลอดภัยกิน
พื้นที่ส่วนที่ 1 หนูรู้-ร้านอาหารรู้ : เราทั้งคู่รู้ล่ะว่าต้องทำอาหารให้มีความปลอดภัยแต่ไม่ตระหนัก(เท่าไร), กฎหมายก็รู้บ้างแต่ไม่ละเอียด, รู้มาตรฐาน Clean food good taste เหมือนกัน แต่มักทำแบบบ้านๆตามความเคยชินหรือความสะดวกเข้าว่า
พื้นที่ส่วนที่ 2 หนูรู้แต่เขาไม่รู้ : TRQS , กฎหมายพื้นฐานสำหรับร้านอาหาร , 'ผลประโยชน์ที่เกิดหลังการพัฒนา' (อันนี้หนูต้องโค้ดชัดๆ), 'แผนการตลาด' , 'ทัศนคติและความเข้าใจของทีม'ประเมิน
พื้นที่ส่วนที่ 3 หนูไม่รู้ แต่เขารู้ : ผลประกอบการ , ต้นทุน-กำไร-ขาดทุน ,ลักษณะการทำงานของแต่ละร้าน,ความต้องการของผู้บริโภค,อุปสรรค ปัญหา เช่น แรงงาน
พื้นที่ส่วนที่ 4 หนูไม่รู้ เขาก็ไม่รู้ : ความคาดหวังของผู้บริโภคในเรื่องความปลอดภัยของอาหาร , ความตระหนักของผู้บริโภคด้านความปลอดภัยของอาหาร
ดังนั้นเมื่อหนูจะออกตรวจประเมิน สิ่งที่หนูต้องทำคือ เตรียมความรู้ของตัวเอง มีแผนการตลาดในหัวและแอบประสานงานไว้แล้ว จัดการทัศนคติของทีม เน้นลักษณะการตรวจ ที่ต้องเป็นมิตร เป็นเพื่อนไม่ใช่จับผิด และพร้อมจะช่วยเหลือให้เค้าแก้ไข ปรับปรุงด้วยต้นทุุนที่น้อยที่สุด รวมทั้ง'ให้ความมั่นใจ' ในเรื่องผลประโยชน์ที่จะเกิดหลังการพัฒนา...ต้องเป็นแบบนี้หนูถึงจะได้รับความร่วมมือ
คุณอาพอเดาได้มั้ยคะว่าทำไมหนูถึงลากเรื่องนี้มาเล่าให้คุณอาฟัง
โป๊ะเช๊ะ ! คุณอาเก่งค่ะ ...เพราะป่าไม้ต้องพึ่งชาวบ้านด้านนอกในการร่วมดูแล แล้วเราจะให้เค้านุ่งผ้าขาวม้าดูแลทองก็คงไม่ใช่น่ะค่ะ การทำงานเชิงรุกเพื่อหาแนวร่วมจึงควรช่วยให้เค้ามีความมั่นคงในชีวิตระดับหนึ่งด้วย เพราะหนูไม่เชื่อว่าน้ำเพียงอย่างเดียวจะทำให้พี่น้องเกษตรกรหายจนค่ะคุณอา
ซึ่งมีหลายหน่วยงานที่จะจับมือกับกรมป่าไม้ได้ แม้แต่กรมชลประทาน รวมทั้งส.ป.ก.ด้วย เพราะเค้ามีหน้าที่ ด้านการพัฒนา (ที่ไม่ซ้ำกับกระทรวงเกษตรฯ) โดยให้การสนับสนุนเกี่ยวกับการก่อสร้างปรับปรุง ซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมและแหล่งน้ำ เพื่อยกระดับสภาพความเป็นอยู่ตามความจำเป็น และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และการเกษตร
รวมทั้ง งานเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นการดำเนินงานปรับปรุง เปลี่ยนแปลงระบบการผลิตและโครงสร้างทางการเกษตร เช่น จัดตั้งสหกรณ์การเกษตร ปฏิรูปที่ดิน จัดหาสินเชื่อและปัจจัยการผลิต พัฒนาและส่งเสริมอาชีพด้านการเกษตรและนอกการเกษตร หรือการให้เกษตรกรมีส่วนร่วมในการรักษาดูแลทรัพยากรธรรมชาติ และอื่นๆ ให้เป็นไปตามระเบียบ และมติของ คปก. ส่งเสริมให้มีการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในที่ดินสาธารณะ ที่ดินชุมชน และที่ดินที่จัดให้เกษตรกร โดย ส.ป.ก.จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ตามสภาพของท้องที่นั้นๆ สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องเกษตรกรด้วยน่ะค่ะ
เมื่อกรมป่าไม้มีพันธุ์ไม้ มีวิธีการดูแลไม้ในป่า อย่างเช่น ผักหวานป่าอันมีมูลค่าสูงยิ่งสำหรับชาวบ้าน... ถ้าจับมือกับหลายๆหน่วยงานทำไมจะไม่ฉลุยล่ะคะ เพราะเราได้ทั้งตลาด ได้ทั้งสหกรณ์ออมทรัพย์ มีสวัสดิการ และพึ่งตัวเองได้โดยไม่ต้องจำนำไม่ว่าจะเป็นข้าว มัน หรืออ้อย
คุณอาเชื่อมั้ยคะว่าเดี๋ยวนี้พืชเศรษฐกิจของเราต้องจำนำแล้ว ...ตลอดเส้นทางที่เข้าแม่เรวา หนูเห็นส่วนใหญ่ปลูกอ้อย มัน และส้มโอ หนูถามเค้าว่ามันกับอ้อยไปขายที่ไหน เค้าตอบว่า ไปที่รับจำนำ !! แล้วเมื่อไรเราจะเป็นไทล่ะคะถ้าทั้งชีวิตต้องขึ้นกับการจำนำไปตลอด (ส่วนส้มโอหนูไม่ได้ถาม เพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าอร่อย)
หนูคิดว่าถ้าเราเปลี่ยนสนามรบที่ยืนคนละข้าง เป็นสนามรัก น่าจะวินๆด้วยกันทั้งคู่ และอยากเสนอว่าเวลาเจรจา น่าจะออกจากห้องประชุมแข็งๆ มาคุยกันใต้ต้นไม้ กระหนุงกระหนิง หงุงหงิงท่ามกลางสายลมเย็นฉ่ำชื่น มีธารน้ำใสให้แช่เท้าเวลาเบื่อ ผลการเจรจาน่าจะราบรื่นกว่านะคะ เพราะหนูไม่เคยเข้าใจสักทีว่าทำไมเราเจรจาเรื่องเกี่ยวกับธรรมชาติในห้องประชุม
ตอนนี้หนูต้องกลับบ้านแล้วล่ะค่ะ แล้วหนูจะเขียนมาชวนคุณอาคุยใหม่นะคะ
รักและเคารพ
หลานคุณอา
เป็นบันทึกของ เบิร์ด หรือ น.ส.วิมลรัตน์ ชับปราการ ครับ