ต้อง(เอา)ออกไป
เรื่องเล่า เรื่องราวของสตรี หรือ ผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ สองราย ที่มีก้อนแบบรู้ตัว และ อีกรายที่มีก้อนแบบไม่รู้ตัวในอุ้งเชิงกรานแหล่งกำเนิด ของมนุษย์ชาติ
เรื่องเล่าเช้านี้ จากประสบการณ์ฝากให้ สตรีวัยเจริญพันธุ์ ที่พร้อมจะตั้งครรภ์ ได้ตลอดเวลา
อย่าให้ใครเขามาว่าได้ว่า "พ่อ และ แม่ ไม่สั่งสอน หรือ สั่งสอน แต่ไม่จำ หรือไม่ปฏิบัติในสิ่งที่พึงจะกระทำ"
รายแรกเป็น นิสิตสาววัย 21 ปี เรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 ในสถาบันแห่งหนึ่ง มาตรวจด้วยว่า สงสัยมีก้อนอะไรในช่องท้องหรือไม่ เพราะมีอาการ ปวดหน่วงหน่วง และ ปวดหลังบ่อยๆ
พอใช้เครื่องคลื่นเสียงความถี่สูงวางลงไปที่บริเวณท้องน้อย พบก้อนที่ แพทย์ เรียกว่า Ovarian Cyst หรือ ถุงน้ำที่รังไข่ ขนาดใหญ่ถึง 12 เซ็นติเมตร
ภาพถ่ายจาก เครื่องอัลตราซาวด์ ถุงน้ำที่รังไข่ขนาดใหญ่ เท่านกับ สตรีที่ ตั้งครรภ์ ราว 16 อาทิตย์
ซักไซร้ไล่เรียงกันไปมาได้รับคำถามที่ไม่น่าแปลกใจจากนิสิตสาวท่านนี้ "หนูท้องหรือไม่คะ?"
เลยอบรม เรื่องการคุมกำเนิดในวัยเรียนไปตามวิสัยครูนิดหน่อย
รายที่สอง ตรวจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หญิงสาววัย 42 ปี มาตรวจช่องท้องด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ ด้วยอาการปวดท้องด้านบน แพทย์แถมตรวจในช่องเชิงกรานให้
พบโดยไม่ตั้งใจ คือ "มดลูกที่มีเด็กซึ่งอายุ ครรภ์ ราว 8 อาทิตย์"
เธอตกใจเล็กน้อย เพราะ งงงง กับชีวิต ด้วยวัย 42 ปี ตั้งครรภ์อ่อนๆได้อย่างไร
ก็ได้แต่ให้กำลังใจ และ ให้ไปฝากครรภ์กับ สูตินารีแพทน์ เพื่อดูแลอย่้างใกล้ชิด ต่อไป
สุภาพสตรีสองท่าน มาตรวจกับแพทย์ ประเด็นคือ "ก้อนอะไรที่ต้องเอาออกไป"
คำตอบ คือ "ก้อนที่ไม่พึงประสงค์ นิสิตรายแรก ถุงน้ำที่รังไข่ที่ โตเกิน 5 เซนติเมตร"
ส่วน สุภาพสตรีรายที่ 2 เธอตั้งครรภ์อ่อนๆครับ คงต้อง เลี้ยงดู ให้ความทะนุถนอม ให้เด็กในครรภื ได้รู้สำนึกของ การที่จะเกิดมาใน แผ่นดินสยาม ได้รู้จักอะไรที่ต้องทำ อะไรที่ไม่ควรทำ
เรียกว่า "คุยกัน สั่งสอนกัน ตั้งแต่ยังเริ่มตั้งครรภ์ ให้ซึมซับเข้าไปในสายโลหิต ว่าเรานั้นเกิดมาทั้งที สมควร ซื่อสัตย์ จงรักภักดี ต่อแผ่นดินเกิด แผ่นดินที่ให้โอกาสเรามีพื้นที่เรียนรู้ ร่วมกู่สร้างสรรค์ อย่าให้ใคร หรือ ผู้ใดมา เอาเปรียบ คิดและทำอย่างไร้ซึ่งคุณธรรมและจริยธรรม โดยเฉพาะ ต้องรักประเทศสยาม หวงแหนอย่างที่สุด อย่าให้ใครมาโกระทำจนประเทศตกต่ำทุกด้าน ตั้งแต่ การศึกษา จนถึง เรื่องการคอรัปชั่น"
JJ2013



ขอบคุณค่ะอาจารย์
"คุยกัน สั่งสอนกัน ตั้งแต่ยังเริ่มตั้งครรภ์ ให้ซึมซับเข้าไปในสายโลหิต" เยี่ยมจริงๆค่ะ
ได้ทั่งความรู้และข้อคิดครับ
...
......จุดอ่อนของหญิงไทย ... เรื่องการตั้งครภ์ (Pregnancy) .... โดยไม่รู้ตัว .....เนื่องจาก ....การคำกำเนิด หรือการวางแผนครอบครัว"ไม่ต่อเนื่อง" ... คุมไม่ถูกวิธี เช่น ยาคุมชนิดรับประทาน (แบบกิน) .... ก็กินบ้าง... ไม่กินบ้างนะคะ ... ทำให้ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ นะคะ
จงบอกกล่าวด้วยว่า ผู้ใดอนุมัติให่เขามาเกิดในท้องแม่ ผู้นั้นสามารถเอาผืด ตำหนิพ่อแม่ ครู ผู้ปกครองเจ้าได้ สามารถเอาพ่อแม่กลับคืนไปได้ เอ่ยนามเถิดว่า อัลลอฮ์ เพราะเขาสัญญากับอัลลอฮ์ เพียงสองข้อเอง เราทุกคนก็สัญญา แต่เกิดออกมาจากมดลูกแม่ ถูกทดสอบ คือ การลืม ทดสอบพ่อแม่ด้วยว่า จะสอนสั่งเขาให้เป็นผู้กตัญญูสูงที่สุดได้ถึง ผู้อนุมัติให้เขา และ พ่อแม่เขา เกิดไหม หรือ เกิดมาแล้วถูกวรรณกรรมปิดกั้น ใส่ร้ายว่า ผู้มีพระคุณตั้งแต่เป็นวิญญาณกำพร้านั้น คือสิ่งปืดกั้นเนรคุณ คือสิ่งปฎิเสธ คือ สิ่งงมงายไร้สาระ ไม่จำเป็นต้องกันจิตไว้รองรับว่าจะกตัญญูให้สูงที่สุด เหนือกว่าธรรมชาติที่ อัลลอฮ์ ยืนยันอย่างมีหลักฐาน และ พยานล้นโลกว่า สร้างมาให้มนุษยชาติเสพ
เริ่มศึกษาเจตนารมณ์ ของผู้สร้างมนุษย์ในตำรามนุษย์ ที่เป็นต้นแห่งตำราแพทย์เถิด คือ อัล-กุรอาน นั่นเอง แล้วทุกท่านจะพบสันติวิธี ที่ครบองค์แห่งธรรม การดำเนินชีวิตที่สะดวก ปลอดภัย เตรียมตัวตาย เพื่อพบการสอบสวนในทุกๆบัญชี ทั้งของพ่อแม่ และ ทุกๆคน
ระวัง หากพ่อแม่ยังไม่เคยสั่งสอนเรื่องกตัญญูต่ออัลลอฮ์ จงระลึกรู้ ตระหนักรู้ แล้วเตือนพ่อแม่ได้
ขอบคุณสำหรับความรู้และข้อคิด
การที่เรามีจิตขันธ์ ไว้สั่งงานต่อสังขารขันธ์ ที่จะคลอดจริตใดใด ออกมาจากเรา นั่นคือ มีความจำเป็นต้องบำรุงรักษาจิตอยู่เสมอ
แล้วหากจิตเราบางคน หรือ หมู่หนึ่งหมู่ใด ของมนุษยชาติ ไปแอบฝึกให้มีการยกสะพานออกจาก การขอบคุณ ยกออกจากการจำนน การกตัญญู ต่อ ผู้มีพระคุณภาคส่วนใด ภาคส่วนหนึ่งในชีวิตได้ กันอย่างหวาดเสียวนั้นมาแล้ว จนชาชิน จนสามารถยกสะพานออกจากเจ้าแผ่นดินที่พัฒนาแผ่นดินไทย (แม้แต่ชื่อ ยังลงแรงสู่แผ่นดินเลย สังเกตุไหม) นั่นเองที่มุสลิม ได้นำปรัชญาอิสลาม มาแถลงการณ์ ปาวๆว่า สามารถนำพากตัญญูธรรมสู่จิต เพื่อ การสงบสันติของแผ่นดินได้
ปรัชญาอิสลามนั้น สอนสั่งให้รักษาทุกธรรมไว้กับจิตเสมอ มิให้ขาดตกบกพร่องแม้ธรรมข้อย่อยๆด้วยซ้ำ แล้วกตัญญูธรรม นั่น ถูกยกขึ้นมาเหนือสิ่งใดๆที่เป็นธรรมะทั้งหมด การที่มีการกราบไหว้ นมัสการ เป็นภาระหน้าที่ตกแก่ผู้ศรัทธานั้น คือ การกตัญญูขั้นสูงสุดต่อผู้มีพระคุณยังมวลมนุษยชาติ ที่ให้ทั้งโมเสส เยซู ตถาคต มูฮัมมัด ได้เสพ ออกซิเจน เสพธรรมชาติ เสพความรู้วิทยปัญญา ฯลฯ
ปรัชญาอิสลาม ถูกเครื่องมือที่เป็นแค่วลี พยายามทำร้าย ตอบโต้ บ้างก็ว่าลบหลู่ บ้างก็กล่าวว่า จาบจ้วง บิดเบือน งมงาย ไร้สาระ กลัวในสิ่งที่ไม่เห็นบ้าง สารพัดจะหามาเป็นเครื่องมือทำร้าย พอชี้แจงได้ชัดเจน ก็ไม่พ้นการถูกลบทิ้งจากผู้ยึดติดว่า บอร์ดกู กระทู้กู ใจเย็นๆ ไม่มีใครผืด หรือ ถูกจาก ปรัชญาอิสลามหรอก ไม่ต้องห่วง มุสลิมถูกสอนให้รักพี่น้องด้วยกัน(เราคือ พี่น้องมนุษย์ด้วยกัน)
ปรัชญาอิสลาม มิได้มีการลบหลู่สิ่งใด กุศล และ เมตตาเกินจากที่ท่านคิดด้วยซ้ำ เพราะ ปรัชญานี้ สอนว่าให้กตัญญู ต่อผู้สร้าง ปละ จรรโลงสิ่งที่ มีผู้กล่าวว่า ศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมจะไม่ลยหลู่ แถมกตัญญูต่อผู้มีพระคุณต่อสิ่งนั้นเพิ่มไปด้วย จงทำวามเข้าใจเสียใหม่เถิด อีกประการหนึ่งพอสังเขปว่า กลัวในสิ่งที่มองไม่เห็น ทุกๆท่าน มีใครเคยเห็นมโนสำนึกบ้างไหม นั่นไงล่ะ แต่มโนสำนึกสามารถสั่งการ กำกับทั้งสิ่งที่เราท่านจะทำ และทำไปแล้ว ได้มิใช่หรือ เราทำสิ่งใด แบบที่ไม่มีใครรู้เลย ดรายังกลัวมโนสำนึกเลย แล้วพญามาร มีใครเคยเห็นบ้างไหม พระพุทธเจ้ากล่าว ถ้าเช่นนั้น ท่านคือ ผู้ที่กล่าวสิ่งงมงายไร้สาระเล่นนั้นหรือ ตรองกันเถิด ตรองมากๆ
เหตุการณ์ต่างๆที่มนุษย์ผิดพลาดต่อกันนั้น มีผู้ที่ได้อำนาจมาจากอัลลอฮ์ กระทำการงานอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เอาล่วงเวลา ไม่นอกกรอบ ไม่มีวันหยุด ผู้นั้นคทอ พญามาร ที่พระพุทธเจ้าเน้นย้ำให้รู้เท่าทัน รู้จักเสป็ค(มีเขียนไว้ จากผู้สร้างเขามาเอง อยู่ในกุรอาน) รู้เท่าทันผู้ตกใต้อานัติ หากเราใช้ปรัชญาอิสลาม แก้ปัญหาบ้านเมือง ปัญหานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ ปกครอง สังคม สามารถใช้ได้ครบถ้วน เพราะ มันคือ ปรัชญาที่มนุษย์จะสามารถติดตามเพื่อรักษาสันติต่อกันได้อย่างแท้จริง
แค่คุณทักษิณโกง อภิสิทธิ์ฆ่าคน คนนั้นเป็นตุ๊ดเป็นเกย์ คนนี้ลามกจับก้นพยาบาล คนนี้สั่งฆ่าคน ยิ่งลักษณ์โกง สุเทพชั่วโกงนั่นโกงนี่ เท่านี้ผู้ที่กล่าวต่อๆกันมา ก็ผิดศีลพื้นๆแล้วครับ คือ มุสาครับ เพราะ ถามว่า ท่านเห็นหรือครับในเหตุการ หรืออวัยวะใดเกิดปฎิสัมพันธ์ดัวท่านกล่าว นี่ไงล่ะครับที่ปรัชญาอิสลาม สามารถตอกย้ำในความยุติธรรมต่อกันได้ทุกลมหายใจ. ใครทำสิ่งใด ก็ บัญชีของเขาที่จะต้องอ่อนด้อยลงที่บัญชีพ่อแม่ และตัวเขาเองนี่นา อัลลอฮ์ เท่านั้น ที่จะพิพากษาต่อเขา เรามิใช่ผู้ทรงสิทธิ์ เราไม่รักษาบัญชีเรา ปละพ่อแม่ ที่ไปประโคมวรรณกรรมนั่นนี้ เอง
สอนเด็กตั้งแต่ยังไม่พูดเถิดว่า อัลลอฮ์ สามารถเอาผิดพ่อแม่เอาพ่อแม่ไปได้เดี๋ยวนี้ เด็กกลัว(ขออภัยนะ "ขี้หด ตดหาย") กันทุกคนนั่นแหละ หากพ่อแม่จะถูกใครนำตัวไปได้ขณะนั้น เราแนะนำอะไร เขาก็ทำตามแน่ ครั้นเขาโตขึ้น คำนวนเป็น จงบอกเขาเพิ่มเถิดว่า เจ้าทำสิ่งใด บัญชีพ่อแม่ก็จะปรากฎการบันทึก เพื่อยื่นเสนอต่อ อัลลอฮ์ ในวันสอบสวนนด้วยนะ จงอย่าให้บัญชีพ่อแม่เสียหายเลย. รุ่นสู่รุ่น สอนต่อๆกัน
ปรัชญา อิสลาม มีมานาน ก่อนที่จะมีการถูกยกเลิกการกตัญญูต่อ อัลลอฮ์ หลังจากมนุษย์ส่วนที่ยุยงนั้นได้เสพสรรพสิ่งต่างๆที่อัลลอฮ์ สร้างมาให้พ่อแม่บรรพบุรุษ และตัวเขา เสพ ที่เขียนแถลงการณ์นี้ มิใช่ของใหม่ที่โน้มน้าวท่านใด ลองใช้บริการ แต่เป็นปรัชญาดั้งเดิมที่สอนให้ทุกยิต พ้นจากการขโมยของพระเจ้าเสพ แล้วฝึกเนรคุณแบบใหม่ๆ คือ ปฎิเสธการมีอยู่ การพยายามปัดอัลลอฮ์ ให้ตกจากจิตพี่น้องมนุษย์ไป. ช่วยๆกันดึง ออกห่างจากการล่อลวงของ พญามารเถิด มีจริงนะ ลองไปศึกษาเสป็คพญามารดู จาก อัล-กุรอาน ดูซิ ยืนยันว่า อ่านแล้วปัญญามาแน่นอน
คำตอบดูง่ายคือ ถุงน้ำที่มีรังไข่โต แต่คำตอบดูยากคือ ก้อนที่ไม่พึงประสงค์ของประเทศไทยนั่นเอง ขอบคุณมากครับท่า่นอาจารย์ JJ
เมื่อ 1400 กว่าปีที่แล้ว มูฮัมมัดที่ทำสงครามอยู่กลางทะเลทรายนั้น เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีมนุษย์ต่างดาว หรือ มีใครย้อนเวลากลับมาในยุคนั้น แล้วแอบเอาเครื่อง อัลตร้าซาวด์ เครื่องเอ็กซเรย์ มาซ่อนไว้ ทำห่องแล๊ปให้กับมูฮัมมัด ทิ้ง manual ไว้ เพื่อให้มูฮัมมัด สามารถทดงองสิ่งต่างๆ แม้แต่จับการจุติ การเปลี่ยนแปลงทารกในครรภ์ เพื่อเขียนตำราชื่อ อัล-กุรอาน. เพราะ อัลกุรอาน คือ ต้นแห่งการเฝ้าติดตาม ในนั้นมีการลำดับการจุติของมนุษย์ในมดลูกแม่ มีสภาพการเปลี่ยนแปงเมื่อใด กล่าวไว้เป็นสัปดาห์ต่อ สัปดาห์ จนแพทย์นำมาเฝ้าติดตาม แล้วเขียนเป็นตำราแพทย์ปัจจุบันไง(จึงมีอายุครรภ์ตาม อัล-กุรอาน ที่ว่าไว้เป็น สัปดาห์
ไม่น่าเป็นไปแบบที่อ่านมาใช่ไหมล่ะ เพราะมูฮัมมัด ก็อ่านหนังสือไม่ออก เขียนไม่ได้ มิใช่ลูกคนร่ำรวย มิมีการศึกษา เป็นเด็กค้าขายเร่ร่อน เป็นเด็กกำพร้า แล้วมีทางอื่นไหมล่ะ ที่ มูฮัมมัด จะล่วงรู้เรื่องราวในคครภ์อย่างชัดเจน รวมถึงเรื่อง วิทธาศาสตร์ในยุคใหม่ๆนี้ อีกมากมาย ที่ท่านมูฮัมมัด หรือ ปม้แต่ศาสนทูตท่านอื่นๆ ก็ล่วงรู้ และ กล่าวได้ มีแน่หละ คือ ข้อมูลเหล่านั้นที่จำเป็นสมดุลต่อเวลา ต่อญาณวิสัยมนุษย์แต่ละรุ่น ที่จะเปืดเผยออกมา อย่าเพิ่งรีบตีกรอบ ปิดกั้นตนเอง หรือ ประณีประนอมไปเรื่อยๆ ว่าปรัชญาที่อนุญาตให้เนรคุณต่อผู้มีพระคุณสูงสุดนั้น ห้ามกตัญญูสูงสุดกันไปได้ น่าจะแก่ไขอีกนิดนะ จะเป็นการดีเยี่ยม ที่พี่น้องมนุษย์สามารถเดินทางอันเที่ยงตรงกันเป็นทุกๆคน
กุรอาน คือ ตำราแพทย์ โต้แย้ง ขัดแย้ง หรือ ทำลาย ไม่ได้แล้วนะ
เรียนท่านอาจารย์ JJ ที่เคารพ...ก้อนที่ไม่พึงประสงค์ของประเทศที่ว่า..ช่างหน้าด้าน หน้ามึน หน้าทนจริงๆค่ะ...ขอบพระคุณมากค่ะ
สวัสดีปีใหม่ค่ะอาจารย์
เหตุการณ์ที่อาจารย์เล่า มีเรื่อยๆ
มี 2 หลักคิดสำคัญของการสอนเพศศึกษาคือ ๑) เพศสัมพันธ์ไม่คาดคิด ต้องรู้เท่าทันป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลามปามไปจนขั้นยับยั้งชั่งใจไม่อยู่จนเกิดเพศสัมพันธ์ (ยา่ก) ๑) เพศสัมพันธ์ที่รับผิดชอบ คือ เมื่อคิดจะมีเพศสัมพันธ์ต้องป้องกัน - ตั้งครรภ์ ติดโรค และ ความรับผิดชอบอื่นๆ ที่ตามมา
เคยทำหลักสูตรเพศศึกษา และจัด WS สำหรับครูค่ะ การสอนเพศศึกษายากกว่าการสอนทั้งปวง เพราะมีปัจจัยอ่อนไหวเยอะ
ข้อแรกสอนยาก แต่สอนได้ ต้องสอน
ข้อสองสอนง่าย แต่โรงเรียน และ สังคมยังไม่เปิดกว้างให้สอนค่ะ
แค่นี้ก่อนนะคะ