จากการสังเกตมายาวนานพอสมควร ทั้งจากการเรียนในระดับต่างๆ การสอนในมหาวิทยาลัย ทำงานชุมชน งานวิจัยระดับนานาชาติ จนวนกลับมาที่งานพัฒนาชีวิตและสุขภาพของตนเอง แล้วเชื่อมโยงความรู้กันผ่านระบบสังคมออนไลน์ และสุดท้ายมาที่เฟซบุค
ได้พบความจริง แทบทุกคนจะสนุกสนาน และมีควาสุขกับการ "บอกให้คนอื่นทำ ในสิ่งที่ตัวเองคิด ตัวเองรู้"
แต่ไม่ค่อยจะเรียนรู้จากคนอื่น และไม่ค่อยจะนำความรู้มาพัฒนาตัวเอง
นี่ว่ากันตั้งแต่ระดับปัจเจก ครอบครัว ชุมชน สังคม จนถึงระดับประเทศ
พอเกิดอะไรขึ้นก็คอยโทษแต่คนอื่น รอให้คนอื่นแก้ไข แต่ตัวเองกลับไม่เรียนรู้และไม่แก้ไขตัวเอง อย่างที่ตัวเองคิด และบอกให้คนอื่นทำ
และยิ่งกว่านั้น บางคนยังกลัวความคิดตัวเอง ไม่ไว้ใจตัวเอง และส่วนใหญ่กลัวที่จะอยู่กับตัวเอง (ข้อนี้อาจจะกินลึกไปถึงสัญชาติญาณของมนุษย์หรือเปล่า ไม่แน่ใจ???)
ถ้าเรายังเป็นกันอย่างนี้ สังคมก็คงจะเป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ
อย่าหวังอะไรที่ดีกว่านี้เลยครับ
แม้อะไรจะดูว่าผ่านไป เดี๋ยวก็หวนกลับมาอีกเช่นเดิม เป็นวงจรเดิมๆ ที่ยังไม่หายไปไหน
ผมเคยฝันตั้งแต่เด็กๆ จนชาชินกับสังคมแบบนี้แล้ว และคิดว่าจะไม่ฝันอีกต่อไปแล้ว
แต่หันกลับมาพัฒนาตัวเอง ให้รู้ ไม่กลัวความรู้ อีกต่อไป
ดีกว่ากันเยอะเลย
อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ
คนส่วนใหญ่ในสังคม "กลัวการเรียนรู้" "กลัวความรู้" และ "กลัวตัวเองจะรู้" ?????
6 คนชอบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช · 10 ธ.ค. 2556
ยายธี · 10 ธ.ค. 2556
เกศินี จุฑาวิจิตร · 10 ธ.ค. 2556
Prof. Vicharn Panich · 10 ธ.ค. 2556
คนขับช้า · 10 ธ.ค. 2556
Yes I have found it is very hatd to teach myself. Every lesson I learned in the past 20 years, I had to learned the hard ways --costing me familt, friends, time, money and "my self-esteem". Sigh.
The worst thing is the more I learn, the more I need to learn. Age doesn't make anyone wiser. Because I forget more as i grow older! ;-)
สงสัยต้องเอามาใช้บ้างซะแล้วค่ะ
"หันกลับมาพัฒนาตัวเอง ให้รู้ ไม่กลัวความรู้ อีกต่อไป"