ก.     ลักษณะประเภทวง Big Banชนิด 5 x6

          ภายในวง จัดประเภทเครื่องมือเป็น 2 กลุ่ม                                                                            

  1.              กลุ่มเครื่องดนตรีที่จัดประเภทเป็น Wood Wind คนไทยเรียกว่า ประเภทเครื่องลมไม้ เพราะทำจากไม้เป็นเกณฑ์และมีลิ้นที่ปากใช้สำหรับเป่าใช้นิ้วปิดเปิดรูตามตัวเครื่องมือได้เจาะให้ไว้ ต่อมามีการพัฒนาให้มีวิถีเสียงไกลขึ้น ด้วยการสร้างกระเดื่องนิ้วเสียง ฝรั่งเรียกว่า สะพานนิ้ว หมายถึงเมื่อกดนิ้วด้านนี้แล้วสะพานนิ้ว อีกด้านหนึ่งจะทำการปิดแทนหรือเปิดแทนไปตามการพัฒนาของเครื่องมือนั้น มี3 ประเภท ด้วยกันและมีรูปลักษณะเหมือนกันดังนี้

ข.1 Alto  Saxophone 2 คัน ทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่าย  Wood Wind  มีวิถีในระดับเสียสูง

เป็นเครื่องดนตรีประเภท E flat  ของ C center  Piano 

 

มี RANGE เท่ากัน แต่ต่างกันที่ดำเนินการภายใต้การผู้ควบคุมวงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานกำหนดไว้ และทำหน้าที่แทนกันได้มีวิถีในระดับเสียงสูงมีวิถีในระดับเสียงกลางและมีวิถีในระดับเสียงต่ำด้วยกัน

ข.2 Tenor Saxophone  2 คัน มีวิถีในระดับเสียงกลาง(เป็นเครื่องดนตรีประเภท B flat ของ C centerPiano  

 

มี RANGE เท่ากัน แต่ต่างกันที่ดำเนินการภายใต้การผู้ควบคุมวงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานกำหนดไว้ และทำหน้าที่แทนกันได้มีวิถีในระดับเสียงสูงมีวิถีในระดับเสียงกลางและมีวิถีในระดับเสียงต่ำด้วยกัน

ข.3 Baritone Saxophone  1 คัน มีวิถีในระดับเสียงต่ำ มีเสียงเป็นคู่ 8 กับ Alto  Saxophone เป็นเครื่องดนตรีประเภท E flat  ของ C centerPiano 

ทำหน้าทีเป็นเสียงต่ำดำเนินการภายใต้การผู้ควบคุมวงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานกำหนด

 

ค.        กลุ่มเครื่องดนตรีที่จัดประเภทเป็น  Brass คนไทยเรียกว่า ดนตรีประเภทเครื่องทองเหลือง ผลิตด้วยเครื่องทองเหลืองล้วน หรือเครื่องดนตรีที่ใช้”กำพรวด” ไม่มีลิ้น ปากกำพรวดนั้นมีรู ไว้สำหรับเป่า ตามตัวเครื่องมือมีนิ้วบังคับเสียง 3 นิ้ว เป็นลักษณะลูกสูบและ ลำโพงบานที่ปล่อยเสียงออกมีความกว้างประมาญ 4 – 5 นิ้ว เรียกว่า Trumpet  เป็นเครื่องดนตรีประเภท B flat ของ Piano  วงดนตรีสังคีตประยุกต์กรมประชาสัมพันธ์ได้นำมาใช้ 3 คันคือ

ค.1      rumpet 1 คัน ทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่าย BRASS

ค.2      Trumpet 1 คัน ทำหน้าที่สำรองแกนนำฝ่าย BRASS

ค.3      Trumpet 1 คัน ทำหน้าที่สนับสนุนฝ่าย BRASS

 

มี RANGE เท่ากัน แต่ต่างกันที่ดำเนินการภายใต้การผู้ควบคุมวงและผู้เรียบเรียงเสียงประสานกำหนดไว้ และทำหน้าที่แทนกันได้มีวิถีในระดับเสียงสูงมีวิถีในระดับเสียงกลางและมีวิถีในระดับเสียงต่ำด้วยกัน

 

ง.         กลุ่มเครื่องดนตรีที่จัดประเภทเป็น Brass เสียงต่ำอีกชนิดหนึ่งที่คนไทยเรียกว่า ดนตรีประเภทเครื่องโลหะ หรือเครื่องดนตรีที่ใช้กำพรวดไว้เป่าและใช้ท่อชักให้เกิดเสียงสูงต่ำเรียกว่า Trumbone วงดนตรีสังคีตประยุกต์กรมประชาสัมพันธ์ได้นำมาใช้ 2 คันคือ

ง.1       Trumbone   1 คัน ทำหน้าที่เป็นแกนนำฝ่าย BRASS ด้านเสียงต่ำ

ง.2       Trumbone1 คัน ทำหน้าที่สำรอง BRASS ด้านเสียงต่ำ

ง.3       Trumbone   1 คัน ทำหน้าที่เป็น ROOT หรือฝ่าย BRASS ด้านเสียงต่ำ

 

 (สามารถต่ำได้ถึงฟา)

 

สรุปได้ว่า วงดนตรี นับเฉพาะเครื่องเป่า  Big Ban 5 x 6หมายถึงมีเครื่อง Wood Win จำนวน 5 คัน และมีเครื่อง Brass   6 คัน วัดเทียบเสียงด้วย Piano แต่ Piano Guitar Bass Drums เป็นส่วนประกอบวง

 

การแบ่งประเภทเพลงไทยแนวสัมพันธ์

 

ผู้ดำเนินการวิจัย ได้ทำการสืบค้นในกรมประชาสัมพันธ์ จากการนำทำนองรายชื่อเพลงไทยประยุกต์แนวสังคีตสัมพันธ์ได้เผยแพร่  107  เพลงของกรมประชาสัมพันธ์ที่จัดทำนองไว้ตั้งแต่พ.ศ.2497   ถึงพ.ศ.2540   กำหนดเป็นปีสิ้นสุดการประพันธ์เพลงแนวสังคีตสัมพันธ์คือ  คงทำนองเดิมไว้ กับ ตัดต่อ เพิ่มเติม ดัดแปลง แต่งใหม่ จัดไว้ 7 ประเภทคือ

 

เพลงประเภทที่ 1. ตารางที่ 1. ทำนองเพลงไทยประยุกต์ นำมาจากเพลงไทยก่อนที่จะเกิดวงดนตรี “สังคีตสัมพันธ์”จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 13 เพลงใช้เพลงคลื่นกระทบฝั่ง 2ชั้นหรือเพลงคลื่นกระทบฝั่งเป็นตัวอย่างการวิเคราะห์

 

เพลงประเภทที่ 2. ตารางที่ 2. ทำนองเพลงไทยประยุกต์“สังคีตสัมพันธ์” มาจากเพลงไทยรวมทั้งคำร้อง จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 5  เพลง ใช้เพลงลาวดวงเดือน 2ชั้นหรือเพลงลาวดวงเดือน เป็นตัวอย่างการ  วิเคราะห์

 

เพลงประเภทที่ 3. ตารางที่ 3. ทำนองเพลงไทย จากนั้นเปลี่ยนชื่อเพลงเป็นชื่อใหม่ จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 9 เพลงใช้เพลงลาวล่องน่าน 2ชั้นหรือเพลงจุดใต้ตำตอ เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์

 

เพลงประเภทที่ 4. ตารางที่ 4. ทำนองเพลงไทยประยุกต์ ซึ่งนำทำนองมาจากเพลงไทย โดยไม่เปลี่ยนชื่อเพลง แต่แต่งคำร้องขึ้นมาใหม่ จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 20 เพลง ใช้เพลงนางครวญ 2ชั้นหรือเพลงนางครวญ เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์

 

เพลงประเภทที่ 5. ตารางที่ 5. ทำนองเพลงไทยประยุกต์ ซึ่งนำทำนองมาจากเพลงไทย โดยเปลี่ยนชื่อเพลงคล้ายชื่อเพลงเดิม แต่แต่งคำร้องขึ้นมาใหม่ จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 22 เพลง ใช้เพลง เขมรพวง 3 ชั้นหรือเพลง พุ่มพวงดวงใจ เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์

เพลงประเภทที่ 6. ตารางที่ 6. ทำนองเพลงไทยประยุกต์ ซึ่งนำทำนองมาจากเพลงไทย ทำการเปลี่ยนสับทำนอง ดัดแปลงแต่งเติมเพิ่ม กับแต่งคำร้องขึ้นมาใหม่ และเปลี่ยนชื่อเพลงไปจากชื่อเดิม จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 50  เพลง ใช้เพลงมอญอ้อยอิ่ง 3ชั้นท่อน 1 หรือเพลงฟ้าแดง เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์

 

เพลงประเภทที่ 7. ตารางที่ 7. เพลงที่แต่งขึ้นมาใหม่  คือเพลงสวนครัว เป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีลำดับเลขที่ 92 นายเสถียร ปานคง ผู้จัดทำนองและเรียบเรียงเสียงประสาน (ไม่ได้นำมาวิเคราะห์)

 

เพลงประเภทที่ 8. ตารางที่ 8. เพลงที่ ตัด ต่อ เติม อิงข้อมูล เปลี่ยนชื่อเพลง เปลี่ยนกระบวนการดำเนินทำนองกลายเป็นทำนองเพลงแต่งใหม่ในยุคนั้น จัดเป็นตารางไว้ มีจำนวน 15 เพลง ใช้เพลงลูกหมดมอญ  หรือเพลงรำวงมาลินี เป็นตัวอย่างการวิเคราะห์

 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จำนวน 107 เพลงเป็นทำนองเพลงสากลประยุกต์ ร่วมดำรงจนกลายเป็นวัฒนธรรมประจำประเทศไทยในแขนงหนึ่ง แต่ถ้าจะกล่าวในด้านอีกด้านหนึ่งในสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงเพลงไทยที่มีชื่อคำนำหน้า แขก มอญ พม่า กะเหรี่ยง ลาว เป็นต้น  ชื่อทำนองเพลงสากลประยุกต์นี้ เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง

 

                                                                                         ณัฐนพ มนู อินทาภิรัต