๑) "ตัวตนกับคนอื่น"
สนใจตนเองมากไปก็คับแคบ..ถ้าสนใจคนอื่นมากไปก็เสียจุดยืนตนเอง..
๒) "สุขกาย สุขใจ"
สุขกายอยู่ในกรอบปริมณฑลโลก โดยอาศัยจิตรับรู้ควบคู่กับกาย
สุขใจอยู่ในกรอบภายในจิต โดยอาศัยหลักความจริงเทียบเคียงบนฐานจิตรับรู้ในจิตตน..
๓) "ความจริง"
ความจริง คือ กฎของโลกที่สรรพสิ่งอาศัยมันอยู่ โดยเทียบจากสสารที่ไม่มีอยู่จริง
๔) "โลก"
โลกจะกว้างใหญ่แค่ไหน สำคัญแค่ไหน ถ้าจิตเสีย สมองพร่อง กายพิการ ทุกสิ่งก็หมดความหมาย
๕) "ศาสนา"
ศาสนาคือ อุดมคติของมนุษย์ ที่สอนเราให้มีมิติของชีวิตเชิงลึกและสอนให้เรามีวิสัยทัศน์มากขึ้น

-สวัสดีครับ..
-ขอบคุณสำหรับข้อคิดดี ๆ ครับ..
-"ความจริง คือ กฎของโลกที่สรรพสิ่งอาศัยมันอยู่ โดยเทียบจากสสารที่ไม่มีอยู่จริง"
-ขอบคุณครับ....
กฎของโลก ย่อมสมควรมาจากผู้สร้างโลก มิใช่มาจากวรรณกรรมของมนุษย์ผู้ถูกสร้าง(ทีหลังโลกด้วยซ่ำ)
ปัจจุบัน มนุษย์มากกว่า5000ล้านคน ทราบแล้ว ด้วยหลักฐาน และ พยานล้นโลก ว่า ใครคือผู้นั้น
แต่ทุกคนยังมิมีโอกาสพบ แต่พบสสาร ที่เสพจริง พบแล้ว แล้วยังพบอยู่ การกตัญญูไปพลางๆต่อผู้มีพระคุณ
ย่อมกุศลกว่า การกล่าวเนรคุณ ลบหลู่(ว่าไม่มี) แต่เสพทุกสสารที่ถูกสร้าง ตามที่ตนต้องการมาตลอด
อย่าพยายามไม่มีผู้ที่ชาวโลกเขากตัญญูเลย เพราะ มีไปนานแล้วตั้งแต่ครั้งวิญญาณ ทีนี้พ่อแม่ไม่เคยรู้ เลยไม่มีโอกาสสั่งสอนนั่นเอง