หนึ่งใน 26 กรณีศึกษาเพื่อการทำความเข้าใจสถานการ์ณ์ปัญหาการเข้าถึงและใช้สิทธิในสถานะบุคคลของประชาชนอาเซียนที่มีจุดเกาะเกี่ยวกับรัฐไทย

กลุ่มกรณีศึกษาที่ 8
นางสาวโม และด.ญ.อะเว ไม่มีนามสกุล และนายนิวรา หรือโพปี่ คนรุ่นที่สองของผู้อพยพเข้ามาในประเทศไทยเป็นเวลานานแล้ว[1]

กรณีนางสาวโม (หรือขวัญ) และด.ญ.อะเว (หรือมาริสา)

กรณีนางสาวโม (หรือขวัญ) และด.ญ.อะเว (หรือมาริสา) เป็นบุตรคนโตและคนที่สองตามลำดับของนางมิชุ กับนายมูซา (เกิดที่บ้านพะอ่าง ประเทศพม่า อพยพเข้ามาในประเทศไทย และได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติบัตรชุมชนบนพื้นที่สูง (เดิม) ได้รับการกำหนดเลขประจำตัวสิบสามหลักขึ้นต้นด้วยเลข 6) นางสาวโม และด.ญ.อะเว เกิดที่โรงพยาบาลอุ้มผาง โดยนางสาวโมเกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2538 ส่วนด.ญ.อะเว เกิดปีพ.ศ. 2540 ทั้งคู่มีหนังสือรับรองการเกิดซึ่งออกโดยโรงพยาบาลอุ้มผาง และสูติบัตรซึ่งออกโดยอำเภออุ้มผาง ปัจจุบันทั้งคู่ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (ชุมชนบนพื้นที่สูง ชาวเขา 9 เผ่า-เดิม) ได้รับการกำหนดเลขประจำตัวสิบสามหลักขึ้นต้นด้วยเลข 6

กรณีนายนิวรา หรือโพปี่

นิวราหรือโพปี่เกิดที่ประเทศไทย เป็นบุตรของนายพาดา และนางน่อแปล๊ะคนกะเหรี่ยงซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามายังประเทศไทย ปัจจุบันพ่อและแม่ของนิวราถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย

ประเด็นปัญหา      หากบุคคลทั้งสามประสงค์จะเปลี่ยนชื่อ และต้องการตั้งนามสกุลของตนเองจะสามารถทำได้หรือไม่ เพราะทางอำเภออุ้มผางเคยมีความเห็นต่อกรณีอื่นว่า ภายใต้พ.ร.บ.ชื่อบุคคล พ.ศ.2505 แล้วการมีชื่อตัว ชื่อรอง ชื่อสกุล[2] หรือการเปลี่ยนชื่อตัว หรือชื่อรอง[3] หรือการจดทะเบียนตั้งชื่อสกุล[4] หรือการเปลี่ยนนามสกุล[5] นั้นเป็นสิทธิของบุคคลผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น

 

[1] เป็นหนึ่งใน 26 กรณีศึกษาของคลินิกกฎหมายอุ้มผางเพื่อสิทธิมนุษยชนที่ดำเนินการสำรวจโดยคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร และด้วยการสนับสนุนด้านวิชาการจากสถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังสภาวะไร้รัฐ, อ้างแล้ว ดู 18

[2] มาตรา 5  ผู้มีสัญชาติไทยต้องมีชื่อตัวและชื่อสกุล  และจะมีชื่อรองก็ได้

[3] มาตรา 16  ผู้มีชื่อตัวหรือชื่อรองอยู่แล้วประสงค์จะเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อรองให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ ในท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร  เมื่อนายทะเบียนท้องที่เห็นว่าชื่อตัวหรือชื่อรองที่ขอเปลี่ยนใหม่นั้นไม่ขัดต่อพระราชบัญญัตินี้ ก็ให้อนุญาตและออกหนังสือสำคัญแสดงการเปลี่ยนชื่อให้

[4]มาตรา 9 ผู้มีสัญชาติไทยผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียนตั้งชื่อสกุล ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนในท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร

[5] มาตรา 17  ผู้มีชื่อสกุลอยู่แล้วประสงค์จะขอตั้งชื่อสกุลใหม่ ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนท้องที่ ในท้องที่ที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร และให้นำความในวรรคสองและวรรคสามของมาตรา 9 มาใช้บังคับโดยอนุโลม