สวัสดีครับชาวblog และลูกศิษย์ทุกท่าน
วันที 23 พฤศจิกายน 2556 ผมได้รับเกียรติจากคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง เชิญผมมาเป็นองค์ปาฐกในงานสัมมนาวิชาการเรื่อง “ก้าวผ่านการศึกษาไทยสู่ความเป็นนานาชาติ” (Adapting to International Best Practice) วัตถุประสงค์เพื่อการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนรูปแบบของการจัดกาศึกษาไทยสู่ความเป็นนานาชาติ เพื่อสร้างความตระหนักและการเตรียมพร้อมของผู้บริหาร ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษาในการพัฒนาตนเอง โดยให้ผมบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : โอกาสที่เท่าเทียม” ณ ห้องประชุมคุณหญิงวนิดา ธูปะเตมีย์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง
จึงขอใช้พื้นที่นี้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ให้ชาว Blog ทุกท่านครับ

การบรรยายพิเศษ หัวข้อ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ : โอกาสที่เท่าเทียม โดย ศาสตราจารย์ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
23 พฤศจิกายน 2556 ณ ห้องประชุมคุณหญิงวนิดา ธูปะเตมีย์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง
การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ซึ่งเป็นการศึกษานานาชาติและของเราด้วย ซึ่งสำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นใครก็ตามที่คาดหวังว่า ผมจะต้องพูดเรื่องการศึกษา ต้องไปอ่านเอง วันนี้เรากำลังจะพูดถึง Education ในทุกส่วน เราจะพูดว่า National Education ที่มันเน่าตอนนี้เราจะทำอย่างไรกับมัน ในความเห็นของผมมันน่าจะเสริมซึ่งกันและกัน ช่องว่างที่หลายคนอยากฟังเรื่องอื่นก็เป็นโอกาสที่ดีในการถามตอบ ผมต้องการฟังคำถาม อยากให้เตรียมไว้ ตอนผมเรียน ผมเกือบตก English 1 เพราะผมขาดการวิเคราะห์ การที่เราจะเก่งการวิเคราะห์ เราจะต้องอ่าน คุย และนำมาเป็นความรู้ของเรา ผมจึงรู้เกี่ยวกับ Learning to Learn ถ้าเราสอนเด็กให้เป็นมนุษย์เงินเดือน ประเทศอาจจะมีปัญหาต่อไปในอนาคต เวลาเราทำงานเราต้องเป็นมนุษย์ที่ดีด้วย คือ ต้องรู้ประชาธิปไตย ต้องรู้ว่าผิดหรือถูก ต้องรู้เรื่องสิ่งแวดล้อม โลกาภิวัฒน์ เท่าที่เราเข้าใจกัน มันเสริมทำให้เราเป็นมนุษย์ครบเครื่อง จะต้องไม่เห็นเงินเป็นใหญ่ สิ่งเหล่านี้ต้องระวัง จุดอ่อนของการศึกษานานาชาติ เราต้องอย่าลืมพื้นฐานของภาษาเรา ไม่ลืมรากเง่าของตนเอง วันนี้ท่านต้องคิดในมุมของการเสมอภาคในการศึกษานานาชาติ แล้วถ้ามันมีประโยชน์เราต้องคิดโปรเจ็คไปเสริมรัฐบาลเพื่อจะ update ศักยภาพทางการศึกษา
10.1 ผู้นำและผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับนโยบาย ตั้งแต่ระดับประเทศ องค์กร / โรงเรียน /สถาบันการศึกษาต่าง ๆ / มหาวิทยาลัย ชุมชน และท้องถิ่น
จากนี้ไป ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางด้าน สพฐ หรืออื่นๆ อยากให้ติดต่อโรงเรียน โยธินบูรณะ เพื่อพัฒนาทางด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยนานาชาติในอนาคต จะให้ก้าวไกลได้นั้น ต้องแก้ไขปัญหาทางด้านการเมือง โดยเฉพาะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วย
10.2 สถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพ มีความพร้อม มีความเข้มแข็ง และประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งแล้ว ต้องมีนโยบายในการขยายโอกาสสู่ท้องถิ่น และภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลความเจริญ โดยอาจจะทำเป็นรูปแบบสถาบันพี่ - สถาบันน้อง หรือ โรงเรียนพี่ – โรงเรียนน้อง คือ เป็นพี่เลี้ยง เช่น มหาวิทยาลัยที่ประสบความสำเร็จและทำงานได้ดีในเรื่องการศึกษานานาชาติอย่าง ABAC อาจจะช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้กับมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในระดับภูมิภาคซึ่งมีความต้องการพัฒนา โดยเฉพาะกลุ่มของมหาวิทยาลัยราชภัฏต่าง ๆหรือ การให้ทุนการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส เป็นต้น ในอนาคตต่อไป ในฐานะคณะศึกษาศาสตร์ เราจะต้องพึ่งคนที่มีศักยภาพมาช่วยการพัฒนาศักยภาพการศึกษา หลังจากวันนี้อ.มาลัยต้องกระจายข้อมูลดี ๆ ให้สื่อมวลชนรับทราบด้วยว่า การพัฒนาการศึกษาที่ทัดเทียมกันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง สุดท้ายขอขอบคุณนักศึกษาป.เอกที่ลาดกระบัง ที่ได้จัดการสัมมนาในวันนี้ เป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อการศึกษามาก
คุณพิชญ์ภูรี : ดร. จีระ ท่านบรรยายในภาพกว้าง สิ่งที่ท่านพูดการกระจายการศึกษาทัดเทียม ใช้ทฤษฎี 2 อาร์ ท่านอ.บอกว่ายากมาก จะต้องบริหาร paradox ให้ดี เช่น ปัจจุบันปัญหาการศึกษาไทยการอ่านออกเขียนได้ มีการดึงตัวเด็กที่อ่อนออกมาแล้วสอนเป็นกลุ่ม ซึ่งที่ท่านอ.บอกว่ายาก ท่านอ.ก็ได้ให้เครื่องมือในการช่วยกระจายการศึกษาทัดเทียมได้ ท่านอ.บอกว่า จะต้องใช้สมอง จิตใจ องค์ความรู้ และต้องลงมือทำ ท่านอ.ให้การแก้ยุทธศาสตร์อย่างตรงประเด็น พยายามแก้ไขทีละขั้น เราสามารถดึงเครือข่ายที่เข้มแข็งได้ ซึ่งตอนนี้นักธุรกิจกำลังทำ CHR ซึ่งเราสามารถขอความร่วมมือในเรื่องการศึกษาได้
ขอบคุณมากครับอาจารย์ ;)...