ใกล้ค่ำฉันเดินกลับบ้าน...รอบกายผู้คนวุ่นวายเดินทางมาจากต่างจังหวัด
เพื่อมาเที่ยวงานนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์ซึ่งฉันไม่ไปหลายปีแล้ว...
ภาพวัยเด็กตอนอยู่บ้านหลังเก่าผุดขึ้นขณะย่างเท้า...ตอนนั้นพวกเราอยู่บ้านหลังเก่า พี่น้องนับสิบคนชักชวนกันไปเที่ยวแทบทุกคืน เดินเกาะเกี่ยวกันเป็นขบวนเพราะกลัวหลง เดินเท้าเกือบสามกิโลเมตรแต่ไม่เคยคิดว่าไกล....
พวกเราไม่มีเงินไปเที่ยว แค่ได้เดินดูสินค้า ผู้คน ขอทาน เด็กหัวโตเท่าแตงโม
เมียงู สาวน้อยตกน้ำ บ้านผีสิง ไม่มีเิงินซื้ออะไรกินแต่ก็มีความสุขได้....
ผ่านวันคืนนานหลายสิบปี แต่เหมือนวันวาน ราวภาพฝัน ถึงวันนี้เพิ่งตระหนักว่าทุกอย่างล้วนอนิจจัง...ความสุขในวัยเด็กล้วนว่างเปล่า...ความสุขจากภายนอกไม่ยั่งยืน มีแต่ความสุขภายในที่อยู่กับเราตลอดไป
ธรรมทิพย์
๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๖
อืม จริงเนาะ
เด็กหัวโต ที่น่าสงสาร (ตอนเป็นเด็กกลัว)
ทุกๆที่งานวัด มักมีสิ่งเหล่านี้ให้คิดคำนึง
ขอบคุณครับ
เห็นด้วยครับ...เด็กมีความสุขมากจริงๆ ครับ
ขอบพระคุณค่ะ คุณ พ.แจ่มจำรัสที่แวะมาให้กำลังใจค่ะ
ภาพเด็กหัวโตเดี๋ยวนี้ไม่เคยเห็นแล้วนะคะ ไม่แน่ใจว่ายังจะมีอีกหรือไม่
ขอบคุณค่ะ คุณหมอทิมดาบ
"วัยเยาว์เห็นโลกล้วน แสนสนุก" จริง ๆ ค่ะ
ความทรงจำดี ๆ ทำให้เราเป็นสุขเสมอค่ะ
คำว่าอนิจจัง แปลว่า "ไม่เที่ยง ไม่แน่นอน เปลี่ยนแปลง อยู่เสมอ" ไม่ได้แปลว่า "ดับ" อย่างที่คุณเข้าใจ
เพราะเราบังคับไม่ได้
และให้มองในสิ่งที่เป็นรูปธรรม น้อมนำเพื่อให้เห็นความจริงของชีวิต
"...อย่าปล่อยให้ลูกหลานเรา อยู่กับพยากรณ์ จมอยู่กับคำมายาคติ ไม่กล้าคิดอ่านสิ่งใหม่ๆ ติคกับ อยู่กับวลีมักง่ายของผู้ใหญ่ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่บ้างล่ะ นั่นไง สมองเด็กไทยตาย(เกลื่อน)มานานเท่าไรแล้วล่ะ..."
เด็กที่มีปัญญาย่อมเข้าใจความหมาย และใช้หลักกาลมาสูตรในการคิดด้วยวิจารณญาณ...แท้จริงมีแต่คนโง่เขลาเท่านั้นที่จะให้ผู้ือื่นชี้นำได้โดยง่าย
อ่านบันทึกอาจารย์
ครั้งใดก็มีความสุขครับ
สบายดีไหมครับ