วันนี้มีโอกาสได้ไปงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ตื่นตาตื่นใจอีกครั้งกับร้านหนังสือและคนอันมากมายมหาศาล ระหว่างการเดินทางสังเกตตามร้านขายหนังสือทั่วไป ก็ยังพอมีคนอยู่บ้าง แต่ก็บางตาไปเยอะ คงด้วยเพราะมีแต่คนอยากไปดูความอลังการและส่วนลดที่แต่ละสำนักพิมพ์ต่างทำคะแนนแย่งลูกค้ากัน

จุดประสงค์ที่ไปครั้งนี้ หลักๆ แล้วไม่ได้ต้องการไปซื้อหาหนังสือมาทำน้ำหนักให้ตู้ เพราะไอ้ที่มีอยู่ก็อ่านจนไม่หวาดไม่ไหว แต่อยากไปสัมผัสบรรยากาศ ติดตามกระแส (หนังสือ) และใกล้ชิดนักเขียนชื่อดัง (วัตถุประสงค์หลัก)

การที่คนจะเขียนหนังสือ(คุณภาพ)ได้สักเล่ม ต้องใช้กำลังภายในมากพอสมควร ไม่ว่าจะประสบการณ์ ท่วงทำนอง วรรณศิลป์ที่เลือกใช้ในการถ่ายทอด มีคนเคยบอกว่าคนรู้จริงต้องสามารถถ่ายทอดได้ หากรู้แต่ปาก เข้าใจอยู่แต่กับตัวเอง รู้อยู่คนเดียว นั่นหมายถึงไม่รู้จริง  นี่กระมังจึงเป็นที่มาของ KM (เข้าเรื่องซะหน่อย)

คนจะรู้จริงหรือไม่อยู่ที่การถ่ายทอด หากสามารถถ่ายทอดออกมาให้ผู้อื่นยอมรับได้โดยไม่มีข้อขัดแย้ง นั่นจึงเรียกว่ารู้จริง แต่หากรู้ว่าคนที่ถ่ายทอดออกมานั้น ผิด แล้วตัวเองก็ไม่ยอมที่จะแก้ไขให้ถูกต้อง นั่นก็ถือว่าเป็นความผิดเช่นกัน เรียกว่าไม่มีคุณธรรม (ที่ต้องให้ผู้อื่นเรียนรู้แบบผิดๆ กันต่อไป)

โดยส่วนตัวแล้วจึงชอบนักเขียนมากกว่านักพูด เพราะน้อยนักที่คนจะจดจำคำพูดของคนอื่นได้ทั้งหมด พูดแล้วก็แล้วไป แต่คนที่สามารถกลั่นกรองความคิดออกมาทางปลายนิ้วให้คนอื่นสามารถเรียนรู้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้ต่างหาก จึงจะเป็นที่ประทับใจ (ตามความคิดเห็นส่วนตัวนะคะ)

ไปครั้งนี้ก็ไม่ผิดหวังเช่นเคย ได้ลายเซ็นต์นักเขียนที่ประทับใจมาถึง 3 ท่านด้วยกัน (จริงๆ วันนี้นักเขียนและดาราไปกันเยอะ แต่ก็เลือกนะคะ ไม่ได้บ้าคนดังไปทั้งหมด) ท่านแรกเลย ก็คือหนุ่มเมืองจันทน์ เจ้าของคอลัมน์ฟาสต์ฟู้ดธุรกิจ ในมติชนสุดสัปดาห์ ชอบแนวการเขียนที่มักมีมุมมองแตกต่างจากคนอื่น และเป็นมุมที่น่าสนใจซะด้วย แม้จะติดชอบทำการตลาดอยู่เรื่อยก็ตาม แต่ก็ยังโดนใจอยู่ดี คิดอยู่ในใจว่าวันนี้ต้องได้เจอตัวแน่ เพราะเพิ่งออกหนังสือใหม่ ชื่อ พลิกมุมคิดชีวิตเปลี่ยน และวันนี้วันเสาร์ ต้องมาช่วงบ่ายแน่ๆ

คิดง่ายๆ แบบนี้ล่ะค่ะ ชอบเดาใจคนอื่น และก็ได้เจอตัวจริงเสียงจริงอย่างที่คิด ไปถึงปุ๊บก็มาพอดี เป็นนักเขียนที่ดูดีอันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้ (ผิดคาดไปเยอะ) สรุปว่าประทับใจค่ะ เค้าเขียนมาให้ว่า ตุ้มหูยังมี 2 ข้าง ชีวิตก็มีหลายมุมให้มอง เชยไปนิดนะคะ...ว่ามั๊ย

ได้เจอคุณหนุ่มเมืองจันทน์แล้วก็ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ที่มาครั้งนี้ เหลืออีกหนึ่งเป้าหมาย คือไปเยี่ยมชมบู้ทของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ อยู่ไกลไปนิด กว่าคนจะเดินไปถึงก็คงหมดเงินไปหลายแล้ว ลูกค้าที่ไปจึงเป็นประเภทคู่แท้ ที่ตามมาหากันเลยทีเดียว (น่าเสียดายจัง) 

ระหว่างการเดินทาง ก็ให้บังเอิญได้พบกับ ท่านปองพล อดิเรกสาร นั่งเหงาอยู่คู่กับหนังสือเล่มใหม่ของท่าน คามีเลี่ยนแมน ที่แปลไปแล้วถึง 4 ภาษา (ไม่ทันได้ถามว่าภาษาอะไรบ้าง) เป็นนวนิยายที่ผสมผสานประวัติศาสต์และจินตนาการเรื่องราวบนเกาะมาดากัสการ์ (เกาะที่วอลซ์ดิสนีย์ทำการ์ตูนออกมานั่นแหละค่ะ) ตามสไตล์ของท่าน ก็เลยขอเก็บลายเซ็นต์อดีตรองนายกรัฐมนตรีไว้เป็นที่ระลึกอีกหนึ่งเล่ม

หลังจากเบียดเสียดผู้คนจำนวนมาก เดินผ่านร้านหนังสือที่ละลานตาแบบไม่มีจุดมุ่งหมายของการเลือกซื้อ ก่อนจะกลับก็เกิดแรงสังหรณ์ขึ้นมาให้เดินไปที่บู้ทของมติชนอีกครั้ง พอดีกับที่คุณชาติ ภิรมย์กุล นักเขียนอารมณ์ดีอีกคน เข้ามาพอดี จึงได้หนังสือพร้อมลายเซ็นต์มาอีก 1 เล่ม ได้เห็นตัวจริงแล้วไม่ผิดจากที่คิดไว้สักเท่าไหร่ ดูเซอร์ๆ โทรมๆ สมกับสไตล์ของผลงานแต่ละเล่มที่ออกมามาก อ่านแล้วก็สนุกๆ แบบเถื่อนๆ ทุกทีค่ะ เลยได้คว้าที่ยังไม่เคยอ่านมาอีกเล่ม เที่ยวไป-หัวเราะไป

วันนี้รู้สึกประสบความสำเร็จในการตามล่าตัวนักเขียนพอสมควร มันเป็นความประทับใจนะคะ ที่เมื่อเราเปิดหนังสือขึ้นมาแล้วก็เห็นลายมือจริงๆ ของนักเขียนอยู่ในหนังสือของเรา ไม่ใช่แค่ตัวพิมพ์แล้วก็ต้องมานึกจินตนาการลายมือหรือหน้าตาเอาเอง...ว่าแล้วถ้ามีโอกาส คงต้องไปขอลายเซ็นต์นายตัวเองบ้างเหมือนกันนะเนี่ย

แต่ถึงจะชอบนักเขียนชื่อดังอย่างไร ก็มีนักเขียนคนหนึ่งที่ไม่คิดอยากเจอเลย ประทับใจนะคะ แต่ขอไม่เจอดีกว่า...คุณนิวัติ กองเพียร..คอลัมน์นิสต์ที่มีลีลาในการวิพากษ์สาวสวยหุ่นเพรียวระหง จนคนอ่านแทบจะลูบไล้เรือนร่างจากภาพถ่ายได้เลยทีเดียว....กลัวแกจะวิจารณ์ว่า เอวต่ำ สะโพกเตี้ย ตัวสั้น เอวตัน.....ให้มันสะเทือนหัวใจ