ดิฉันนางสาวพรประพิมพ์ โปธา นักศึกษากิจกรรมบำบัด ชั้นปีที่3 

ได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับ Recovery model ซึ่งเป็นโมเดลที่มีเป้าหมายคือ

 การมองคนแบบองค์รวม(Holistic view) การเปิดโอกาศให้คนคนหนึ่งได้แก้ปัญหาในวิถีทางของเขาเอง ได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆอย่างเต็มที่ ได้ลองพัฒนาความภูมิใจและตั้งเป้าหมายในชีวิตให้กับตนเอง

รวมถึง...ได้มีโอกาสทำผิดพลาดและเรียนรู้จากความผิดพลาดนั้น

โมเดลข้างต้น สอนให้ฉัน

  • มองโลกในแง่ดี
  • มองข้ามโรคหรือพยาธิสภาพที่เขาเป็น มองว่าเขาก็เป็นคนคนหนึ่งเหมือนกันกับเรา
  • เคารพในความเป็นบุคคลของคนอื่น
  • ให้โอกาส
  • ยอมรับ ว่า คนเราทุกคนย่อมมีทั้งวันที่ดี และวันที่ทำตัวแย่
  • ความผิดพลาดทั้งหลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ในทุกคน จงให้โอกาสและเรียนรู้กับมัน
  • เมื่อมีการร่วมงานกับใครสักคน ให้คิดว่าเรากำลังเดินทางไปกับคนคนนั้น..เรียนรู้เขา แทนที่จะพยายามบอกให้เขาทำอะไร
  • ไม่มีอะไรตายตัว ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้ด้วยประสบการณ์ การให้ข้อมูลย้อนกลับ(feedback) เป็นสิ่งสำคัญ
  • เข้าใจว่าคนแต่ละคน ต่างกัน มีการดำเนินชีวิตที่ไม่เหมือนกัน ความคิดย่อมไม่เหมือนกัน.. 

 

การได้เรียนรู้โมเดลข้างต้นนี้ ทำให้ดิฉันได้มุมมองในการมองคนใหม่ๆ ได้ลองปรับทัศนคติของตัวเอง ยืดหยุ่นกับคนหลายๆแบบมากขึ้น 

ทำให้ดิฉันได้นึกย้อนถึงหนังสือเล่มหนึ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่ตอน ปีใหม่เมื่อ2ปีที่แล้ว จนทุกวันนี้ในบางครั้ง ที่ดิฉันหาทางออกไม่เจอหรือสับสนวุ่นวายใจ ดิฉันก็มักจะหยิบมันขึ้นมาอ่านเสมอ

นั้นก็คือ หนังสือ "ชีวิต ทำให้ง่าย ก็สุขได้ ไม่ยาก"

 

 

ในหัวข้อ "ในเรามีเขา ในเขามีเรา"

จากทุกสิ่งทุกอย่างข้างต้น ดิฉันจึงคิดได้ว่า..

การปรับทัศนคติ ปรับมุมมอง เพื่อมองผู้อื่นในแง่ดี การให้โอกาสผู้อื่น การรับผิดชอบต่อความรู้สึกของผู้อื่น เป็นสิ่งสำคัญมากในการดำเนินชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่นให้มีความสุข รวมถึงการทำงานกับผู้อื่น โดยเฉพาะสาขาวิชาชีพที่ให้การบริการทางการแพทย์ ที่จำเป็นอย่างมากในการทำความเข้าใจกับผู้ป่วย เพื่อให้เขามีความสุขถึงแม้จะมีพยาธิสภาพก็ตาม

 

เพราะทุกคน ล้วนแล้วแต่อยากจะมีความสุขกันทั้งนั้น....คุณผู้อ่านก็คงจะคิดเหมือนกับดิฉันหรือเปล่าค่ะ (: