ค่ำคืนนี้ผ่านไปไม่นานสักเท่าไร แต่ความรู้สึกช่างเป็นช่วงกลางคืนที่ดึกดื่นเสียจริง...

เพราะเธอไม่อยู่ใช่ไหม จึงทำให้ท้องฟ้าคืนนี้มีดมิดยิ่งกว่าคืนอื่นๆ

เพราะเธอจากไปใช่ไหม จึงทำให้สรรพเสียงที่เคยร้องกล่อมของหริ่งเรไรกลับหายคล้ายโสตประสาทถูกตัดจากการได้ยิน

   มันน่าหัวร่อเสียจริงนะ... ที่หลายครั้งคราที่อยากอยู่เพียงลำพัง เธอถูกกันให้ออกห่างด้วยท่าทางสุดแสนจะรำคาญของคนเขลา

แต่เพราะเธอไม่อยู่ใช่ไหม จึงทำให้อยากมีใครสักคนมาก่อกวน เพื่อทลายความเงียบในเวลานี้ให้เหือดหายไป

   ค่ำคืนนี้ช่างเนิ่นนานเสียจริงๆ...

พระเจ้าองค์ไหนกลั่นแกล้งโดยการฉุดรั้งเข็มนาฬิกาให้เดินอย่างเชื่องช้าอย่างนั้น...

   น่าหัวร่อเสียจริงนะ...ที่บางครั้งต้องทุกข์ทนกับความร้อนของแสงตะวัน ไม่อยากอาบแสงที่ลูบไล้ด้วยเมตตา พาลรังเกียจจนต้องหลบอยู่ในเงามืด หรือหาสิ่งมาปิดกั้นกำบัง

แต่เพราะเธอจะกลับมาพรุ่งนี้ไช่ไหม จึงทำให้แสงแดดทีแผดจ้านั้น เป็นสิ่งที่รอคอยคล้ายคนหลงทางที่พบแสงสว่างปลายอุโมงค์

   ค่ำคืนนี้จะยืดยาวสักเพียงไหน...

   แต่จะมีวันพรุ่งนี้ ที่เธอจะกลับมา...

..............

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามอ่าน

ในค่ำคืนอันมืดมิดแห่งจินตนาการ

9 พฤศจิกายน 2556

พ.แจ่มจำรัส