วันที่ ๒๐ ต.ค. ๔๙ เวลา ๑๐.๓๐ น. กระผมในฐานะประธานกลุ่มนักศึกษาปริญญาโท การบริหารการศึกษา รุ่นที่๑ (ศูนย์แม่สอด)ได้รับเชิญไปร่วมต้อนรับแขก เป็นคณะบดีคณะครุศาสตร์ ม.รภ.ลำปาง และคณะนักศึกษา ป.โท การวัดผลประเมินผลและวิจัย รุ่น ๑ จำนวนประมาณ ๒๐ คน กำลังจะออกจากบ้าน ก็เกิดเหตุการณ์ที่เป็นอุบัติเหตุรถชนกัน คือบ้านผมตั้งอยู่ในหมู่บ้านจัดสรร ลองนึกภาพนิดหนึ่งครับ ในหมู่บ้านจัดสรร จะมีถนนเป็นเหมือนตราหมากรุก ถนนสายใหญ่ ๒ เส้น แล้วมีซอยตัด หลายๆ ซอย เวลาประมาณ ๑๐ นาฬิกากว่าๆ มีรถบิกอัพคันหนึ่งวิ่งตรงตามถนนสายใหญ่ และอีกคันหนึ่งวิ่งออกมาจากถนนซอย เกิดชนกันพอดีตรงมุมถนนหน้าบ้านผมพอดี มองดูตามสภาพแล้ว รถคันที่ออกมาจากซอย จะเลี้ยวขวาออกถนนใหญ่ในหมู่บ้าน บังเอิญมีรถบิกอัพอีกคันวิ่งตรงมา เกิดชนกัน ถ้าพิจารณา(คิดเอง) รถที่ออกซอยมาผิดแน่ๆ เพราะเลี้ยวออกไป ไม่ชลอ หรือหยุ่ดรอก่อน รถคันที่วิ่งสายใหญ่กันชนยุบหักงอ หม้อน้ำแตก ฝากระโปรงเปิด เด็กที่นั่งในรถ ๒ คน หัวโน สำหรับรถที่ออกจากซอย ไฟ้หน้าด้าขวาแตก และยุบ เด็กที่นั่งในรถ ๑ คน ปากแตก แต่คนขับซึ่งเป็นผู้ใหญ่ไม่เป็นอะไร ทั้ง ๒ คัน เจ้าของรถทั้งสองคัน โทรศัพท์ตามตำรวจมาดูว่า ใครผิด-ถูก ก็ยังพูดคุยกันด้วยอารมณ์ดี เพราะเป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน แต่พอตำรวจมถึง มีผู้กองเป็นหัวหน้า เหตุก็เกิด เนื่องจากจาก การสื่อสารของเจ้าหน้าที่เสียเอง.. คำตอบที่ได้รับรู้จากปากของผู้กอง คือ ไม่สามารถทำอะไรได้..เพราะกฏหมายไม่คุ้มครองถนนใน่หมู่บ้าน..ขณะนั้นประกัน ก็มาถ่ายรูปแล้วก็กลับไป.. ผู้เสียหาย เดิมที่อาการที่เคยสงบ ก็เกิดเหตุแห่งอารมณ์ บ่น กร่นคำหยาบ เนื่องจากเจ้าหน้าที่ไม่ทำอะไรแต่กลับทะเลาะกับรถคันที่วิ่งมาตามถนนใหญ่สายตรง.. หลังจากนั้นก็ ได้แต่ออกคำสั่ง พวกเรากลับเถอะ แล้วเขียนรายงานไว้ด้วย... ตกลงใครผิด ใครถูก หรือปล่อยให้เป็นปัญหาไว้ ให้ระวังเอาเอง...ผมเป็นครู ไม่ค่อยรู้กฏหมายนี้เลย สรุป สิ่งที่ได้ จากการมาของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คือ คู่กรณ๊ ที่เป็นคนในหมู่บ้านเดียวกัน ยังทะเลาะกันไม่เลิก ผมกลัวว่า ถ้าหากอุบัติเหตุคราวหน้า มีคนตาย จะเป็นอย่างไร หรือเด็กในหมู่บ้านขับจักรยาน ชนกับรถ มอเตอร์ไซด์ จะเป็นอย่างไร.. มันน่าจะมีบรรทัดฐานสักอย่าง.. เพื่อนๆ ชาว KM ที่รู้กฏหมาย หรือ พอรู้ ช่วยแนะนำด้วย...จะขอบคุณ