611. มิลินทปัญหา.. การ์ตูนแห่งปัญญา

ทุกท่านคงเคยดูการ์ตูนตอนโต ด้วยกาลเทศะต่างๆกันไป มากบ้างน้อยบ้าง การ์ตูนที่ผมชอบมากๆ และชอบที่สุดตลอดกาลคือเรื่อง "มิลินทปัญหา" ..ซึ่งเป็นการ์ตูนที่สร้างจากคัมภีร์ของพุทธศาสนาที่สำคัญคำภีร์หนึ่งคือคำภีร์มิลินทปัญหา..

                                 

ที่ผมเคยอ่านมาครับ คัมภีร์นี้ทำให้ผมเชื่อมั่นว่าพระอรหันต์ต้องมีจริงแน่นอน.. ด้วยเหตุอะไร มาดูประวัติก่อนนะครับ.. คร่าวๆ คำภีร์นี้เป็นบทบันทึกการสนทนาธรรมระหว่างพระเจ้ามิลินทร์ กษัตริย์ชาวกรีก ลูกหลานของนายพลของพระเจ้าอเล็กซานเดอร์มหาราชที่เคยกรีทาทัพมายึดอินเดียตอนเหนือ.. โดยหลังจากมหาราชท่านนี้สิ้นพระชนม์ อาณาจักรของท่านก็แตกออกเป็นอาณาจักรใหญ่ๆ ได้แก่อาณาจักรกรีกเดิม อาณาจักรอียิปต์ที่ปกครองโดยราชวงศ์ปโตเลมี (ผู้ปกครององค์สุดท้ายคือคลีโอพัตรา ผู้อื้อฉาว) ..

อาณาจักเซลูสิด (ซีเรียปัจจุบัน) และอีกแห่ง..จำไม่ได้..(มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองอันติอ๊อค) อาณาจักรเซลูสิด ครอบครองอาณาบริเวณจากซีเรียไปจนถึงอินเดียตอนเหนือ.. ซึ่งภายหลังมีอาณาจักรหนึ่งชื่อบัคเตรีย ได้แยกตนเองออกจากเซลูสิด แล้วเข้าไปขยายอำนาจในอินเดีย... ภายใต้การนำของกษัตร์องค์หนึ่งที่เก่งกล้าสามารถมากชื่อมินานเดอร์.. หรือมิลินทร์ถ้าเรียกแบบชาวอินเดีย.. กษัตริย์องค์นี้แหละครับความที่ได้รับการศึกษาแบบกรีกและท่านยังสนใจศึกษาไตรเพทของพราห์ม เรียกว่าจัดโหดทั้งความรู้แบบกรีกและแบบฮินดูโบราณ ผู้เขียนเชื่อว่าท่านต้องได้รับอิทธิพลมากๆ จากอริสโตเติ้ล เพราะนักปราชญ์ท่านนี้เป็นอาจารย์ของอเล็กซานเดอร์ มหาราช คุณคงรู้ถ้าศึกษาเรื่องราวของอารยธรรมตะวันตก จะพบว่าอริสโตเติ้ลนี่ถามแบบจัดหนักขนาดไหน..

                        

พระเจ้ามิลินท์ไม่เชื่ออะไรใครง่ายๆครับ.. และที่สำคัญท่านไม่เอาศาสนาพุทธเลย คือไม่แค่เฉยๆ แต่ถึงกับพยายามกำจัดทุกวิถีทางครับ.. ในเมืองหลวงของอาณาจักบักเตรียที่ศาสนาพุทธเคยรุ่งเรืองนั้น ท่านคุกคามจนพระภิกษุต้องพากันอพยพหนีออกจากเมืองเลยครับ เพราะโต้วาทีท่านไม่ได้.. ที่สุดคณะของพระอรหันต์จึงตัดสินใจเลือกพระอรหันต์หนุ่มผู้มีนามว่าพระนาคเสน ที่เชื่อกันว่ามีปัญญาสูงมากๆ.. ไปโต้วาทีกับพระเจ้ามิลินท์.. ได้ผลครับ..ที่สุดท่านเปลี่ยนใจหันมานับถือศาสนาพุทธ และการเป็นองค์อุปถมภก.. คุณอาจคิดว่า แล้วไงก็แค่กษัตริย์องค์หนึ่ง.. OK ครับ แต่ในมุมมองของผมท่านเป็นกษัตริย์ที่ปกครองอาณาจักรหนึ่งในห้า อาณาจักรของยุคเฮเลนิสติก.. อารยธรรมนี้มีอิทธิพลต่อทั้งตะวันออกกลาง อาหรับ และตะวันตกในเวลาต่อมา เอาเป็นว่ามีิอิทธิพลต่อโลกเราจนถึงทุกวันนี้.. ไม่ว่าจะเป็นด้านใดก็ตาม เอาง่ายๆชัดสุดนี่ก็คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ ปรัชญาครับ.. ที่สำคัญศาสนาพุทธได้คำภีร์ใหม่คือคำภีร์มิลินทปัญหา.. ที่เรียกว่ามีคุณค่ามากๆ.. ในมุมมองผมคำภีร์นี้คือ "ถามแบบอริสโตเต้ิล ตอบแบบพระอรหันต์"  ที่สุดจริงๆ เพราะเป็นที่สุดของอารยธรรมตะวันตกกับที่สุดของอารยธรรมตะวันออกเจอกัน..

 

ถ้าคุณมีโอกาสลองไปหาคำภีร์นี้ดูนะครับ แต่ง่ายหน่อย สนุกหน่อย สุนทรียะ เพลินไปเลยก็ต้องเป็นการ์ตูนครับ..แต่คงเนื้อหาไว้ครบถ้วน.. แต่สำหรับผมผมอ่านมานานแล้วครับ และยิ่งมาดูการ์ตูนนี่เชื่อเลยครับ.. ว่าพระอรหันต์มีจริง ผมไม่สงสัยว่าพระอรหันต์มีจริงไหม.. คนตอบได้ขนาดนี้ต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน

 

สาระสำคัญของบทความนี้ไม่ได้อยู่ที่ เนื้อหาในคัมภีร์เพราะอยากให้ท่านไปดูเอาเอง แค่พิมพ์คำว่า "มิลินทปัญหา" คุณจะเจอใน Google เพียบ คุณจะเจอการ์ตูนมีเนื้อหาเต็มฉบับ และ Video เต็มเรื่อง .. แต่แนะนำว่าให้ซื้อดีกว่าครับ เจ้าของคงลงทุนไปมาก เคยเอามาฉายที่ช่อง 7 ไม่รู้ได้ตังค์คืนไปยัง.. ช่วยกันหน่อย..

 

สาระสำคัญอยู่ที่การเปลี่ยนอาณาจักรสำคัญอาณาจักรหนึ่งให้หันมานับถือศาสนาพุทธได้ โดยใช้ทรัพยากรบุคคลเพียงคนเดียวครับ.. นี่น่าทึ่งมากๆ..

 

เป็นบทเรียนที่สำคัญมากๆ ว่าถ้าคุณได้พันธมิตรหลัก (Key Partner) เพียงคนเดียว ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ชนิดกระทบกระเทือนโลกได้เลย ผมหนึ่งถึงเรื่องราวของ Business Model Canvas จากหนังสือ Business Model Generation ที่เป็นหนังสือที่สอนให้คุณสร้างฝันของคุรให้กลายเป็นจริง ด้วยการใช้สร้างเหตุปัจจัย ทั้งในแง่ของโครงสร้างต้นทุน นวัตกรรม ทรัพยากร และการสร้างคุณค่าในสายตาลูกค้า  เอาเป็นว่าถ้าคุณต้องการทำฝันให้เป็นจริง คุณต้องสร้างเหตุที่ดีครับ ถ้าคุณดูใน Business Model Canvas คุณจะเห็นชัดว่า.. Key Partner เป็นองค์ประกอบสำคัญองค์ประกอบหนึ่งครับ..

                      

พูดง่ายๆคือ การที่คุณจะสร้างความแตกต่าง หรือความเข้มแข็งให้ธุรกิจ .. Key Partner มีความสำคัญมากๆ..พระอรหันต์กลุ่มหนึ่งถือว่าพระนาคเสนเป็น Key Partner ที่สำคัญและส่งท่านไปเผชิญหน้ากับพระเจ้ามิลินท์ ที่สุดด้วยกระบวนการโต้วาทีที่กลายเป็นกิจกรรมหลัก (Key Activities) ที่เน้นอุปมาอุปไมยไม่เหมือนใคร เรียกว่าเสนอคุณค่าได้ต่างจริง..(Value Proposition).. ที่สุดเลยสามารถเปลี่ยนพระเจ้ามิลินท์มานับถือศาสนาพุทธได้ ถ้ามองจาก Business Model Canvas ข้างบน คุณจะเห็นว่ามหาราชองค์นี้ ในทางธุรกิจเราเรียกว่าท่านกลายเป็นช่องทางการจัดจำหน่าย (Chanel) นั่นคือคำสอนของพระพุทธองค์  

ที่สำคัญได้กลุ่มลูกค้าใหม่ (Market Segmet) นั่นคือชาวกรีกทีี่มีอิทธิพลด้านการเมืองการทหาร แถมล้ำหน้าทางวิทยาการ นี่เป็นลูกค้ากลุ่มใหม่ครับ.. ศาสนาพุทธสามารถรุ่งเรืองได้โดยไม่ต้องไปรุกรานใคร มีจำนวนศาสนิกที่เพิ่มมากขึ้น แถมยังกระจายไปในอาจาณาจักรอื่นๆได้อีก เพราะสมัยนั้น (อันนี้ผมต้องไปห้าแหล่งข้อมูลอ้างอิง เพิ่มเติม).. นักประวัติศาสตร์ชาวกรีกบอกว่า พระเจ้ามิลินท์สามารถขยายอาณาเขตของชาวกรีกไปในอินเดียได้กว้างไกลกว่าที่อเล็กซานเดอร์มหหาราชเคยทำเอาไว้า.. นั่นหมายถึงว่าท่านมีส่วนขยายศรัทธาในศาสนาพุทธให้กว้างไกลไปในอินเดียอยู่ช่วงหนึ่งทีเดียว เรียกว่าในทางธุรกิจการทำได้ขนาดนี้หมายถึงการมีการเติบโตของรายได้ (Revenue Growth) อย่างมาก ..

พระนาคเสนรูปเดียวก่อให้เกิดผลกระทบที่มากมายมหาศาล อย่างนึกไม่ถึงครับ คุณคงไม่ทราบว่ามันไปไกลขนาดไหน เอาเป็นว่ายุคนั้นเป็นยุคที่มีการสร้างพระพุทธรูปครับ.. เพราะฉะนั้นล่าสุดพรรษาที่แล้วผมไปบวช มีโอกาสร่วมสร้างพระ.. ได้สร้างวิหารทาน.. จะว่าไปเพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากมิลินทปัญหานั่นเอง..ที่พอชาวกรีกเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาแล้ว แต่เดิมได้สร้างงานปฏิมากรรมบูขาเทพเจ้าแบบกรีก พวกเขาเลยเปลี่ยนมาปั้น มาสร้างพระพุทธรูปแทน.. 


เรื่องนี้ทำให้ผมนึกถึงหนัง King Arthur ที่เป็นเวอร์ชั่นที่พระเจ้าอาเธอร์เดิมเป็นอัศวินของโรมัน ตอนที่โรมันกำลังจะหมดอำนาจไปจากอังกฤษ ตอนนั้นท่านสู้เพื่อโรมัน.. แต่พอโรมันถอนตัว ด้วยอาณาจักรอ่อนแอ คนอังกฤษตอนนั้นก็กำลังถูกคุกคามจากชนเผ่าแองโกล แซ็กซ่อนจากภาคเหนือ ที่ฆ่าโหดมากๆ.. ที่สุดเมอร์ลิน พ่อมดของชนเผ่าพื้นเมืองก็เข้าหาอัศวินผู้นี้ ทั้งๆที่เคยเป็นศัตรูมาก่อน และขอให้เป็นผู้นำ..อาเธอร์ตอนแรกก็ไม่ยอม แต่ที่สุดก็ยอม อังกฤษเลยได้กษัตริย์นักรบที่สุดยอดมากขับไล่พวกแอลโกลแซ็กซ่อนไปได้... ภายหลังได้กลายเป็นตำนานอัศวินผู้เที่ยงธรรม เป็นตำนานไป...

                     

และผมนึกถึงหนังเรื่อง Lawrence of Arabia .. ที่เล่าเรื่องราวจริงของผู้พันลอว์เรนซ์ ท่านรักอาหรับและชาวอาหรับ.. ท่านอยู่เบื้องหลังกษัตริย์ไฟซาล ที่แต่เดิมเป็นชนเผ่าในอารเบีย ท่านช่วยวางกลยุทธ์จนกษัตร์ิย์ไฟซาลสามารถเอาชนะเหลี่ยมคมของนักล่าอาณานิคม จนทำให้ซาอุดิอารเบียและประเทศในอาหรับหลายประเทศได้เอกราช..


จุดร่วมของทั้งสามเรื่องราวนี้คือ.. ถ้าคุณเลือกคนที่มาเป็น Key Partner ได้ดี คุณจะไปไกลมากๆ.. พระนาคเสนเปลี่ยนอาณาจักรหนึ่งในหกของยุคเฮเลนิสติก ที่กรีกจ๋ามากๆ มากเป็นอาณาจักรชาวพุทธ (พระพุทธรูปบามิยันก็สร้างขึ้นในยุคนี้) พ่อมดเมอร์ลินทำให้อังกฤษได้กษัตริย์อาเธอร์ ซาอุดิอาระเบียได้ผู้พันลอว์เลนซ์... เปลี่ยนทุกอย่าง (เรื่องนี้เก่าหน่อยครับ มีวนมาฉายบ้างนานๆครั้ง)

                                 

ถ้าวันนี้ชีิวิตเรายังไม่มี Key Partner ที่เก่งและดีนะครับ ซึ่งบางครั้งเราเรียกว่า "กัลยาณมิตร" ครับ..เราจะเปลี่ยนอะไรมันก็ยาก..แต่ถ้ามีนี่มันคือการสร้างยุคสมัยใหม่ได้เลย.. โดยแทบไม่ต้องใช้ความรุนแรงใดๆครับ.. เปลี่ยนเนียนไปเลย.. ทำให้ผมนึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆ ไม่ว่าจะการเมือง หรืออะไรก็ตามไม่ว่าที่ไหนในโลก ถ้ายังรุนแรงอยู่คุณอาจต้องหันมาทบทวนครับว่า Key Partner ของคุณมีปัญญาและความดีสูงส่งพอยัง ถ้ามีพอคนเดียวเอาอยู่ครับ..ไม่งั้นตรงข้ามครับอย่างที่เห็นๆกัน 


และถ้าคุณดูให้ลึกอีกการที่คุณจะได้คนมีปัญญามาเป็นพันมิตรนั้น ไม่ใช่จะทำอะไรไก่กาก็ได้นะครับ..พระอรหันต์ได้พระนาคเสน อันนี้ไม่ต้องถาม ท่านสุดๆอยู่แล้ว.. พ่อมดเมอร์ลินก็สุดยอด.. อาเธอร์ทั้งเก่งทั้นมีคุณธรรม.. สุดท้ายกษัตริย์ไฟซาลนี่ท่านก็มีดีของท่าน.. คนเก่งและดี ที่เรียกว่าคนมีปัญญา จะอยากทำงานอยากช่วยคนมีปัญญาเช่นกันครับ.. เพราะฉะนั้นนี่ก็เป็นอีกบทเรียน ที่ถ้าเราอยากไปไกล เราต้องหมั่นขัดเกลาตนเอง..เราจะได้มีโอกาสพบกับ และทำงานร่วมกันคนดีมีปัญญาเองครับ 


เอาเป็นว่าถ้าคุณเหนื่อย ยังสร้างความแตกต่างอะไรมากไม่ได้ ทำงานไม่ค่อยได้ผล คนไม่ค่อยเป็นสุข.. เป็นไปได้ครับคุณอาจขาด Key Partner หรือกัลยาณมิตร ลองทบทวน คิดใหม่ทำใหม่ครับ.. 

คำถามของวันนี้และตลอดไปก็คือ...

"ใครคือ Key Partner ของคุณ"


วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูกันเอาเองนะครับ

 

Reference:

http://www.taradplaza.com/product/5016397

http://www.weloveshopping.com/shop/showproduct.php?pid=20667268&shopid=147413

http://en.wikipedia.org/wiki/Business_Model_Canvas

 

http://www.fanpop.com/clubs/king-arthur/images/1969863/title/king-arthur-wallpaper

 

http://popclassicsjg.blogspot.com/2009/08/lawrence-of-arabia.html

 

 

 

 

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Appreciative Inquiry



ความเห็น (3)

เขียนเมื่อ 

ขอบคุณค่ะ

Kittirot.p
IP: xxx.11.19.64
เขียนเมื่อ 

แล้วเซลแมนหล่ะครับทำประโยชน์ได้อย่างไร มีใครเป็นตัวอย่างบ้างครับ

ในมุมมองผมผมมองว่า มหาตมะคานธี มีคำพูดที่ทรงพลังมากๆ จนกลายเป็นแนวทางในการต่อสู้แบบอหิงสาครับ ท่านตกอยู่ในกลุ่ม Salesman