ยอดทอง            “บ่าวแก้วเรา น่าจะโร่ใจกันมั่ง อยู่กันมานาน ฮา เชิญ เชิญบ่าวเมือง บังสะหม้อ

            (เข้าโรง ออกรูปตาพันแสงกับยายศรี นั่งปรารภกันอยู่เรื่องแขไขยังไม่กลับตอนค่ำแล้ว)

ตาพันแสง         “ยามหมุ๊งหมิ๊งหริ่งเรไรลองในร้อง

                                    ตานั่งข้องแขไขไปไหนหวา

                                                ตั้งแต่เช้าคงเที่ยวซนจนสนธยา

                                                            ไม่กลับมาเคหังตานั่งข้องใจ

ยายศรี               “หรือวิวาทบาดหมางต่างหมู่บ้าน

                                    หรือพวกพาลฉุดคร่าน่าสงสัย

                                                ไปเถิดตาพาลูกบ้านให้ตามไป

                                                            ช้าอยู่ไยตามหายามเวลาวิกาล

ตาพันแสง         “ตาบอกยายไม่ต้องห่วงหากมีเหตุ

                                    ลูกสาวเรามีฤทธิ์เดชมหาสาร

                                                ชันษาชะตานางเยาวมาล

                                                            จะเป็นมือปราบพาลในพารา

(แขไข, ศรีไพรพร้อมด้วยโยธาตามเข้ามา)

                        จุดตะเกียงดวงใหญ่ไฟสว่าง

                                    แขไขนางพาชายหนุ่มเข้ามาหา

                                                ศรีไพรยกมือไหว้ยายกันตา

                                                            ตาไต่ถามความเป็นมาประการใด

                        แขไขสาวเล่าความไปตามเหตุ      

                                    ในประเทศให้ตาได้หายสงสัย

                                                ตากับยายหายเคลือบแคลงด้วยแจ้งใจ

                                                            ให้ทรามวัยจัดข้าวปลามาเลี้ยงกัน

                        หลังอาหารท่านตาปรึกษาเรื่อง

                                    ต้องเข้าเมืองทูลท้าวไทยมไหศวรรย์

                                                พรุ่งนี้เช้าเจ้าแขไขศรีไพรกัน

                                                            จงรายงานกราบทูลมูลคดี

ตาพันแสง         “เจ้าแขไขพรุ่งนี้จงพาเจ้าศรีไพร ไปกราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ทรงทราบโดยด่วนเพราะการที่พวกยักษ์หนีไปนั้น อาจยกทัพมาตีเมืองหลวง เจ้าทั้งสองจะได้อยู่ช่วยป้องกันเมือง

 

29

 

           

            ดีแล้วที่เจ้าสาบานเป็นพี่น้องกัน ตายายจะได้ลูกเพิ่มอีกคน เจ้าศรีไพรไม่ต้องไปแสวงหาโชคที่ไหนอีกแล้ว ตาเชื่อมั่นว่า เจ้าทั้งสองจะได้รับการโปรดปราน คงจะโปรดเกล้าให้รับราชการ อยู่ในเมืองหลวง จะทรงเห็นในคุณความดีและความเก่งกล้าสามารถของเจ้า”

ศรีไพร   “ความตั้งใจของกระผมนั้น อยากหางานทำเพื่อสร้างสมประสบการณ์ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตในวันข้างหน้า ไม่ประสงค์จะรับราชการ อยากอยู่อิสระแต่ถ้าบ้านเมืองคับขันกระผมก็จะดูดายไม่ได้ ดวงแก้ววิเศษที่พระอินทร์มอบให้ ก็ใช้ป้องกันตัวและช่วยเหลือผู้บริสุทธิ์ จะใช้ทำร้ายผู้อื่นมิได้ ต้องอยู่ในศีลในธรรมไม่เหมาะสมกับตำแหน่งทางราชการที่ต้องปราบผู้ร้ายทำลายข้าศึก”

ตาพันแสง         “ที่เจ้าศรีไพรพูดก็ถูกแล้ว แต่การรับราชการ การปกป้องประเทศชาติก็ไม่จำเป็นต้องทำผิดศีลธรรมแต่อย่างใด อีกอย่างหนึ่งถ้าเป็นพระประสงค์ของพระเจ้าแผ่นดิน ก็ควรจะรับสนองพระบรมราชโองการ เราเกิดในแผ่นดินนี้  ก็ควรทำคุณประโยชน์ให้กับแผ่นดินเกิด ป้องกันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักของเรา เช่นตายายและครอบครัวพรรคพวกชาวรามัญหลายคนไม่ได้เกิดที่นี่ แต่พวกเรารู้สึกซาบซึ้งในบุญคุณแผ่นดินนี้ ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์สมเด็จพระเจ้าอาทิตย์ธิราชที่ให้ความคุ้มครองให้พวกเราชาวรามัญที่หนีภัยมาพึ่ง พระบรมโพธิสมภาร พวกพม่าไม่กล้าติดตามเข้ามาทำร้ายพวกเรา ตาได้อบรมลูกหลานและพวกเราทั้งหลายให้ความจงรักภักดีต่อสมเด็จเจ้าอาทิตย์ธิราชตลอดจนพระราชวงศ์ โดยตั้งสัจจาสาบานว่าจะปกป้องแผ่นดินแห่งประเทศสายามนี้จนสุดชีวิต

ศรีไพร   “ตาพันแสงแถลงจนแจ้งจิต

                        ศรีไพรคิดซาบซึ้งถึงเหตุผล

                                    เกิดเป็นไทยใจประเสริฐให้เลิศคน

                                                ต้องผจนหมู่พาลผลาญชาติตัว

            เกิดเป็นไทยต้องมีใจไม่เป็นทาส

                        ไม่เขลาขลาดคู้คุดเที่ยวมุดหัว

                                    พรุ่งนี้เช้าเข้าไปถวายตัว

                                                ปราบคนชั่วเสียให้สิ้นแผ่นดินไทย

            สนทนาปรึกษาเวลาดึก

                        เมื่อรู้สึกง่วงงับอยากหลับใหล

           

 

 

30

 

 

จึงเข้านอนผ่อนพักทั้งไพร่นาย

                                                ตั้งเอาไว้หมู่บ้านจันทคาม             (เชิด)

                                    เอ่ย ... แม่เห่ย ... ตั้งเอาไว้            หมู่บ้าน  เอ่ย      จันทคาม

(กล่าวบรรยาย)   สถานที่วัดสายธารธรรมอยู่พร้อมหน้าพระที่นั่งของสมเด็จพระเจ้าอาทิตย์ธิราช

                        พระนางมาศวิมล เบื้องหน้าพระพักตร มีพระฤาษีธรรมโคตร พระภิกษุยศไกร

            พระเจ้าเชษฐชัยและวิลัยวรรณ์ พร้อมด้วยเสนาอำมาตย์ที่ตามเสด็จมา นายเท่ง, นายหนูนุ้ย, นายพูน เข้าเฝ้าอยู่พร้อมเพรียงกัน .

พระเจ้าอาทิตย์ธิราช        “องค์มหาบพิตรอาทิตย์ธิราช

                                                ตรัสประภาษทรงถามความฤาษี

                                                            พระคุณเจ้าอยู่วัดป่าพนาลี

                                                                        คงจะมีเวทนาบ้างหรืออย่างไร

                                    บิณฑบาตขาดเหลือใครเจือจุน

                                                คนทำบุญมากน้อยสักแค่ไหน

                                                            ของขบฉันภัตตาหารทุกวันไป

                                                                        ขอถวายปวารณาแก่พระมุนี

                                    หากเดือดร้อนช้อนขัดจะจัดถวาย

                                                ให้ท่านได้ แจ้งไปสู่ บุรีศรี

                                                            การมาเยี่ยมอาจารย์กาลครั้งนี้

                                                                        ธุระมีท่านจงช่วยด้วยสักคราว

                                    ด้วยภิกษุไอรสยศไกร

                                                เสียงลือไปถึงวังดังเป็นข่าว

                                                            อยู่ในเพศพรหมจรรย์อันยืดยาว

                                                                        ไม่เข้าวังนั่งครองเวียงสุวรรณ์

                                    ประชาชนคนทั่วทั้งประเทศ

                                                รอทรงเดชลาสิขขามาสร้างสรรค์

                                                            ด้วยบพิตรบิดาชราครัน

                                                                        มาเป็นขวัญให้พลังยังมวลชน

                                    ท่านฤาษีช่วยชี้ทางกระจ่างแจ้ง

                                                ช่วยชี้แจงด้วยเถิดให้เกิดผล

                                                                       

31

 

                      

เพื่อเห็นแก่ไพร่ฟ้าประชาชน

                                                            ขอนิมนตร์พระยศไกรไปครองวัง

                        ได้ปรึกษาราชการผ่านมนตรี

                                    จัดให้มีราชโองการประทานสั่ง

                                                ให้เจ้าฟ้าลาสึกกลับไปวัง

                                                            ตามรับสั่งขององค์พระราชา

                        มอบสมบัติราชฐานการครองรัฐ

                                    บำรุงราษฎร์ฟื้นฟูพระศาสนา

                                                ตัวของฉันนั้นชแรแก่ชรา

                                                            คอยเป็นที่ปรึกษาราชการ

พระฤาษี            พระฤาษีฟังท้าวเจ้านิเวศน์

                                    จึงบอกเหตุทูลตอบตามบรรหาร

                                                ก่อนสร้างวัดก็อยู่ป่ามาช้านาน

                                                            ก็สอบผ่านไม่รู้สึกเวทนา

                        ถวายพระพรองค์มหาราชบพิตร

                                    จงสถิตพระเจริญนานพรรษา

                                                เป็นมิ่งขวัญแก่มวลชนชาวประชา

                                                            เป็นสง่าแก่ประเทศเขตปกครอง

                        การปวารณาเป็นคุณค่าแก่อาราม

                                    สาธุตามหฤทัยรับสนอง

                                                หากข้องขัดขาดของค่อยขอร้อง

                                                            จะสนองบาทเบื้องพระยุคล

                        อันธุระพระมหาราชสมภารเจ้า

                                    จนด้วยเกล้าอาตมาหาเหตุผล      

                                                ถึงเป็นราชโองการท้าวเจ้ามณฑล

                                                            ผู้หวังผลนิพานสุดต้านเธอ

                        เคยปรึกษาหารือกับพระยศไกร

 

 

 

32

 

 

                                    แต่ทรงชัยปฎิเสธมาเสมอ

                                                เหมือนทรงฤทธิ์อิศราได้มาเจอ

                                                            ขอท้าวเธอยกโทษโปรดอภัย

พระภิกษุยศไกร              ยศไกรผู้เป็นสงฆ์ทูลทรงเดช

                                                ขอถือเพศพรหมจรรย์ไม่หวั่นไหว

                                                            ถวายกุศลผลได้ให้ทรงชัย

                                                                        ให้สุกใสทั้งสององค์ทรงสำราญ

                                    วิไลทิพย์ราชสุดาเธอสามารถ

                                                เธอเก่งกาจปราดเปรื่องเรื่องประสาน

                                                            ให้เธอได้สำเร็จราชการ

                                                                        ให้ประสานบำรุงสุขไปทุกเมือง

                                    ทั้งเชษฐชัย, วิลัยวรรณ์นั้นแรงหนุน

                                                เสริมใบบุญทรงชัยให้ใหญ่เขื่อง

                                                            สุวรรณภูมิยิ่งใหญ่ไทยรุ่งเรือง

                                                                        ขอบาทเบื้องพระบิดดรอย่าร้อนพระทัย

                        ขออภัยต่อชนกและชนนี

                                    ให้ลูกนี้อยู่ในธรรมนำศีลใส

                                                เอาหลักธรรมคำสอนสอนทั่วไทย

                                                            ลูกหวังไปถึงขั้นวันนิพาน

พระเจ้าอาทิตย์ธิราช        “นี่หมายความว่า พระยศไกรไม่ยอมลาสิขาบทออกไปรับราชสมบัติจริงๆรึ ทั้งที่ได้รับการโปรดเกล้าให้เป็นกษัตริย์ ฉันก็แก่ชราภาพมากแล้วและก็มีลูกชายคนเดียว จะให้ทำอย่างไรดี มีข่าวเล่าลือไปทั่วนาๆประเทศ ว่าเจ้าชายยศไกรออกบวชไม่ยอมสึกออกมาครองราชย์ ทำให้หลายหัวเมืองต่างวิพากย์วิจารย์กันไปในทำนองที่ว่า ประเทศเราอ่อนแอ เกรงว่าหัวเมืองต่างๆ จะแข็งข้อต่อเรา ต่างชาติจะแทรกแซงรุกราน ประเทศชาติจะดำรงอยู่ได้อย่างไร พระศาสนาจะมิสลายไปด้วยรึ พระอาจารย์ท่านฤาษีไม่มีความเห็นบ้างหรือไม่อย่างไร”

พระฤาษี            “อาตมาก็คิดเหมือนกัน แต่การจะบังคับให้พระสึกไม่ได้เป็นบาป ไม่ว่าอาตมาหรือมหาบพิตรเองก็ไม่สามารถบังคับพระให้สึกได้ถ้าไม่มีความผิด

 

 

 

33

 

 

อาตมาเคยสอนเองว่า ให้ลดให้ละให้เลิก ไม่ยึดมั่นถือมั่น ไม่โลภไม่โกรธ ไม่หลง ไม่คิดในลาภยศ สรรเสริญ ไม่เกี่ยวข้องเรื่องทรัพย์สินสมบัติ ให้ปฎิบัติดี ปฎิบัติชอบ ให้ยึดถือเอาพระรัตนตรัยเป็นสาระเป็นที่พึ่งตั้งใจแน่วแน่อยู่ในพรหมจรรย์ แล้วให้อาตมามาใช้ให้พระสึกไปครองเมืองมียศฐาบรรดาศักดิ์ อาตมาทำไม่ได้ ผิดวินัยสงฆ์ มหาบพิตรไม่ต้องกลัวว่าบ้านเมืองจะล่มจม ถ้าประชาชนมีคุณธรรม มีความสามัคคี บ้านเมืองจะมั่นคงมีความเจริญก้าวหน้า พระยศไกรช่วยได้มากในเรื่องนี้ ขอถวายพระพร

พระนางมาศวิมล            “ หม่อมฉันเห็นด้วยกับท่านฤาษี เพค่ะ เสด็จพี่ พระองค์และหม่อมฉันพร้อมด้วยทุกคนในที่นี้มาพร้อมใจกัน แสดงความยินดีอนุโมทนาสาธุในการบำเพ็ญเพียรเพื่อแสวงหาโมกขธรรมของพระโอรสกันเถิด อย่างไรเสียบ้านเมืองของเรา ก็จะเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางแห่งพระพุทธศาสนา หัวเมืองต่างๆจะช่วยกันปกป้องเรา และส่งบุตรหลานมาศึกษาธรรมะ และมาศึกษารูปแบบการจัดการปกครองของประเทศเรา เพราะประเทศของเราเอาธรรมะนำในการปกครอง”

พระเจ้าอาทิตย์ธิราช        “นี่พระนางเห็นดีเห็นงามไปด้วยรึนี่ ธุระพี่มาเป็นอันต้องยกเลิกไป ก็ดีเหมือนกัน ถือว่ามาทำบุญฟังเทศ เอาปัจจัยติดกัณฐ์เทศบ้างสิ จะได้ตรวจน้ำคว่ำขัน จะได้กลับเสียที ไหนๆก็ต้องกลับมือเปล่าแล้วนี่”

พระฤาษี            “เรื่องปัจจัย พระวัดนี้เห็นเป็นเรื่องไม่จำเป็น เรื่องเล็กๆ จะติดมั่งก็ไม่ขัดสัทธา วัดสายธารธรรมเน้นคุณภาพจิตใจ มาวัดนี้ไม่พักพามาไหร่มาก็ได้ ให้มาโดยความสัทธา มาอบรมคุณธรรม รับเอาธรรมะไปปฎิบัติ นั้นเป็นจุดประสงค์หลักของอาตมาของพระวัดนี้ นี้ก็เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวง ที่ทรงเสด็จมาเยี่ยมพระองค์ไม่ได้กลับมือเปล่า พระองค์ได้ข้อคิด ได้ธรรมะกลับไป ได้รูปแบบการปกครองที่ทันสมัยขึ้นจากพระภิกษุยศไกรราชโอรสได้ทรงถวายคำแนะนำ ประเทศของพระองค์จะเป็นศูนย์กลาง เป็นแบบอย่างการปกครองรูปแบบใหม่คือ ปกครองโดยธรรม “

พระเจ้าอาทิตย์ธิราช        “พระอาจารย์ว่าอย่างไรก็ว่าตามกัน ไม่มีทางเลือกแล้วนี่ จะยกฐานะวัดให้เป็นพระอารามหลวง แล้วปลูกสร้างอาคาร สำหรับเป็นที่ศึกษาพระธรรม ของพระสงฆ์และคฤหัสถ์ ให้เป็นศูนย์กลางการศึกษาพุทธศาสนาแห่งสุวรรณภูมิ

พระฤาษี            “ เป็นพระมหากรุณาธิคุณอันยิ่งใหญ่ ไม่มีบุญกุศลอันใดจะยิ่งใหญ่เท่ากับการให้ธรรมเป็นทานและการส่งเสริมอุปถัมภ์ให้คนได้เรียนรู้ธรรมะขอถวายพระพร จงพระเจริญ”

 

 

 

34

 

นายเท่ง            “ว่าพรื่อ อ้ายหนูนุ้ย ฮา ฤาษีเราปัญญา ฉลาด นี้โบราณว่าปากเป็นเอก เลขเป็นโท ได้พระอารามหลวง ฮา ต่อไป ฮา เค้านี้เอิดจังหูเล่า ฮา ค่อยแล อ้ายหนูนุ้ย”

หนูนุ้ย               “พอทีเท่งเหอ กูว่าดีแล้วนิ หมึงแหลงให้ฤาษีเสียหายโหยะ วันก่อนหมึงว่าฤาษีไม่ดีไหร ลองว่าไม่ดีไหรมั่ง อิได้ยกฐานะเป็นอารามหลวงเหอ เจ้าฟ้าก็มาบวชมาเป็นลูกศิษย์กูว่าแกดี ฤาษีมีดีของแกเอง นิเท่ง”

นายเท่ง             “ว่า เฮ ดีเพื่อนเขาเพนิ ไม่ใช่ดีเอง ดีรูสอโน้ ฮา รูสอมีดี ฮ่า ฮา”

พระฤาษี            “หยุด หยุดทีนายเท่ง ไม่เค้า ก็ใคๆก็ได้ถ้าเอามาใช้ ทำไมนายเท่งไม่เอาไปใช้มั้งละ ความดีเขาไม่ขาย เขาให้เปล่าๆ เอาต๊ะนายเท่ง เอาดีไปใช้ แหลงไม่เค้า”

หนูนุ้ย               “จริงเท่งเหอ จริง กูเห็นแล้ว กูเห็นที่รถตุ๊กๆเขาเขียนไว้ “ความดีไม่มีขาย อยากได้ทำเอาเอง “ แต่ว่าโถกทำเอาเองเท่งเหอ ทำเอามั่งต๊ะเท่ง”

นายเท่ง             “ไหนว่าให้เปล่าๆ ขี้หกทั้งเพ คร้านกู กูคร้านทำ กูไม่เอา”

                        สนทนาธรรมะวาระกาล

                                    ราชสมภารกับมหาตาฤาษี

                                                พร้อมสมเด็จมหาราชินี

                                                            เวลาดีฉันเพลประเคนกัน

                        สั่งโยธีทหารบริวาร

                                    ช่วยจัดการทั่วครบของขบฉัน

                                                พระฉันเสร็จโมทนายะถาพลัน

                                                            พระราชันทรงกรวดน้ำเสร็จพิธี

                        เตรียมเสด็จพร้อมพหลพลโยธา

                                    กลับพาราลาอาจารย์ท่านฤาษี

                                                ได้เวลายกพหลพลโยธี

                                                            ตัดว่าถึงธานีเวียงสุวรรณ์

                        เชษฐชัย, วิลัยวรรณ์นั้นมาด้วย

                                    ตามมาช่วยระวังภัยในเขตุขัณฑ์

                                                ตามคำเชิญยศไกรมาป้องกัน

                                                            พักอีกวันค่อยขึ้นเฝ้าเจ้าเวียงชัย

                        (เชิด)    ถอดรูปไว้

 

 

 

35

 

 

(ขึ้นฉากใหม่บรรยายเป็นกลอน)

                        พอรุ่งแจ้งแสงทองสาดส่องหล้า

                                    ปวงประชาแช่มชื่นตื่นไสว

                                                เสียงเรียกขานวานช่วยกิจภายใน

                                                            เดินฝักไขว่ในเมืองเรื่องการงาน

                        ทั้งงานราษฎร์งานรัฐไม่ขัดข้อง

                                    เสียงเรียกร้องประจำทำประสาน

                                                มีหัวหน้ามาดูผู้สั่งการ

                                                            อีกไม่นานตีแปดตรงลงเวลา

                        ท้องพระโรงโถงที่ทรงประทับ

                                    ที่ทรงรับรองอำมาตย์มาเฝ้าหา

                                                ตำรวจวังสั่งกวดการตรวจตรา

                                                            ทุกเวลากวดขันดูอยู่พร้อมสรรพ์

                        มีห้องหับสำหรับพักผู้รอเฝ้า

                                    ทั้งต่างด้าวทั้งเมืองออกนอกเขตุขันฑ์

                                                ลูกพระยาชัยบุรีมีด้วยกัน

                                                            วิลัย