นานมากแล้วที่ไม่ได้ไปไหนหลังจากที่ตัดสินใจเรียนหนังสือ  หาความรู้  เพื่อพัฒนาตนเอง  และก้าวข้ามความคิดแบบเบื๊อก ๆ ของตัวเองมาได้  ผ่านค่านิยมหรือกรอบความคิดแบบครูที่ไม่ได้ต้องการเรียนไปเพื่อนำปริญญานั้นมาสอบเลื่อนเตำแหน่งป็นผู้บริหาร  เพราะฉันรู้ได้ว่าฉันอยากเป็นเพียง "ครู"  ผู้สอน  แต่ต้องเป็นผู้สอนที่รอบรู้และรู้รอบ  เพราะฉะนั้น "ความสุข"  จึงเกิดขึ้นได้ทุกครั้งเวลาเป็นผู้สอนและเวลาที่ต้องเปลี่ยนบทบาทตนเองไปเป็นผู้เรียน  เพราะฉันได้เลือกเรียนในสิ่งที่ฉันอยากเรียน  ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ที่จะทำหน้าที่ทั้งสองอย่างให้ดีได้เท่า ๆ กัน  ใน ๗ วัน  ที่มีชีวิตแบบมาราธอนมาตลอด ๑ ปี ที่เรียนหนังสือ  ได้เข้าใจถึงความรู้สึกความยากลำบากของพ่อกับแม่ที่เลี้ยงดูเราให้การศึกษาเรามา  ได้รู้คุณค่าของการอดออม  และการวางแผนการใช้ชีวิตที่ตัวเราเองต้องการ  ได้เข้าใจความรู้สึกเหนื่อยล้าที่ไม่อยากทำอะไร  แม้แต่กินข้าว  ขนม  ของโปรดทั้งหลายที่แม่ทำไว้รอท่าเวลากลับบ้าน  รู้สึกแต่เพียงว่าอยากล้มตัวลงนอนทุก ๆ ครั้งเวลาเห็นที่นอนอยู่ตรงหน้า  แต่ไม่เคยรู้สึกย่นย่อเวลาที่กลับไปทำหน้าที่ของลูกเลยสักครั้ง  แม้จะรู้สึกว่ากายหยาบชักจะเสื่อมสลายคล้าย ๆ สนิมหรือน็อตที่กำลังคลายเกลียวและค่อย ๆ หลุดออกจากตัวของมันเอง

 

          เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเพียง ๑ ปี  ดูท่าการใช้ชีวิตกลับมาช้าลงอีกหน่อย  เหมือนประหนึ่งผ่านสัปดาห์นรกของหน่วย SEAL ก็ไม่ปาน  เงินที่เก็บหอมรอมริบไว้จึงได้นำมาใช้บางส่วนเพื่อเป็นรางวัลให้กับตัวเองบ้าง  และทำให้ชีวิตได้ออกไปพบบางใครที่เราไม่รู้จัก  ได้เข้าใจและเรียนรู้ในระหว่างทางของชีวิต.....ของกันและกัน  จึงได้ออกเดินทางไปเตะโลกร่วมกันกับเพื่อน ๆ ซึ่งเป็นน้อง ๆ ที่เรียนด้วยกัน  ทำให้เราได้เรียนรู้และเห็นคุณค่า....ในระหว่างทางของกันและกัน  ไม่ง่ายนักที่เราจะได้ไปไหนต่อไหนด้วยกันอีก  แต่ก็ไม่ยากเกินไปที่จะทำให้เรากลับมาพบกันอีก

(@^_________________^@)