"เรารู้แต่ว่าเราได้ให้ความรู้ แต่เราไม่เคยได้ประเมินความรู้เลยว่า ญาติผู้ป่วย Mild Head Injury นั้นเป็นอย่างไร"
นี่คือ คำบอกเล่าของพัทและพี่อ้อย ที่มาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในห้อง R2R room
เมื่อหลายเดือนก่อน ข้าพเจ้าได้มีโอกาสร่วมงานวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาผลการใช้แนวทางปฏิบัติในการดูแลผู้ป่วยที่ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะ ณ ห้องอุบัติเหตุฉุกเฉิน และประเด็นที่พัทและพี่อ้อยมาต่อยอดเล่าสู่กันฟังนี้ ข้าพเจ้ามองว่าทำให้เกิดความสมบูรณ์ในการทำงานมากขึ้น เป็นการเก็บรายละเอียดมากขึ้นในทุกขั้นตอนการทำงาน
ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของการตระหนักรู้

"เราให้ความรู้ ญาติบางคนก็เข้าใจ แต่บางคนก็ดูเหมือนจะไม่เข้าใจ และเมื่อเขากลับไปอยู่บ้าน เราไม่รู้ว่าเขาดูแลกันได้ตามที่เราสอนหรือแนะนำหรือไม่ ... "
ทำไมจึงคิดตัดสินใจเลือกศึกษาเรื่องนี้ เพราะดูเหมือนว่าที่หน้างาน ER มีเรื่องราวน่าทำมากมาย
พัทเล่าต่อไปว่า "มันมีอุบัติการณ์ที่ผู้ป่วย Re-Visit ในอาการ Coma และมี Dead ซึ่งเราประเมินดูว่าหากญาติมีความรู้ความเข้าใจน่าจะประเมินและดูแล พร้อมนำส่งโรงพยาบาลได้ทัน ผู้ป่วยอาจไม่ถึงตาย..."
"ในเบื้องต้น...อยากทราบว่า ในขั้นแรกของการที่เราให้การช่วยเหลือไปนั้น การได้รับความรู้ของญาติหรือผู้ดูแลนั้น แท้ที่จริงเขาเข้าใจจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเราได้เพียงแค่ประเมินว่าเราได้ทำ แต่...สิ่งที่ทำไปนั้นมีคุณภาพหรือไม่"

จากนั้นพี่อ้อย ก็เอาแบบเก็บข้อมูลมาให้ดู
สะท้อนให้เห็นว่า คนทำงานมีข้อมูลอยู่อย่างมาก เพียงแต่ว่าอาจจะขาดตัวช่วยในการช่วยจัดการกับข้อมูลที่ทำอยู่ในงานประจำนั้นของตนเอง
ข้าพเจ้านั้นทำหน้าที่เพียงฟัง สะท้อนและทำความเข้าใจ
พัทและพี่อ้อย ... เล่าถึงแรงบันดาลใจ แนวคิด และวิธีการที่ตนเองได้มาศึกษา
กำลังใจนี้...ทางพี่เลี้ยง R2R มอบให้อย่างเต็มเปี่ยม

จากที่มาที่ไป ... ที่ทาง R2R-ER เล่า...นำมาสู่คำถามการวิจัยได้ว่า...
"การประเมินการได้รับความรู้ของ care giver ในผู้ป่วย mild HI ที่ได้ D/C ส่งผลต่อการลด Re-visit, และลดอัตราการตายเป็นอย่างไร"
ซึ่งในการศึกษาครั้งนี้ศึกษาเฉพาะกลุ่มผู้ป่วย Head Injury ในระดับ Mild เท่านั้น

และเมื่อนำมาวิเคราะห์สังเคราะห์ออกมาเป็นโมเดล ที่สะท้อนถึงความเกี่ยวข้องในมิติของ HA
ที่เป็นเรื่องของความปลอดภัย (Patient Safety) และเรื่องความเสี่ยง (Risk Management)
และข้าพเจ้าได้ใช้กรอบของ LEAN มาวิเคราะห์กระบวนการทำงานของ ER พบว่าจุดที่น่าจะเกิด wast หรือความสูญเปล่าที่เป็นเรื่อง Defect Rework ความซ้ำซ้อนหรือข้อบกพร่องที่ต้องแก้ไขนั้น มีอยู่สามจุด คือ
ในขั้นตอนการให้ความรู้
และขณะกลับไปอยู่บ้าน การใช้ความรู้ที่ได้รับนั้นสะท้อนถึงความรู้ความเข้าใจจริงหรือไม่
เพราะสิ่งสำคัญที่อาจเป็นความเสี่ยงเกิดขึ้นได้ คือ ความรู้ในการสังเกตอาการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้ป่วย หากไม่ได้สังเกตหรือประเมินได้ไม่ถูกต้อง ผู้ป่วยอาจไม่ปลอดภัย มีภาวะแทรกซ้อน และต้องกลับมารักษาซ้ำ หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

จากโมเดลการสังเคราะห์ปรากฏการณ์หน้างานดังกล่าว
นำมาสู่การสร้างเป็นภาพกรอบแนวคิดในการวิจัยได้ดังภาพ และในการศึกษาครั้งนี้ดำเนินไปภายใต้ฐานแนวคิดในเรื่อง Head Injury และเร่ือง LEAN
ซึ่งที่สุดของการศึกษาครั้งนี้นำไปสู่การเกิดคุณภาพที่ได้จากการพัฒนา และความปลอดภัยเกิดขึ้นกับผู้ป่วย

หลายๆ ครั้งที่ได้คุยกัน...
ข้าพเจ้าได้เห็นพลังในการสร้างสรรค์ที่จะพัฒนางาน ที่จะแก้ไขจุดบกพร่องในการทำงานของบุคลากร ER ทั้งในพี่อ้อยและพัทอย่างมาก
สำหรับข้าพเจ้าแล้วมองว่านี่เป็นพลังแห่งศักยภาพที่ซ่อนเร้นไว้ ไม่ค่อยจะได้ถูกนำมาเปิดเผย
เป็นพลังด้านบวก ... เป็นพลังแห่งความสร้างสรรค์
สะท้อนว่า "นี่คือ การทำงานไป คิดไป สงสัยไป และแสวงหาคำตอบ"
...
๑ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๕๖

เชียร์ครับ