วิพากษ์บทวิพากษ์ของผู้ใหญ่ในสยาม (1) ศ.ดร.นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์

อ.ต๋อย
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

อ่านบทความเรื่อง "มาร์กซิสต์ที่ไม่มีชนชั้น" ที่เขียนโดย ศาสตราจารย์ ดร. นิธิ เอี่ยวศรีวงศ์ ซึ่งแนะนำโดย ศาสตราจารย์ นพ.วิจารณ์ พานิช แล้ว มีความรู้สึกว่าต้อง ชวนทุกท่านมาวิพากษ์บทวิพากษ์นี้ที่มีต่อ ศาสตราจารย์ นพ.ประเวศ วะสี (ที่นี่ครับ)
ท่านสามารถอ่านข้อเสนอการปฏิรูปการเมืองที่เสนอโดยหมอประเวศ ได้ที่นี่ครับ ผมคิดว่านี่เป็นแนวคิดล่าสุดที่ ศ.ดร.นิธิ นำมาวิพากษ์ ซึ่งท่านบอกว่า ครั้งนี้ก็เหมือนเดิมกับครั้งก่อนๆ ผมจับประเด็นและตีความการวิพากษ์ของท่านได้ดังนี้ครับ

  • ท่านบอก ว่า...  แนวคิดของหมอประเวศละเลยหรือมองข้ามการมองถึงปัญหาจริงๆ ที่เกิดขึ้น ปัญหาจริงๆ ที่เกิดขึ้นตอนนี้คือ คนไทยและสังคมไทยกลายเป็น "กัมมันตะ" ไปนานแล้ว... ผมตีความว่า กัมมันตพลเมือง (active-citizen) ในความหมายของท่านคือ ทุกๆ กลุ่มของพลเมืองได้เข้ามีบทบาทในโลกสมัยใหม่นี้แล้ว โดยเฉพาะ "รากหญ้า" ที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้ง "อย่างเปิดเผยและเอาจริงเอาจัง"
  • ท่านบอกว่า... แรงประสานและแนวคิดของหมอประเวศไม่ได้ผลเป็นแน่ (ท่านใช้คำว่าแรงประสานน้อยลง) เพราะ สังคมไทยเปลี่ยนไปแล้ว.. วิธีของหมอประเวศที่จะเน้น "ความร่วมมือ" จากทุกภาคส่วนโดยวางตนเองอยู่นอกความขัดแย้ง (ท่านใช้คำว่า ไม่ปล่อยตนเองให้อยู่ในความขัดแย้ง)..ท่านบอกว่าเป็นวิธีที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง
  • ท่านบอกว่า...สมัยนี้ไม่ใช่เฉพาะใครบางคนเท่านั้นที่เห็นเก่ตน แต่ทุกๆคนในสังคมเห็นแก่ตัวพอๆ กัน และความขัดแย้งเกิดขึ้นจึงเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ ท่านสรุประหว่างย่อหน้าว่า "ความขัดแย้งและการต่อสู้ในวิถีทางต่างๆ เพื่อ "ต่อรอง" กับฝ่ายอื่น เป็นลักษณะสำคัญที่มองข้ามไม่ได้ของสังคมในรัฐสมัยใหม่"
  • ท่านมองว่า..การปฏิรูปการเมืองในแนวทางของหมอประเวศเป็นแบบ "ถอยกลับ" ซึ่งท่านบอกว่าเป็นไปไม่ได้แล้ว

ขอวิพากษ์จากปัญญาหางอึ่ง ดังนี้ครับ

  • ความเห็นต่างกันอย่างสุดขั่ว ท่านหนึ่งบอกว่าควรเน้น "ร่วมมือ" อีกท่านบอกว่าต้องจัดการ "ต่อรอง"...อาจเป็นเพราะมองต่างกัน ท่านหนึ่งมองความถูกต้องดีงามศีลธรรม ส่วนท่านหนึ่งมองที่ผลประโยชน์
  • ผมคิดว่าแนวทางของหมอประเวศ ไม่ใช่การละเลยปัญหาหรือความจริง แต่เป็นการมองไปที่เหตุของปัญหาและมุ่งแก้ปัญหาที่เหตุ ตามหลักพุทธ... เหตุของปัญหาคือการศึกษาและปัญญาของคน ท่านจึงมุ่งแก้มาที่ชุมชนและสังคมแห่งการเรียนรู้ 
  • ผมคิดว่าสังคมตอนนี้ไม่ใช่ "กัมมันตพลเมือง" ด้วยเหตุที่ กัมมันตพลเมืองน่าจะมีองค์ประกอบสำคัญคือการศึกษาที่ถูกต้อง ทำให้พลเมืองเป็นตัวของตนเอง หรือเรียกว่า "สัมมากัมมันตะ" ทำให้เกิดการประทำที่ "ชอบ" ... แต่ความขัดแย้งจากการปลุกระดม มอมเมาด้วยกิเลส และใช้เงินเป็นเครื่องมือ ไม่น่าจะเป็นการปฏิวัติตนเอง แต่เป็นกรรมที่ มีผู้กระทำนำสู่ความตกต่ำในที่สุด 
  • เหมือน ศ.ดร.นิธิ จะบอกว่า มันก็ "เป็นเช่นนั้นเอง" เหมือนยอมรับและปลงแล้วส่งคำว่า "เป็นไปตามกรรม"...แต่ความจริงกรรมเกิดจากการกระทำ ดังนั้นจะทำให้สังคมดีขึ้น ต้องทำกรรมดี ไม่ใช่ปล่อยให้คนไม่ดีมาปกครองบ้านเมือง 
  • ศ.ดร.นิธิ น่าจะใช้ฐานคิด เมื่อไหร่ที่ใช้ฐานคิด เราจะติดกับคำว่า "กรอบอ้างอิง" คำๆ นี้ต้องใช้เสมอในการคิดและการสื่อสาร แต่ ศ.นพ.ประเวศ น่าจะใช้ฐานใจ คือเน้นที่ความจริง ความดี และความงาม ที่ท่านพยายามส่งผ่านมาจากกระทำแบบเน้นหลักอริยสัจ

ท่านล่ะครับว่าไง...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มุมมองเชิงวิพากษ์ต่อการพัฒนาการเรียนรู้ในปัจจุบัน



ความเห็น (2)

ขอไปแชร์ใน Facebook ได้ไหมครับ

เขียนเมื่อ 

ยินดีครับ