“แพทย์แผนกศัลยกรรมประสาทและสมองคนหนึ่งในอเมริกาได้รายงานผลการวิจัยซึ่งชี้ให้เห็นว่า โมโนโซเดียมกลูตาเมต (MSG) หรือผงชูรส ทำให้เกิดโรคพาร์กินสัน อัลไซเมอร์ ประสาทสมองเสื่อม ฯลฯ  ผงชูรสนอกจากจะทำให้ประสาทสมองเสื่อมแล้ว ยังทำลายจอประสาทตาและไฮโปทาลามัส (Hypothalamus) สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาจึงกำหนดไม่ให้ใส่ MSG ลงในอาหารสำหรับทารก”   (Harvard Doctor’s Secrets of Health ,หน้า ๘๖)

         ผงชูรส ชื่อทางเคมีคือ โมโนโซเดียมกลูตาเมต  เป็นสารเคมีปรุงแต่งรสอาหารที่เรากินมานาน แทบไม่มีร้านอาหารที่ไม่เติมผงชูรสในอาหาร แม้เราจะบอกแม่ค้าว่า “ไม่ใส่ผงูรส” แต่เราก็ยังได้กินผงชูรสอยู่ดีเพราะมันถูกผสมในเครื่องปรุงรสอื่นๆ เช่น ซอสหอยนางรม น้ำปลา ซอสปรุงรสต่างๆ

          เราหลีกเลี่ยงผงชูรสไม่ได้ แต่เรา “กินให้น้อยลง” ได้ค่ะ  ด้วยวิธีง่ายๆ คือ

           - ทำอาหารกินเอง (เท่าที่ทำได้)  เลือกซื้อเครื่องปรุงที่ไม่มีสารโมโนโซเดียมกลูตาเมท

           - บอกแม่ค้า

           - อ่านฉลากอาหาร และ เครื่องปรุงรสทุกขวดก่อนซื้อ

 

นำความรู้ไปปฏิบัติ

          ฉันแพ้ผงชูรส  มีอาการปลายประสาทอักเสบหลังจากกินอาหารมื้อใหญ่นอกบ้าน เจ็บแปล๊บๆ ที่แก้มและหนังศีรษะ เป็นอยู่ ๒-๓ วันทีเดียว กินยาแก้ปวดก็ไม่หาย

         วันเสาร์ทำสุกี้กินเองที่บ้าน เลือกซื้อผักสุขภาพ (มั่นใจระดับหนึ่งว่าปลอดสารเคมี แต่ก็ต้องนำมาล้างอย่างพิถีพิถัน) ใส่เต้าหู้ ปลา วุ้นเส้น เป็นหลัก เพราะมีแขกสำคัญคือคุณย่ามากินอาหารด้วย  ไม่อยากทำน้ำจิ้มสุกี้เอง (กลัวไม่อร่อย) จึงไปซื้อในห้าง

          หยิบมาดูทุกยี่ห้อ เพ่งอ่านฉลากละเอียด (ตัวอักษรเล็กมากค่ะ) ทุกยี่ห้อใช้ผงชูรส

          เวลาเลือกอาหารบรรจุขวด ฉันหลีกเลี่ยงขวดพลาสติก  น้ำจิ้มสุกี้ (ในห้างที่ไปซื้อ) มี ๒ ยี่ห้อที่บรรจุขวดแก้ว

   

                     น้ำจิ้มสุกี้ยี่ห้อ พ.                                                           น้ำจิ้มสุกี้ยี้ห้อ น.

          อ่านฉลากพบว่า ใส่ผงชูรสทั้ง ๒ ยี่ห้อ 

  

           ดูวันหมดอายุ น่าสนใจว่า ยี่ห้อ พ. หมดอายุใน ๒ ปี  ส่วน ยี่ห้อ น. หมดอายุใน ๖ เดือน  (ภาพล่าง)

  

                  ยี่ห้อ พ. หมดอายุ ๒ ปี                                                ยี่ห้อ น. หมดอายุ ๖ เดือน

          เขาทำอย่างไรจึงให้เราเก็บได้นานขนาดนั้น  กลับไปดูส่วนผสมอีกครั้ง พบว่า  ยี่ห้อ พ. ระบุว่ามี “วัตถุกันเสีย”  ส่วนยี่ห้อ น. ไม่ระบุว่ามีสารเคมีกันเสีย (เชื่อเบื้องต้นว่าไม่ได้ใส่  สอดคล้องกับวันหมดอายุ)

          การตัดสินใจง่ายขึ้น คือซื้อน้ำจิ้มสุกี้ยี่ห้อ น.  (และไม่ผิดหวัง เพราะอร่อย)

 

          แต่ก่อน ฉันไม่สนใจอ่านฉลาก  หลังๆ พออ่านมากขึ้น เห็นคนไข้ป่วยเป็นโรคโน่น นี่นั่น ทุกวัน ก็เอ๊ะ  เรามีทางเลือกอยู่บ้างนี่นา  ทำไมเราไม่ใช้ความรู้ที่ได้อ่านมาประกอบการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่ส่งผลตรงๆ กับสุขภาพของเรา  การเลือกเบื้องต้นก็ง่ายๆ ๒ ข้อ ที่ทำได้ทันที คือ

  • กินอาหารที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด (ผ่านกระบวนการแปรรูปน้อยที่สุด)
  • อ่านฉลาก  เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีน้อยที่สุด

          แม้จะยังไม่ปลอดภัย ๑๐๐% ก็ดีกว่ากินไปเรื่อยๆ โดยไม่คิดอะไร.

 

พฤหัส ๒๔ ตุลาคม ๒๕๕๖