ต้นไม้ไร้รากย่อมไม่ต่างอะไรกับคนไร้วัฒนธรรม ชีวิตที่ไม่มีแก่นยึดเหนี่ยวก็เหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ สุดท้ายต้องจมทะเลด้วยความประมาท

             

                  

            ผู้เขียนติดตามข่าวกรณ๊วิชานาฏศิลป์ที่มีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตร  ทำให้ถูกวิจารณ์จนเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต โดยเฉพาะคำพูดที่ปราศจากการไตร่ตรองของดาราชื่อดังบางคนที่กระทบกระเทือนจิตใจคนฟังจนทนไม่ไหว

                "...รุ่นใหญ่ “ม้า อรนภา” ปรี๊ดแตกหลัง “ทราย เจริญปุระ” วิพากษ์วิชานาฏศิลป์ไทยล้าหลังไม่ต้องเรียนก็ได้ เจ้าตัวบอกเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า ลั่นเป็นวิชาที่ต่อยอดได้และทำให้รู้กำพืดตนเอง บอกพวกชอบของนอกก็แค่เปลือกๆ กันทั้งนั้่น พร้อมถามใครไม่พอใจในรากเหง้าของตนเองมาทนหน้าด้านอยู่ทำไม ทำไมไม่ย้ายไปประเทศอื่น"จาก http://www.manager.co.th/Entertainment/ViewNews.aspx?NewsID=9560000131112

            อ่านความคิดเห็นของพี่ม้านักแสดงรุ่นใหญ่ต้องปรบมือให้กับความคิดและความภูมิใจในวิถีไทยซึ่งเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักแสดงรุ่นหลัง  และงานนี้นางเอกสาวของเราพลาดอย่างแรงกับความคิดและคำพูดที่มั่นใจเกินร้อยจนเกินงาม....


              ผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่า  แผ่นดินสยามมั่นคงเป็นปึกแผ่นก็เพราะเรามีศิลปะ วัฒนธรรม  ชาติ  ศาสนาที่หลอมรวมคนไทยให้เป็นหนึ่งเดียว  เรื่องของวัฒนธรรมแสดงถึง
ความเจริญรุ่งเรืองเป็นเกลียวเชือกที่ร้อยรัดหัวใจคนไทยด้วยกันให้ผูกพันจากรุ่นสู่รุ่นด้วยความ
ภาคภูมิใจ

              ต้นไม้ไร้รากย่อมไม่ต่างอะไรกับคนไร้วัฒนธรรม   ชีวิตที่ไม่มีแก่นยึดเหนี่ยวก็เหมือนเรือที่ไม่มีหางเสือ  สุดท้ายต้องจมทะเลด้วยความประมาท

              ทุกวันนี้มีเด็กกลุ่มหนึ่งที่อ้างตนว่าเป็นประชาธิปไตยเป็นคนไทยหัวก้าวร้าว  กล้าพูด  กล้าคิด กล้าทำในสิ่งที่่คนปกติไม่ทำเช่น  ดูถูกเครื่องแบบนักศึกษา  เรียกร้องสิทธิเสรีภาพเรื่องทรงผม  แต่ไม่เคยศึกษาและรู้จักวิชาหน้าที่พลเมือง  อยากใช้ชีวิตเสรีโดยไม่มีวินัยในตนเอง  ดูถูกวิชานาฏศิลป์ไม่เห็นคุณค่าของศิลปะ

              อย่างไรก็ตาม ผู้เขียนยังไม่สิ้นหวังเมื่อทราบว่ายังมีเด็กไทยหัวใจอนุรักษ์กลุ่มหนึ่ง  ที่ยังคำนึงถึงรากร่วมทางวัฒนธรรม  ตระหนักถึงคุณค่ามรดกของแผ่นดินร่วมกันสืบสานด้วยปณิธานที่มั่นคง   ขอชื่นชมอนาคตของชาติเหล่านี้ที่รอวันเบ่งบาน



                                                                        ธรรมทิพย์                                                                                                 ๒๑ ตุลาคม  ๒๕๕๖