แท้จริงแล้ว ก็มีเพียง 3 ตัวเริ่มต้นเท่านั้น คือ โลภะ โทสะ และ โมหะ

การกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจากจิตที่ "ประพัสสร์ " ของทุกคน 
โดยอาศัยหลักการของ "ปฏิจจสมุปบาท" นั้น ก็เหมือนกับการทำน้ำเน่าให้สะอาดโดยวิธีการ "กรอง"

แม้จะมีสิ่งปนเปื้อนอยู่โดยรอบ "จิต" ก็ไม่เปื้อนไปด้วย 

เช่นเดียวกับโมเลกุลน้ำที่ไม่เคยมีสิ่งที่ปนเปื้อนใดๆก้ำกรายเข้าไปได้
ที่ต้องรู้ว่ามีอะไรปนเปื้อนอยู่บ้าง อาจจะแยกออกได้ง่ายๆ โดยวิธีใดบ้าง 

เพราะสิ่งปนเปื้อนบางอย่างก็เกาะแน่นกำจัดยาก บางอย่างก็กำจัดง่าย

ดังนั้น การเรียน "ปฏิจจสมุปบาท" แบบท่องจำคำพูด (ตื้นๆ)............ว่า.................

"มีสิ่งนี้ จึงมีสิ่งนี้.......ฯลฯ" โดยไม่รู้ว่า "สิ่ง" ที่ว่านั้นมีอะไรปนเปื้อนอยู่บ้าง ยาวนาน มากน้อย

ย่อมยากมากๆๆๆๆๆๆ ที่จะแยกสิ่งปนเปื้อนนั้นออกจาก "จิตประพัสสร์" เดิมๆ หรือ ที่ผม "อุปมา" ว่าเป็น "โมเลกุลน้ำที่ไม่เคยเปื้อน" ได้

เพราะของที่เปื้อนมานานๆนั้น บางท่านคิดว่า "เป็นน้ำ" หรือ "จิต" ของตัวเองไปเสียแล้ว ที่ไม่มีทางจะแยกได้ เพราะ "ยึดมั่น" ว่าสิ่งปนเปื้อนนั้นเป็น "จิตของตัวเอง"

ท่านที่คิดจะกำจัดสิ่งปนเปื้อนออกจาก "จิตที่ประพัสสร์" ของท่านเอง ต้องเริ่มจากความเข้าใจของ "สิ่งปนเปื้อน" หรือ "กิเลส" เสียก่อน

ที่ตามความจริง ก็ไม่ได้ยากอย่างที่หลายท่านคิด เพราะ.......
แท้จริงแล้ว ก็มีเพียง 3 ตัวเริ่มต้นเท่านั้น คือ โลภะ โทสะ และ โมหะ 

เพียงแต่ก็มีการประกอบกันในเชิงซ้อนขึ้นมามากพอสมควร
ทั้งระดับ ทั้งของเก่าของใหม่ ทั้งปริมาณและคุณภาพ ติดแน่นแหรือแบบหลวมๆ ที่มีวิธีการกำจัดตามลำดับ ที่แตกต่างกัน

และทั้งหมดทุกวิธีก็มาขมวดปมการกำจัด "มลพิษ" ทางจิต อยู่ที่ "สัมมาสติ" และ ใจความสำคัญ ก็คือการมีสติอยู่กับ "ปัจจุบัน" ให้มากที่สุด 

อย่าพยายามไป "ติดค้าง" อยู่กับอดีต และ "กังวล" กับอนาคตมากนัก

เพียงนำอดีตมาเป็น "บทเรียน" ให้กับปัจจุบัน 
และทำปัจจุบันให้ดี ที่โดยหลักแล้ว อนาคตก็ต้องดีแน่นอน

ทั้งหมดนี้ ผมได้มาจากการถอยหลังกลับมาอ่าน "สังคตะธรรม" พระไตรปิฎกเล่มที่ 36 จบรอบที่สาม ที่พอจะจับประเด็นได้บางส่วน พอเป็นสังเขป และแนวทางในการศึกษาธรรมะขั้นต่อไป

ขอให้ทุกท่านตั้งใจทำให้จิตตัวเองเป็น "จิตประพัสสร์" ปราศจากสิ่งเศร้าหมอง 

ดั่งโมเลกุลน้ำที่ปราศจากสิ่งปนเปื้อนครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ