บันทึกครั้งนี้ไม่ได้คิดหัวข้อเรื่องตั้งแต่เริ่มต้น เพราะมีเรื่องบอกเล่ามากกว่า 1 เรื่อง  จึงคิดว่าบอกเรื่องต่าง ๆ ที่คิดจะบอกต่อแล้วค่อยคิดชื่อเรื่อง ครับ  เริ่มต้นขอต้อนรับทุกท่านด้วยบรรยากาศยามเย็นช่วงปลายฝนต้นหนาวบริเวณบ้านจอมทอง ต.จอมทอง อ.เมืองพิษณุโลก ขณะบันทึกภาพนี้ผมเห็นแต่กลุ่มเมฆสีทึมสลับขาว  ตัดกับต้นตาลเท่านั้น  แต่เมื่อมาดูภาพ  จึงพบว่ามีนก 2 ตัวกำลังบินเป็นฉากหน้าของกลุ่มเมฆดังกล่าวด้วย เหมือนกับภาพวาดของเราทุกคนที่หัดวาดภาพธรรมชาติจะต้องวาดรูปนกคล้าย ๆ ลักษณะนี้ไว้ในภาพ

 

   วันนี้ (13 ตุลาคม 2556)  ผมเดินทางไปละแวกใกล้ๆ เขตพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก  โดยวนออกทางสี่แยกไทยแอร์โร่ เลี้ยวขวาผ่านเส้นทางไปหมู่บ้านพนาวัลย์ บ้านสระโคล่และเลี้ยวซ้ายเพื่อมุ่งไปวัดบึงกระดาน  ระหว่างทางดังกล่าวพบว่าบางช่วงละแวกบ้านบึงถัง มีการตั้งเสาไฟฟ้าแรงสูงเพื่อเตรียมรองรับการเดินสายไฟฟ้าแรงสูง น่าจะเป็นโครงการที่ใช้งบประมาณมากพอสมควร  เพราะแนวเสาทอดยาวมาและไปไกลมาก  มีเสาไฟฟ้าแรงสูงต้นหนึ่งยืนตระหง่าน สะท้อนแสงอาทิตย์ สวยสง่าน่าเกรงขาม ดังภาพประกอบถัดไปครับ

 

   และหลาย ๆท่านคงพบเห็นข่าวมีดินสไลด์แถว ๆ ฝั่งวัดจันทร์ตะวันตก เลยอาคารที่พักของตำรวจ ในเขตเทศบาลนครพิษณุโลก  ในช่วงแรก ๆ ผมนึกไม่ออกว่าเป็นสถานที่ใด เมื่อมีโอกาสไปดูพื้นที่จริง  ผมค่อนข้างงง !! ว่าดินทรุดตัวได้อย่างไร  ในเมื่อบริเวณพื้นที่ดังกล่าวเป็นหัวโค้งของแม่น้ำน่าน  ที่กระแสน้ำไม่น่ากัดเซาะได้  แต่ขณะที่เกิดเหตุมีฝนตกปริมาณมาก  คงจะทำให้เกิดการอุ้มตัวของน้ำรวมกันไปพาดินใต้ถนนพังทรุดลงไปเป็นกะบิเช่นนี้  ความลึกน่าจะเท่าความสูงของบ้านไม้ 2 ชั้น  ความยาวของดินที่พังทะลายไม่ต่ำกว่า 170 เมตร  เป็นบทเรียนที่หลาย ๆ ท่านน่าจะจดจำไว้ว่า  ถ้าไม่จำเป็นต่อให้เป็นที่โค้งออกของแม่น้ำ   ไม่ควรสร้างสิ่งปลูกสร้างใด ๆ ไว้ใช้ประโยชน์ครับ

  ผลของการพังทะลายของดินดังกล่าว  และประกอบกับสภาพน้ำท่วมในหลาย ๆ จังหวัดของภาคอีสาน ภาคกลางและภาคตะวันออก  หลายแห่งจะมีโค้ดคำบอกเล่าว่า  ไม่คิดว่าจะมีน้ำท่วมเกิดขึ้น  น้ำมาเร็ว  สูงมากในรอบ.... ปี   หรือสิ่งที่หลาย ๆ จังหวัดกำลังป้องกันตัวเองด้วยการสร้างเขื่อนดิน เขื่อนคอนกรีต สร้างถนนสูง ถมที่สูงฯลฯ  จะกลายเป็นว่า  ใครใคร่ทำทำ  แล้วใครจะเป็นอย่างไร  ฉันไม่รู้  ขอเพียงพื้นที่ของฉันไม่มีน้ำท่วมเป็นใช้ได้  พื้นที่นอกเหนือการป้องกันดังกล่าวจึงกลายเป็นที่รับน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้   หากต่างคนต่างทำ ไม่มีผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศมาให้คำปรึกษา  ที่จะช่วยวางแผนเกี่ยวกับโครงสร้างของแนวป้องกันแต่ละท้องที่ ให้การไหลของมวลน้ำ  ออกไปสู่แม่น้ำสายหลักและไหลออกทะเล เป็นไปด้วยความรวดเร็ว  ไม่มีสิ่งใดมากีดขวาง  งบประมาณเพื่อการป้องกันที่ผ่านมา  ผมคิดว่าแต่ละแห่งใช้งบสูงพอสมควร  แล้วหากถึงวันที่มีงบของรัฐหลาย ๆ พันล้านบาทมาร่วมด้วยอีก  อะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต ครับ  และนี่คือภาพตัวอย่างของการทำให้พื้นที่ของตนเองปลอดภัยจากระดับน้ำที่อาจจะท่วม  แต่กลายเป็นว่ายกพื้นที่สูงเกิน  และจะทำให้เป็นพื้นที่กีดขวางทางระบายน้ำหรือไม่  คงต้องรออีก 1 ปีในช่วงฤดูฝนถัดไป ครับ 

บริเวณถนนรอยต่อถนนกลางคลอง ต.หัวรอ อ.เมืองพิษณุโลก