603. พลังโค้ช พลังชีวิตใน Million Dollar Baby


ผมเพิ่งดูหนังเรื่อง Million Dollar Baby มาครับ เป็นหนังปี 2004 ที่ตั้งใจจะดูมานานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ดูสักที

เพราะชอบหนังแทบทุกเรื่องที่คลิ๊นต์ อีสต์วู๊ดกำกับ เรื่องนี้คลิ๊นต์เองก็แสดงบทนำด้วย หนังเรื่องนี้พูดถึงเรื่องราวของสาวน้อยคนหนึ่งชื่อแม๊กกี้ ผู้หญิงตัวเล็กที่ชอบชกมวยเป็นชีวิตจิตใจ เธอพยายามไปซ้อม ที่ยิมของคลิ๊นต์ ที่คลิ๊นต์และเพื่อน ซึ่งเคยเป็นนักมวยระดับแชมป์ แต่เกษียณแล้วดูแลกิจการอยู่ สาวน้อยคนนี้ เข้ามาซ้อมมวยทุกวัน ซ้อมจนดึก จริงจังมาก ตอนแรกคลิ๊นต์ก็ไม่สนใจ พอนานๆ ไปสาวน้อยคนนี้ก็จุดประกายความสนใจ คลิ็๊นต์เลยเข้าไปถาม ก็ค้นพบว่าเธอมาจากครอบครัวมีปัญหา มวยเป็นสิ่งเดียวในขีวิตของเธอ ที่ทำให้เธอมีความสุข และสาวน้อยคนนี้ก็ขอคลิ๊นต์ว่าเขาอยากชกมวยเป็นอาชีพ

... คลิ๊นต์ตอนแรกก็ไม่ยอม แต่เธอก็ยืนยัน ที่สุดคลิ๊นต์ก็ยอม โดยบอกจะหาผู้จัดการดีๆ ให้ แต่สาวน้อยก็บอกว่า.. จริงแล้ว เขาเชื่อว่าเขาจะได้ดี... เขาต้องได้คลิ๊นต์เป็นครู เธอจะต้องไปไกลแน่ๆ ที่สุดคลิ๊นต์ใจอ่อนเลยรับเป็นลูกศิษย์ เพราะเห็นความพยายาม ...

สิ่งแรกที่คลินต์บอกสาวน้อยคือ.. ทำอะไรตามสั่งอย่างเดียว.. ห้ามเถียง สั่งให้ทำ เจ็บก็ต้องทำ อดทน ตกลงไหม.. "ตกลงค่ะ ครู..” นี่คือส่ิงที่คลิ๊นต์บอก

.. นี่ทำให้ผมนึกถึงเรื่องการ Coaching ครับ .. โค้ช พูดง่ายๆ มาจากคำว่า Coach หรือรถม้าโดยสาร ที่ทำหน้าที่ส่งคนจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง ... เอาเป็นว่าโค้ชคลิ๊นต์ ได้ตรวจสอบจุดหมาย และตกลงกับศิษย์ว่า จะช่วยกันพัฒนาฝีมือเจ้าศิษย์น้อยผู้นี้ไปเป็นแชมป์.. เมื่อตกลงกันได้ เห็นร่วมกัน การโค้ชจึงเริ่มต้นขึ้น.. ถ้าว่ากันตามทฤษฎีการโค้ชแบบคลาสสิก คือ Heron Model คลิ๊นกำลังทำสิ่งที่เรียกว่า การสั่งให้ทำครับ (Prescriptive) นี่เห็นไหมครับ ว่าคุณยังไม่เป็นอะไรเลย ครูเลยบอกว่า ทำตามที่สั่ง เพราะครูมีประสบการณ์มากกว่า.. สาวน้อยก็ทำตามครับ เริ่มสุดครูก็ดูแล้ว บอกสาวน้อยว่า การชกมวยคุณต้องเต้นฟุตเวิ๊ร์คไปด้วย.. นี่ครับครูคลิ๊นต์กำลังโค้ชด้วยการให้ข้อมูล (Informative) ผมแค่ดูถึงตรงนี้ก็เริ่ม อยากติดตาม แล้ว และเริ่มมองเห็นว่า โค้ชได้ใช้ Heron Model ในการสร้างศิษย์จริงๆ ... มาดูก่อนครับ ก่อนจะเริ่มเล่าต่อไป.. Heron Model คืออะไร.. มันคือแนวทางการโค้ชครับ หรือการแทรกแซงก็ได้.. เอาง่ายๆ ถ้าไม่มีการแทรกแซงอะไร .. คือไม่โค้ช.. สาวน้อยคนนี้ก็คงทุบกระสอบไปวันๆ มีพลัง แต่กว่าจะชกเป็นนี่คงอีกยาวไกล ... การแทรกแซงแบบ Heron ทำได้สองวิธีครับ คือการดัน (Authoritative Style) กับการดึง (Facilitative Style) โดยการดันก็มีวิธีย่อยอยู่สามวิธี เช่นเดียวกับการดึงก็มีสามวิธีย่อยดังแผนภาพข้างล่างนี้ครับ

คำถามคือ.. ทำไมต้องดันกับดึงครับ..มนุษย์เรา ถ้าไม่ทำอะไรหลายครั้งด้วยความไม่รู้ อาจทำให้ผู้นั้นตกอยู่กับภาวะหยุดนิ่ง หรือไม่ก็ถอยหลัง.. จะเห็นครับว่าสาวน้อยคนนี้ ตั้งใจดี มีความมุ่งมั่น โค้ชเอ็นดู แล้วตัดสินใจ "ดันก่อน".. เพราะเธออยู่กับที่.. ไม่ไปไหน.. การ "ดัน" แบบ Heron มีวิธีง่ายๆ สามวิธีคือ.. การเผชิญหน้า(Confronting) ตรงนี้คือชนเลย ถามเลยว่าต้องการอะไรแน่ๆ คือท้าทายให้ตกใจ แล้วคิด.. ก็อาจสลัดหลุดภาวะนิ่งในปัจจุบันได้ นิ่งนี่อาจหลงตัวเองก็ได้..ครูเลยทุบซะเลย... ต่อมาเป็นสิ่งที่โค้ชทำในหนังคือ การสั่งให้ทำ .. (Prescriptive) เพราะอะไรครับ.. ยังไม่มีทักษะอะไร ทำตามไปก่อน.. สุดท้ายคือการให้ข้อมูล (Informative) ... จะเห็นว่าโค้ชเก่งๆ คนนี้ จัดเต็มครับ.. คือ Prescriptive และ Informative ในตอนแรกๆ..

ต่อมาเป็นการ "ดึง" ครับมีสามวิธีคือ การช่วยให้เผชิญความรู้สึก (Cathartic) คืออะไรครับ มนุษย์เรามีภาวะชะงักงันเสมอ เรียกว่าถดถอย บางทีอาจถดถอยด้วยว่าเก่งเกินไปนั่นเอง.. มีครั้งหนึ่ง ที่สาวน้อยชักเก่ง ชกกับใครก็ตาม ไม่กี่หมัดคู่ต่อสู้น๊อกยกแรกหมด.. ครูเลยเรียกว่ามาคุย แบบเผชิญหน้า (Confronting) แล้วบอกเลยครับว่าคุณยังชกไม่เก่งที่สุดนะ เพราะคุณเอาชนะเร็วเกินไป.. คุณไม่ยอมอดทนให้ครบยก.. ที่สุดจะไม่มีใครมาชกกับคุณ ส่งผลให้คุณจะไม่เก่งในที่สุด สาวน้อยต้องทดลองเผชิญกับความรู้สึกอยากชนะด้วยตนเอง คือแม้จะเก่งเพียงใด ก็ต้องอดทนเผชิญกับความรู้สึก (Cathartic) จะเห็นเธอแทบไปไม่ถูก เพราะที่ผ่านมาชนะเร็วเกินไป.. แต่ที่สุดก็ผ่านไปได้ ทำให้ฝีมือก้าวไกลไปอีก.. แต่ก็ก้าวไปจนกระทั่งเอาชนะคนในรุ่นเดียวกันทั้งหมด... ครูเลยสั่ง (Prescriptive) ให้ชกข้ามรุ่น และ ซึ่งก็ กลายเป็นเจอศึกหนักขึ้น คราวนี้แหละคุณจะเห็นบทบาทของคือการพาวิเคราะห์ (Catalytic) เนื่องจากคู่ปรับมีทักษะและมีความก้าวร้าวสูง ขณะกำลังพลาดท่าจะเสียที..โค้ชพาให้แม๊กกี้มองหาจุดอ่อนคู่แข่ง ด้วยการให้ข้อมูล (Informative) .. ซึ่งทำให้แม็กกี้วิเคราะห์คู่แข่ง จนสามารถจับทางคู่แข่งได้ขณะอยู่บนสังเวียนและน๊อกคู่แข่งได้ในที่สุด

ที่สำคัญเริ่มมีเงินขึ้นก็กลับไปช่วยแม่ แต่ก็เจอปัญหาครอบครัว เพราะแม่และน้องสาวเป็นคนล้มเหลวครับ มีปัญหาทางอารมณ์และความคิด.. ตรงนี้คุณจะเห็นโค้ชให้การสนับสนุนทุกด้านครับ พาไปหาครอบครัว ต้องการอะไรก็สนับสนุน (Supportive) .. และเมื่อเธอเศร้าใจก็รับฟังเธอให้เธอระบายออกมา ให้เธอเผชิญความรู้สึกเศร้า ด้วยความถดถอยอย่างสุดๆ (Cathartic) ... ในขณะเดียวกันในเรื่องฐานะการสร้างตัว จะมีฉากที่โค้ชไปเยี่ยมบ้าน และวิเคราะห์ลักษณะการใช้เงินของแม็กกี้ และ แนะนำ (Informative) ให้ซื้อบ้านด้วย "เงินสด" ห้ามผ่อน ไม่งั๊นตั้งตัวไม่ได้แน่ๆ ... นี่ไงครับสุดยอดครู

มาตอนสุดท้าย เมื่อเกิดอุบัติเหตุแม็กกี้เจอคู่แข่งโกงจนถูกน๊อกกลายเป็นอัมพาตขยับไม่ได้ โค้ชก็ตามไปเป็นแรงใจ คอยหาหมอ หาทุนรักษาให้ (Supportive) นี่แหละครับ.. เรื่องนี้จบลงด้วยความเศร้า เพราะแม็กกี้ตาย... เป็นอะไรที่สะเทือนใจมากๆ.. อยากให้ดูครับ จะเห็นเอง.. เรียกว่าครูรักเหมือนลูกจริงๆ..

เมื่อดูเรื่องนี้คุณจะเห็นบทบาทของโค้ช ครับเป็นโค้ชที่เป็นทั้งครูทั้งพ่อ.. คอยดึงกับดัน การดึงกับดัน ทำให้คนธรรมดา สาวน้อยเด็กเสริฟ ก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์โลก สร้างตัวและช่วยแม่ ได้ในระยะเวลาอันสั้น.. และแม้จะจบชีวิตไปในเวลาอันรวดเร็ว แต่ก็เป็นการตายที่คนตายรู้สึกว่าได้ทำอะไรที่รัก คือเหมือนไม่เสียดายชีวิต และกล้าที่จะตายเพราะเต็มที่แล้ว..

ผมว่าเรื่องนี้ใครเป็นโค้ชสามารถหามาดู และเอามาเป็นสื่อการสอนได้ดีมากๆครับ ส่วนผมเองต้องบอกว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่คนทุกคน ครูทุกคนควรดู ผมเองอยากบอกว่าคนรอบตัวคุณถ้าไม่ทำอะไรเลย เขาอาจหยุดนิ่ง ไม่เคลื่อนไปไหน เขาต้องการคุณไปดึงไปดันเขา ส่วนคุณเอง ก็อย่าประมาทครับ.. ใครจะไปรู้ว่าคุณหยุดนิ่งอยู่รึเปล่า คุณเอง ไม่ว่าจะทำงาน หรือเรียนอยู่คุณก็ต้องการครูดีๆ ที่มีความสามารถในการโค้ชครับ... และคุณจะก้าวไปข้างหน้าครับ

(ฉากสุดท้ายครับ ขอไม่เล่า แต่กินใจมากๆ ต้องไปดูเอง)

ผมเขียนเรื่องนี้เป็นตอนแรก จะมีตอนที่สองตามมาครับ ตอนข้างหน้าจะพูดถึงว่าทำไมคุณต้องมีครู และทำอย่างไรจะได้ครูดีๆ นี่ก็เป็นศาสตร์และศิลป์ ที่ก้าวไปไกลถึงคุณธรรมเลย ซึ่งถ้ามีไม่พอ ก็ยากจะหาครูดีๆ มีคุณธรรมดีๆ มาช่วยคุณได้.. การเดินทางของคุณ อาจจะยาวนาน ไกลกว่าที่ควรจะเป็น และอาจหลงทางได้ ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ

วันนี้พอเท่านี้ เพียงเล่าให้ฟัง ลองเอาไปพิจารณาดูนะครับ

Reference:

The first picture retreived Oct 13, 2013 from http://downloadmoviesfreee.org/million-dollar-baby-2004-download-movies/

The second picture retreived Oct 13, 2013 from http://www.exponentialtraining.com/Downloads/Resou...

The third picture retreived Oct 13, 2013 from http://entertainment.time.com/2011/09/22/the-all-time-25-best-sports-movies/slide/million-dollar-baby-2004/

The fourth picture retreived Oct 13, 2013 from http://milliondollarbabyls.tumblr.com/




หมายเลขบันทึก: 550745เขียนเมื่อ 12 ตุลาคม 2013 09:30 น. ()แก้ไขเมื่อ 15 ธันวาคม 2017 15:41 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (2)

เยี่ยมเลยค่ะ ได้ข้อคิดมากมาย เลยตามอ่านบันทึกเก่าๆของอาจารย์ด้วย ชอบๆๆๆ

ถ้ามีครูดีๆที่เห็นแววเด็ก เด็กก็จะสามารถโฟกัสและพัฒนาตัวเองได้ ขอบคุณค่ะ


พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี