บันทึกที่ ๘

จินตนาการ...สร้างแรงบันดาลใจ


...........พักกลางวันของวันหนึ่ง ขณะที่ผู้เขียนเดินไปห้องสมุดเห็นเด็กอนุบาลหญิงสองคนนั่งคุยกันอยู่โต๊ะอ่านหนังสืออยู่หน้าห้องสมุด ทั้งสองยกมือไหว้และกล่าวสวัสดีก็เลยไปนั่งคุยด้วยตอนแรกก็ทำท่าเอียงอายไม่ค่อยกล้าคุยด้วย ดิฉันรู้ว่าเด็กสองคนเป็นลูกสาวของลูกศิษย์ก็สอบถามข่าวแม่ของเด็กๆ เด็กเริ่มคุ้นเคยกล้าพูดจาฉะฉาน น่ารักมาก

............ถามต่อว่า "หนูมาทำอะไรที่นี่"เด็กบอกว่า "มาอ่านหนังสือค่ะ" มองดูที่โต๊ะไม่มีหนังสือสักเล่ม "ไหนล่ะหนังสือที่อ่าน" เด็กบอกว่า "อยู่ในห้องสมุดค่ะ หนูยังอ่านไม่ได้ค่ะ" พูดแล้วก็เขินอาย ผู้เขียนชวนคุยต่อสักครู่หนึ่ง เด็กคนหนึ่งลุกขึ้นยืนพร้อมถามดิฉันว่า "คุณครูขา..อยากฟังนิทานไหมคะ หนูจะเล่าให้ฟังค่ะ"แล้วเธอก็เกินเข้าไปในห้องสมุดหยิบหนังสือภาพออกมาเล่มหนึ่ง

...........เดินมานั่งลงข้างๆดิฉัน แล้วนักเล่านิทานตัวน้อยก็เริ่มเล่าให้ฟัง นิทานที่เล่ากับเนื้อเรื่องไม่ตรงกันหรอก แต่ผู้เขียนก็ตั้งใจฟังจนเด็กเล่าจนจบ ดูเด็กมีความสุขที่ได้เล่านิทานให้ครูฟังผู้เขียนถามว่า "เก่งจัง ทำไมหนูอ่านได้ล่ะลูก"เด็กยิ้มอาย และพวกเขาก็บอกว่าคุณครูจะเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนตอนบ่ายทุกวัน เด็กๆสนุกและชอบมาก

...........เสียงออดดังขึ้นเด็กรีบเก็บหนังสือไปไว้ในชั้นวางหนังสือ เด็กยกมือไหว้ขอบคุณและรีบไปเข้าแถวตอนกลางวัน เด็กๆเริ่มทยอยออกจากห้องสมุดเพื่อเข้าแถวทำกิจกรรมในตอนบ่ายก่อนเข้าเรียน

...........ผู้เขียนพึมพำกับตัวเอง ใช่สิ.....ครูชั้นอนุบาล คือผู้สร้างแรงบันดาลใจในการอ่านที่โรงเรียนก่อนใครๆ

..........น่าชื่นชมจริงๆ ที่คุณครูทุ่มเทเวลา และจุดประกายการอ่านให้กับเด็กๆ


คุณครูชั้นอนุบาล...........ให้การสนับสนุน

ปลูกต้นรักเป็นทุน ...............เกื้อหนุนจุนเจือก่อนใคร


..........ครูมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการอ่าน การที่ครูเล่านิทานให้เด็กฟังก่อนนอนทุกวัน เด็กจะซึมซับ เกิดจินตนาการ และรักการอ่านโดยไม่รู้ตัว ครูเป็นแรงบันดาลใจ ครูเป็นผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เขาอยากอ่าน อยากรู้ อยากเห็น แล้วพวกเขาจะเลียนแบบครูในที่สุด ต้นรักการอ่านกำลังจะเบ่งบานในหัวใจเด็กๆ เรามาช่วยเป็นกำลังใจกันนะคะ

โดย...อร วรรณดา๔ ต.ค. ๕๖