จากการศึกษา "ปรมัตถธรรม" ผ่าน "พระอภิธรรม" ทำให้มองเห็นว่า........

" จิต" ในภาษาธรรมะ ก็คล้ายกับ "อะตอม" และ "โมเลกุล" ของธาตุต่างๆ ในภาษาเคมี

มีประจุลบ (อิเลคตรอน) ที่เรียกว่า "อกุศล"
มีประจุบวก (โปรตรอน) ที่เรียกว่า "กุศล"
มีที่ทั้งไม่บวกไม่ลบ (นิวตรอน) ที่เรียกว่า "อุเบกขา"

จิตที่หนัก ก็เหมือนธาตุหนัก มีน้ำหนักอะตอมมาก ที่มาจากมีทั้งนิวตรอน โปรตอน และอิเลคตรอนมาก วิ่งกันสับสนวุ่นวาย
จิตที่เบา ก็มีเหมือนธาตุเบา มีน้ำหนักโมเลกุลน้อย อะไรก็มีน้อยๆ แต่อยู่ได้ สบายๆ

จิตที่หลุดพ้น คือ คือจิตที่ปราศจาก ทั้ง อกุศล กุศล และ อุเบกขา จึง ไร้น้ำหนัก
ระดับนี้ไม่มีบอกไว้ในวิชาเคมี ว่าเป็นอะตอมอะไรที่มี อิเลคตรอนน้อยกว่า 1 โปรตอนน้อยกว่า 1 รวมทั้งไม่มีนิวตรอน

แต่ ...... เอ๊ะ...... อิอิอิอิอิ

อาจจะเป็น หรือ เหลือแค่ "พลังงาน"
ที่ต้องก้าวผ่านวิชาเคมี ไปหาวิชาฟิสิกซ์ จาก "บัญญัติ" เข้าหาความจริง เชิง "ปรมัตถ์" หรือ "สภาวะที่แท้จริง" ของความสัมพันธ์เหล่านี้

ตามหลัก E = M x Cกำลังสอง ตามทฤษฎีสัมพันธภาพของไอน์สไตน์ ละมั้งครับ

ที่ทำให้ได้พลังงานและผลลัพธ์มหาศาล

เคลื่อนที่ได้เร็ว ทำงานได้มาก

นี่คือ "อุปมา" ที่ผมได้มาจากการเรียนวิทยาศาสตร์ แล้วมาศึกษา พระไตรปิฎก พระอภิธรรม และองค์ประกอบของจิตครับ

ก็น่าจะเข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

อิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิอิ