ผมไปอเมริกากับกรรมการสภามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์  ในฐานะกรรมการสภาฯผู้ทรงคุณวุฒิ  เนื่องด้วยมหาวิทยาลัยฯ ไปลงนามความร่วมมือกับ California State University, San Bernadino ครับ
      ส่วนใหญ่การลงนามความร่วมมือ คือ  การลงนามใน MOU (Memorandum of Understanding) ว่าทั้งสองสถาบันจะทำอะไรร่วมกันบ้าง อาทิ การแลกเปลี่ยนอาจารย์  การแลกเปลี่ยนนิสิต / นักศึกษา  การทำวิจัยร่วมกัน ฯลฯ  การไปครั้งนี้ก็ลักษณะเช่นเดียวกัน  แต่ลงลึกในรายละเอียดว่าจะทำอะไร ?  อย่างไร ?  และเมื่อใด ?  เป็นรูปธรรมสามารถปฏิบัติได้เลย  ภายหลังลงนาม  มีโครงการที่น่าสนใจคือ  ให้อาจารย์ที่จะลงไปทำผลงาน  อาทิ  เขียนตำรา  ทำงานวิจัย  เพื่อพัฒนาตนเอง (Sabbatieal Leave) ได้ไปสังเกตการณ์สอน  ทำงานวิจัยร่วม  และเป็นผู้ช่วยอาจารย์  โดยทาง CSUSB ยินดีให้ความร่วมมือตามหลักการ  และจัดหา Home Stay ให้ในราคาถูก  เพราะอาจารย์จะต้องจ่ายเองโดยค่าใช้จ่าย  ที่พัก  และอาหาร รวมประมาณ 30,000 บาท / เดือน
      ได้นั่งรถไฟฟ้า (เหมือนของ มน. แต่ขนาดกะทัดรัดกว่า) ขับโดยนักศึกษาที่หารายได้พิเศษ  และเป็นมัคคุเทศก์นำเยี่ยมชมรอบมหาวิทยาลัยด้วย  ผ่านอาคารเล็กๆ หลังหนึ่ง  มัคคุเทศก์บอกว่าเป็นที่เลี้ยงเด็กเล็กที่เป็นลูกนักศึกษา  แปลกมาก !  นี่คือ  อเมริกันครับ
      นักเรียนไทยที่ไปเรียนปริญญาโท  และมาต้อนรับเล่าให้ฟังว่า  การเรียนที่นี่เข้มงวดมาก  ชั่วโมงแรกเข้าห้องช้า 15 นาที  อาจารย์เตือนทันที  เมื่อบอกอาจารย์ว่าช้าเพราะหาที่จอดรถยาก  อาจารย์บอกว่ารู้ว่าหาที่จอดรถยากก็ต้องมาเร็วกว่านี้ให้ทันเรียน  ชั่วโมงต่อมาถึงเวลาเรียนปิดห้องทันที ใครช้าเข้าห้องเรียนไม่ได้
      ส่วนการเรียนนั้น  ต้องสอบประมวลความรู้ (Comprehensive) แบบแผน ข. ของเรา  หากสอบครั้งแรกไม่ผ่าน  นักเรียนไม่กล้าสอบครั้งที่สองครับ  เพราะถ้าตกอีกต้องกลับไปเรียนรายวิชาบังคับใหม่  คนที่สอบครั้งแรกไม่ผ่าน  จึงไปทำวิทยานิพนธ์  เสียเวลาอีกอย่างน้อย 6 เดือน  หากเทียบกับเมืองไทยนี่คือความแตกต่างระหว่างการเรียนแผน ก.  กับแผน ข. ครับ
      การเรียนที่อเมริกา  การเรียนที่เมืองนอกจึงต้องทั้งเรียนหนัก  และมีความรับผิดชอบสูง
      เรื่องความรับผิดชอบนี่มีเรื่องเล่า (อีกแล้วครับ)  สมัยเมืองจีนเปิดประเทศใหม่ๆ นักท่องเที่ยวนั่งรถทัวร์ผ่านไปในชนบท  เห็นชายสองคน  เดินตามกัน  คนแรกขุดหลุมเสร็จก็เดินไปข้างหน้าเพื่อขุดหลุมต่อ  คนที่สองกลบหลุมที่คนแรกขุดเสร็จก็เดินตามไปกลบหลุมต่อไปนักท่องเที่ยวถามไกด์ทัวร์ว่า เขาทำอะไรกัน ไกด์ทัวร์บอกว่า  ความจริงแล้วต้องมี 3 คน  คือ  คนแรกขุดหลุม  คนที่สองปลูกต้นไม้  คนที่สามกลบหลุมที่ปลูกต้นไม้  บังเอิญวันนี้คนที่สองไม่มาทำงาน  คนแรกและคนที่สามทำงานตามความรับผิดชอบ (ตามหน้าที่) ก็เลยปรากฏอย่างที่เห็นนั่นแหละ
      เห็นไหมครับ  ความรับผิดชอบไม่ใช่แค่ทำตามหน้าที่  แต่ต้องทำงานแบบรับทั้งผิดและชอบ  ต้องพัฒนางานและใช้สมอง  ทุกคน  ทุกฝ่ายในองค์กรต้องรับผิดชอบร่วมกัน  ความรับผิดชอบนี้เป็นหนึ่งใน ธรรมรัฐ หรือ การบริหารจัดการที่ดี (Good Governance) ครับ
      ท่านรับผิดชอบหรือยังครับ ?