ผมได้มีโอกาสเดินทางไปศึกษาดูงานกรามีนแบงค์ ที่ประเทศบังคลาเทศมาเมื่อ 7 ปีก่อนเพื่อนำแบบอย่างการดำเนินงาน มาประยุกต์ใช้กับงาน "กองทุนหมุ่นเวียนเพื่อพัฒนาองค์กรชุมชน"ขององค์การแคร์นานาชาติ องค์การแคร์ภาคอีสาน และได้นำบทเรียนมาใช้กับงานกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาองค์ชุมชนที่สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลับขอนแก่นที่ผมทำงานอยู่ขณะนี้ แต่ที่ผมไปทำงานต้องเจอกับกลุ่มออมทรัพย์แม่บ้าน และกองทุนกู้ยืมกลุ่มสตรี แม่บ้านของกรมพัฒนาชุมชนที่ยากมากที่จะปรับให้เข้ารูปกรามีน แบงก์ และท้ายสุดก็ทำได้แค่การสนับสนุนกองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาองค์กรชุมชน โดยใช้ชาวบ้านนำเสนอโครงการเข้ามา มานำเสนอและให้คระกรรมการที่มีบทเรียน ประสบการณ์เข้ามาพิจารณา เมื่อชาวบ้านนำเงินไปดำเนินงานเราก็เข้าไปเป็นพี่เลี้ยง ไปเยี่ยมเยียน 3-5ดือนครั้ง คืนเงินเป็นปี ดอกเบี้ยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของชุมชนและใช้หมุนอยู่ในชุมชน คืนภายใน 1 ปี มีกิจกรรมมากมาย อาทิ เกษตรประสมประสาน ธนาคารวัว/ความ งานทอผ้าแปรรูป เพาะเห็ด ฯลฯ ที่เห็นเป็นรูปธนาคารก็จะมีโครงการสหกรณ์เครดิตยูเนียนที่เข้มแข็งและทำได้นอกนั้นไม่เห็นประสบผลนัก จึงอดชื่นชม มูฮัมหมัด ยานุสไม่ได้ ทีเขาได้อานิสสงค์จากแม่ที่เกื้อกูล ช่วยเหลือดูแลคนยากคนจนมาโดยตลอด ยานุสมีแนวความคิดที่ว่า"หากคนจนพอมีเงินตั้งตัวต่อไปจะช่วยเหลือตนเองได้ โดยจะไม่ต้องถูกขูดรีดจากพวกปล่อยเงินกู้นอกระบบ" เขาจึงได้จัดตั้งธนาคารชนบทที่ให้ประชาชนที่ยากไร้กู้ยืมโดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน มีเงินกองทุนดำเนินการขณะนี้ถึง 200,000 ล้านบาท มีผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านเป็นสมาชิกทั่วประเทศถึง 96% มีผู้กู้ยืมถึง 6.5 ล้านคนและมี จำนวนประเทศต่างๆที่นำองค์ความรู้จากที่นี่ไปดำเนินการเกือบ 40 ประเทศ เขาฝันที่จะสร้างโลกที่ไร้คนยากจน และที่น่าสนใจเงินรางวัลจำนวน 52 ล้านบาทเขาอุทิศให้กับการกุศลทั้งหมด คิดถึงบ้านเราที่น่าจะนำบทเรียนเรื่องนี้มาพัฒนาดำเนินการอาจจะไม่เกิดปัญหาเหมือนที่เกิดกับกองทุนหมู่บ้านในขณะนี้