เคยรู้สึกตัวบ้างไหม เมื่ออ่านบันทึกใน blog ต่างๆ แล้วเกิดการพัฒนาตัวเองมากขึ้น
ไม่ใช่แค่พัฒนาแค่ความคิดเท่านั้น แต่พฤติกรรมยังถูกปรับเปลี่ยนไปจากเดิมอีกด้วย

หลายท่านเคยรู้สึกว่าตนเองเกิดการพัฒนาขึ้นหรือไม่ หรือเกิดการพัฒนาแค่ การลุยอ่าน ลุยเขียนข้อคิดเห็น และรับรู้เรื่องราวสาระต่างๆมากขึ้น

ครูสอนมัธยมสาววัย 30 ต้นๆ เธอเป็นคนที่เครียดมากๆ ทั้งงานที่โรงเรียน งานสังคมในหมู่ครูที่โรงเรียน เรื่องครอบครัว และเงินทอง ก่อนจะเข้านอนต้องมานั่งเตรียมการสอนดึกดื่นทุกๆวัน เกือบจะระเบิดอยู่แล้ว

เมื่อเธอมาเจอบล็อกของครูอ้อย สิริพร กุ่ยกระโทก เธองงครับ ติดตามอ่านแล้ว สงสัยว่า ครูอ้อยนี่ เป็นครูจริงๆหรือเปล่า ทำไมถึงมีความสุขผิดวิสัยของครูทั่วๆไปล่ะ

ครูอ้อยไม่ค่อยมีงานทำหรือ ถึงได้มีเวลาเขียนบันทึกได้บ่อยๆ

เมื่อนายบอนบอกให้เธอลองอ่านบันทึกต่างๆของครูอ้อยดู เธอยิ่งงุนงงมากขึ้น เพราะครูอ้อย ก็อยู่ในสังคมของครูเหมือนครูท่านอื่นๆ แถมยังเรียนต่ออีกด้วยสิ!!!



"อะไรทำให้ครูอ้อยดูมีความสุขและเขียนบันทึกได้บ่อยๆ ??"


นั่นเป็นคำถามที่เธอเอ่ยขึ้นมา แล้วจ้องหน้านายบอน เพื่อรอฟังคำตอบ

 นายบอนไม่มีคำตอบให้ครับ เพราะไม่ใช่ครูอ้อย  ต้องให้ครูอ้อยมาตอบเอง
แต่ถ้าอยากรู้ว่า ทำไมครูอ้อยถึงมีความสุข ก็ลองตามรอยเท้าของครูอ้อยดูสิ

"ครูอ้อยใส่รองเท้าเบอร์อะไรเหรอ??"  แหม เล่นมุขอีก!!!

ตามรอยเท้าครูอ้อย คือลองทำแบบครูอ้อยดูสิ ลองเขียนบันทึกบ่อยๆ ในแนวบันทึกเปิดใจ ,เล่าประสบการณ์ทุกเรื่องที่อยากเล่า, หรือบันทึกถึงความทรงจำที่ดีๆ ,เรื่องขำขำ แม้กระทั่งงานอดิเรกก็บันทึกลงไป ถ้าไม่อยากบันทึกใน gotoknow ก็หาสมุดบันทึกสักเล่มเขียนลงไป

ให้เขียนทุกๆวัน บ่อยครั้งเท่าที่จะทำได้ แล้วนายบอนจะมาเฉลยคำตอบ เมื่อครบ 14 วัน

14 วันผ่านไป
เธอเจอหน้านายบอน แล้วบอกว่า ไม่เห็นจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย ทั้งๆที่เขียนบันทึกทุกๆวันแล้วเธอก็โชว์ผลงานสมุดบันทึกที่บันทึกมาตลอด 14 วันที่ผ่านมา

"ไม่เปลี่ยนเหรอ งั้นก็เลิกเขียนบันทึกก็แล้วกัน"
เธอยิ้มๆ

เอ๊ะ นายบอนว่า เธอเริ่มเปลี่ยนไปนะครับ เพราะปกติ เธอจะแว้ดๆ พูดจากวนๆบ้าง ปล่อยมุกตลกบ้าง แต่คราวนี้มาแปลก แค่ยิ้มๆ

นายบอนจึงสอบถามเรื่องงาน เรื่องครอบครัว - เงินทอง และปัญหาชีวิตของเธอที่มักจะเล่าให้ฟังบ่อยๆ

คุณเธอก็เล่าให้ฟัง แต่เอ๊ะ ดูใจเย็นขึ้น รอบคอบขึ้นมาก
แต่ก่อนเธอจะเล่าสารพันปัญหา โวยวายถึงความไม่ยุติธรรมต่างให้ฟังตลอด
แต่มาครั้งนี้ เธอเล่าให้ฟังว่า เธอแก้ปัญหาอย่างไรบ้าง เรื่องนั้นก็โอเค  เรื่องโน้นก็ Happy

และแล้ว เธอก็เป็นคนให้คำตอบกับคำถามที่เธอตั้งเอาไว้เอง

"อะไรที่ทำให้ครูอ้อยดูมีความสุขและเขียนบันทึกได้บ่อยๆ?"

คำตอบของเธอบอกว่า การเขียนบันทึก เหมือนกับการได้ระบาย ได้ปลดปล่อยความรู้สึกที่กดดันมาตลอดทั้งวัน เครียดๆก็ระบายออกทางตัวหนังสือ เรื่องที่เล่าให้ใครฟังไม่ได้ เธอก็เขียนๆๆๆๆๆ ลงบันทึกไว้หมด  ทั้งแนวเปิดเผยความรู้สึกจากใจ บางทีนึกถึงเรื่องความทรงจำดีๆ ก็หยิบปากกามาเขียนบันทึกทันที เขียนจบปุ๊บ รู้สึกโล่ง สบายใจ นอนหลับฝันดี

ช่วงเวลาทำงาน จะรู้สึกเครียดทั้งวัน แต่พอหยิบสมุดบันทึกขึ้นมา รู้สึกสบายใจ หยิบขึ้นมาทีแรก เปิดไล่ไปแต่ละหน้า เพื่อจะไปยังหน้าที่ว่างเพื่อเขียนบันทึก พอเปิดผ่านไปบางหน้า เหลือบเห็นข้อความที่เขียนไว้วันก่อน ได้อ่านทบทวนความรู้สึกอีกครั้ง เมื่อใจเย็นขึ้น ก็คิดหาทางออกของปัญหานั้นได้อีก จึงบันทึกไว้อีก ทำให้เวลาที่อยู่กับสมุดบันทึกรู้สึกมีความสุขมากๆ

มิน่าละครูอ้อยท่านถึงมีความสุขกับการเขียนบันทึกเหลือเกิน
สำหรับเธอแล้ว คงจะเขียนบันทึกในสมุดของเธอไปเรื่อยๆ กับการเดินตามรอยเท้าของครูอ้อยในแบบของเธอเอง

แต่สำหรับคำถามที่ว่า
"อะไรทำให้ครูอ้อยดูมีความสุขและเขียนบันทึกได้บ่อยๆ ??"

สำหรับคำตอบที่ถูกต้องนั้นคงต้องไปฟังคำตอบกับครูอ้อยเองแล้วล่ะครับ
เพราะ

นายบอนไม่มีคำตอบให้ครับ เพราะไม่ใช่ครูอ้อย  ต้องให้ครูอ้อยมาตอบเอง
แต่ถ้าอยากรู้ว่า ทำไมครูอ้อยถึงมีความสุข ก็ลองตามรอยเท้าของครูอ้อยดูสิครับ