วันนี้มีเรื่องเล่าต่อจากตอนที่แล้ว

 

กำลังนำเสนองานวิจัย

  การเข้าร่วมประชุมสัมมนางานวิจัยนานาชาติครั้งนี้มีกลุ่มที่นำเสนอผลงานวิจัยเกี่ยวกับชนเผ่าไทอยู่หลายท่านด้วยกัน 

 มีการนำเสนอคนไทในเอเชียตะวันออกรากเหง้าความเป็นมาของคนไทครั้งโบราณ 

 ผู้นำเสนอท่านกลุ่มคนไทในรัฐฉานหรือไทใหญ่ในประเทศพม่า 

 มีผู้นำเสนอเผ่าคนไทจ้วงในประเทศจีนจากการฟังเพลงร้องโดยคนไทจ้วงนั้นหลายคำสามารถรู้ได้เพราะเป็นคำไทแต่เดิมมา

คำที่ได้ยินยังก้องหูอยู่คือการกล่าวว่า...อยู่ดีกินหวาน...  อยู่ดีมีแฮง...  ไปดีมาดีเด้อ...พ่อเฒ่าแม่เฒ่า ...

มีหลายคำมากที่พูดแล้วฟังออกว่ามีความหมายอะไร

กลุ่มคนไทที่เข็มแข็งรวมกลุ่มก้อนได้สร้างประเทศอยู่อาศัยในปัจจุบันมีเพียงสองกลุ่มคนไทคือ 

 ประเทศไทยและประเทศลาวนั้นแล

นอกนั้นก็มีงานวิจัยเกี่ยวกับความสุขในทางพุทธ  โดยพุทธศาสนาเองก็มาจากอินเดียมีความเชื่อมโยงผูกสัมพันธ์กันอย่างเหนียวแน่น

        สำหรับผมเองนั้นนำเสนองานวิจัยเกี่ยวกับกลุ่มคนไทในมาเลเซีย  ที่อยู่ในรัฐทางตอนเหนือมีคนไทในรัฐปะลิส เกดะห์ เประ  และกลันตัน  โดยเล่าตามที่ได้ลงพื้นที่วิจัยได้เห็นความเป็นวิถีไทภายใต้หลักพุทธธรรม  มีวัดเป็นศูนย์รวมใจคนไทเอาไว้พระสงฆ์มีบทบาทอย่างมากในการถ่ายทอดความรักความสามัคคี  ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนไทดังกล่าว

ในห้องนี้ถือว่ามีผู้สนใจมาเข้าฟังเรื่องราวชนเผ่าไทเยอะพอสมควร  โดยพวกเราแต่งกายชุดแสดงอัตลักษณ์ความเป็นคนไทที่อยู่ท่ามกลางหลากหลายวัฒนธรรมนับเป็นสีสันที่ดูสวยงามในจินตนาการโดยแท้

        ตบท้ายด้วยแนวคิดเรื่องราวของขุนบรมพรรพบุรุษของคนไทมาแต่เดิมทำให้สนใจที่จะต้องศึกษากันต่อไปเมื่อมีเวลาพอสำหรับการค้นคว้าต่อไป.