ต้นไม้จะสวยงามได้ ก็ต้องอาศัยเมล็ดพันธุ์ที่ดีและคนปลูกที่เก่ง

ฉันใดก็ฉันนั้น ถ้าคน ๆ หนึ่งเติบโตมาไม่ดี

ก็ต้องกลับไปดูที่กรรมพันธุ์และการเลี้ยงดู

 

......จากหนังสือ สมองสงสัย ใจตอบ

       ผู้เขียน ขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร


เป็นหนังสืออีกเล่มที่แม่ดาวเพิ่งจะซื้อมาอ่านเมื่อวานนี้ ยังอ่านไม่จบขณะที่กำลังนั่งอ่านเจอข้อความนี้โดนใจอีกแล้ว อีกทั้งเมื่อวานเพิ่งเกิดเหตุการณ์บางอย่างชวนให้คิดตามข้อความตามตัวอักษรเหล่านี้

 

เมื่อวานได้มีโอกาสไปเยี่ยมพี่สาวคนหนึ่ง เขาเปิดร้านขายของในศูนย์การค้า(หากเรียกไม่ผิดเนอะ)แห่งหนึ่ง กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของที่นี่คงจะเป็นคนมีฐานะดีในระดับที่ไม่ใช่แค่พอมีพอใช้แน่ ๆ ของที่นำมาขายก็เป็นพวกกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรู(มั้ง) เครื่องประดับตกแต่งร่างกายต่าง ๆ ระหว่างที่กำลังเพลินเพลินกับการพูดคุยอย่างเมามันกันอยู่นั้น ก็มีลูกค้าเข้ามาในร้านเป็นคุณแม่กับคุณลูกสาวน่าตาน่ารักเลยทีเดียว 

สักพักแม่ดาวรู้สึกเหมือนถูกสะกิดจากด้านหลัง พอหันไปก็สบตาก็เด็กน้อยรายนี้ คิดว่าเขาอยากจะหยอกล้อเล่นด้วย จึงหันไปยิ้มและพูดคุย (น่าจะประมาณ4-6 ขวบ) เธอไม่ยิ้มตอบ แต่แลบลิ้นปลิ้นตาหลอกใส่ แบบถมึงทึง แสดงอาการแบบ "ฉันไม่ชอบเธอ" ฮ่าๆๆ แรก ๆ ก็ยังไม่คิดอะไรมากนัก แต่ห่างกันไม่นานเธอก็เดินมาเตะๆๆ ขาเก้าอี้ที่แม่ดาวนั่งอยู่ ซึ่งเป็นเก้าอี้พลาสติกตัวเล็ก ๆ เหมือนให้เด็กนั่ง ก็เลยหันไปคุยด้วยอีกคิดว่าเขาคงต้องการสื่อสารอะไรบางอย่างกับเรามากกว่าที่เราคิดหรือเปล่า 

แม่ของเด็กเห็นคิดเองว่า น่าจะรู้ เห็นทุกเหตุการณ์ เนื่องจากร้านมันเล็กมาก กลม ๆ แบบทรงขวดโหล (หมายถึงลักษณะร้าน) เป็นกระจกใสรอบร้านเลย เขาก็มีตำหนิเด็กบ้าง ทำเสียงดุบ้าง แต่ดุแบบแทบไม่หันหน้ามาหาลูกเลย แทบจะไม่สบตากัน เพราะตานั้นกำลังทำงานมองสิ่งของต้องประสงค์อยู่ละลานตา บ้างก็ไม่สนใจทำเฉย ๆ ปกติเหมือนไม่เกิดอะไรมากนัก และบอกลูกว่าให้เลือกของที่อยากได้ 1 ชิ้น ส่วนตัวแม่นั้นก็สนใจกับสินค้าในร้านมากกว่าพฤติกรรมของลูกสาว ไม่ว่าแม่ดาวจะคุยอะไร ยิ้มให้แค่ไหน เด็กหญิงรายนี้ก็จะทำท่าไม่พอใจ แลบลิ้นใส่บ้าง เขวี่ยงค้อน(มองค้อน)ใส่บ้าง ไม่มีเสียงตอบใด ๆ มีแต่การแสดงกริยาอาการต่าง ๆ เริ่มตีโดนตัวบ่อยขึ้น แม่ดาวคิดว่าเขาพยายามจะทำให้แม่ดาวโกรธ หรือแสดงท่าทางไม่พอใจกระมัง แต่ไม่สำเร็จ วนเวียนทำอยู่อย่างนี้จนออกจากร้าน พอออกไปมีหันมาแลบลิ้นใส่อีกครั้งเป็นการบอกลา

เมื่อลูกค้ารายนี้ออกจากร้าน พี่สาวที่แม่ดาวไปพบ พูดเลยว่า ลูกค้าประจำมาซื่็ออาทิตย์ละครั้งได้ และมาพร้อม "เด็กโรคจิต" พี่สาวให้คำนิยาม บอกว่าปกติพี่สาวจะเป็นฝ่ายโดนกระทำแบบนี้ รอบนี้เจอเหยื่อน่าสนใจรายใหม่กระมังเลยหันมาจู่โจมแม่ดาวแทนฮ่าๆๆๆ แม่ดาวมองว่าเขาเป็นเด็กน่าสงสารมาก หน้าตาเขาน่ารัก ฐานะทางบ้านก็คงจะดีในระดับมากอยู่ เพราะของแต่ละชิ้นก็ไม่ใช่จะถูกสำหรับเด็ก ยางมัดผม 250 หรือ 300 ไม่แน่ใจที่เขาซื้อไป ยังไม่รวมกับของที่แม่เขาซื้อ แต่พฤติกรรมการแสดงออกแบบนี้หากแสดงออกกับคนทั่วไปก็คงมองแบบพี่สาวนี่แหละ มองว่าถึงชีวิตเขาดูจะมีพร้อมในหลาย ๆ อย่างที่หลาย ๆ บ้านขาด แต่เขาก็ขาดในหลาย ๆ อย่างที่หลาย ๆ บ้านทั่วไปที่อบอุ่นมี ที่เห็นๆ เขาขาดต้นแบบที่ดีให้เขาได้เรียนรู้ 

ตั้งแต่เข้ามาไม่มีการทักทายสวัสดีตามวิถีคนไทย ไม่มีแม้คำขอโทษออกจากปากแม่ ที่เห็นว่าลูกนั้นทำตัวไม่เหมาะสมสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น สิ่งที่แม่สนใจ คือ สิ่งของสวยงามในร้าน ไม่สนสิ่งสวยงามที่ควรปลูกฝังให้มีในใจลูก น่าสงสารเด็กคนนี้จริง ๆ เห็นแล้ว ก็ต้องทำใจ จริง ๆ มีหลายประโยคที่แม่ดาวพยายามจะสื่อสารกับเขา เช่น "หนูโกรธ หรือไม่พอใจคุณอาเรื่องอะไรค่ะ" ถามยิ้ม ๆ แม่ดาวไม่โกรธเขาเลย และคิดว่าสิ่งที่แม่ดาวสื่อสารไป เขาต้องได้รับสารนี่แน่ ๆ เพราะมีบางอย่างในแววตาเขามันบอกว่าเขารู้ว่า เราอาจต่างจากเหยื่อรายอื่น ๆ ที่เขาเคยเจอ สันนิษฐานเบื้องต้นว่า อาการนี้ของเขาคือ การเรียกร้องความสนใจ อยากเป็นคนสำคัญ ในแบบที่เขาเข้าใจ ประมาณว่า "เห็นหนูไหมค่ะ หนูก็เป็นอีกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้" บางทีความคิดกับการแสดงออกของเด็กก็เข้าใจยากจริง ๆ โวยวาย งอแง วีน เหวี่ยง การกระทำดูร้าย แต่สิ่งที่อยากได้คือ ความสนใจ ความเห็นใจ ความรัก 

หากครั้งใดที่คุณเจอครอบครัว หรือคนแบบนี้ เด็กประมาณนี้ อยากให้เมตตาเขาเยอะ ๆ เขาน่าสงสารมากจริง ๆ นะคะ ไม่อยากให้ด่วนตัดสินจากสิ่งที่คุณเห็นหรือสิ่งที่คุณรู้สึก ณ ขณะจิตนั้น แม่ดาวเชื่อว่าไม่มีใครอยากเป็นคนดูแย่ ดูร้ายกาจ ดูไม่น่ารักในสายตาคนอื่น ทุก ๆ คนส่วนใหญ่ก็อยากจะเป็นที่รัก อยากเป็นคนดีกันทั้งนั้น เพียงแต่เขาเหล่านั้นอาจหลงทาง อาจไม่รุ้วิธีที่จะแสดงออกดี ๆ ก็เป็นได้เนอะ