การเดินทางตามดวงตะวันไปทางทิศตะวันตกเรื่อยไปจากกรุงนิวเดลีคาดว่าเย็นเราคงเดินทางถึงเป้าหมาย

รถตู้ที่เราเช่าเหมาไปก็ทำหน้าที่ของมันไปในเส้นทางที่ขรุขระไม่เรียบเหมือนถนนในบ้านเมืองเรา

แถมยังมีฝุ่นอยู่เยอะในบางจุด ทุกครั้งที่ถึงทางแยกตรงกลางมีวงเวียนต้องมีรูปปั้นคนสำคัญในท้องถิ่นเสมอ และทุกครั้งที่ผ่านตรงสี่แยกเราเรียกติดปากว่านี่คือสี่แยกวัดใจใครไปก่อนได้คนนั้นไป

ในทุกเส้นทางจะปรากฏมีฝูงวัวเดินบางจุดออกมาเดินเต็มถนนเป็นพันตัว


มองตามหมู่บ้านที่เรียงรายอยู่ข้างถนนจะมีกลุ่มคนผู้ชายนั่งล้อมวงเหมือนคนเล่นไผ่อะไรสักอย่าง

 เมื่อเราผ่านร้านตลาดในชุมชนสิ่งที่เห็นวางขายมากคือกล้วยสุกเรียงรายเต็มไปหมด


บางร้านใช้เชือกผูกกับต้นไม้ข้างทางแล้ววางพาดสิ่งของค้าขายบ่งบอกถึงความเรียนง่าย ใช้ชีวิตที่หมุนไปตามวันไม่ต้องรีบร้อนอะไร


เมื่อเราไปถึงสถานที่จัดงานสัมมนาวิจัยนานาชาติที่ มหาวิทยาลัยศรีธาร พิลานี 
รัฐราชาสถาน ประเทศอินเดียแล้ว ก็เข้าไปพบเจ้าภาพของงาน ร่วมรับประทานอาหารค่ำและพึ่งทราบว่า คณะเราได้เข้าไปพักในวังของราชาแห่งพิลานี เพราะเดิมเป็นวังแต่เดี๋ยวนี้เข้าใจว่าจัดเป็นสถานที่พักหรือโรงแรมอย่างนั้น


ค่ำมืดแล้วเราเดินทางมาถึงที่วังราชาแห่งนี้ ต่างคนต่างเข้านอนพอรุ่งสางตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนกยูงทองร้องส่งเสียงดังมาก

เราได้มีโอกาสลงไปเดินรับลมชมวิวเล่นภายในวังโบราณแห่งนี้
ไปเจอพระพุทธรูปประดิษฐานตรงลานกลางสวนป่าดูพุทธลักษณะสงบนิ่งเหมือนรอยคอยการมาเยือนของชาวพุทธ คงนานมากแล้ว พวกเราจึงได้กระทำคารวะตาธรรม ไหว้พระสวดพระพุทธมนต์พร้อมแผ่เมตตาทำสมาธิสงบนิ่งเพื่อน้อมรำลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ และพระสังฆคุณกัน ณ ที่ นั้นแล.