"พี่หนาน"
นาย พรพจน์ พี่หนาน เรียงประพัฒน์

ลืมกำเมือง ๑


*เกิดเป๋นคนเมืองมีสิ่งใดผ้องหื้อฮักษา หันคนเฒ่าเข้าวัดเข้าวาขนาดศีลห้าเฮายังบ่อมี แหมหน้อยบ่อเมินถ้าเฮาบ่อจ้วยกั๋นในวันนี้ ภาษากำเมืองจะเหมือนบาลี ขนาดตุ๊ปี้ยังแป๋บ่อออก*

๑๙/๐๙/๒๕๕๖

**********

 

ลืมกำเมือง ๑

 

เพลงลืมกำเมือง

 คำร้อง / ทำนอง  โดย Khun  Klonprasert  changkain

 

 

 

เนื้อเพลงลืมกำเมือง

หมะเด่วบ้านเฮา มันเป๋นจ๊ะใด เปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย สาวมหาลัย หยังมาเปลี่ยนจื่อ

ก็สาว “คำหล้า” เกยลักเมาขอเบอร์มือถือ สาวก็หื้อพิมพ์จื่อว่าน้อง “พอลล่า” เป๋นจะอั้นไป

วัฒนธรรม ครอบงำคนเมือง แต่ก่อนอู้กั๋นฟังฮู้เรื่อง บะเดียว “กำเมือง” น้องฟังบ่อได้

เสียงปี่เสียงซอ ต๋อนนี้หยะจีบสาวได้จะใด ก็เปิ้นปากั๋นมากด “

Like” หื้อครูลิลลี่หมดบ้านหมดเมือง

สะหล่าซอ มันก็เลยต๊อใจ๋ สาวฟังบ่อได้เป๋นว่าคันหูฟังบ่อฮู้เรื่อง ต้องเล่นหื้ออุ๊ยคนเฒ่าตี่เขาอู้เมือง น่าเอาปี่ซอขว้างลงน้ำเหมือง อนาถใจ๋แต๊แม่วัวลืมตี๋น

คนเมืองบ้านเฮา แต่ก่อนนี้ ปากอมเมี่ยงมือกี๊บปุหรี่ ยาขึ่น ต๋องแห้ง ขี้โย แก่นขาม

ตะวันต๊กดินปั้นข้าวจี่กิ๋นน้ำบ่อถ้าถาม เฮามีเหล้าเถื่อนหนังเผาดำๆ แก้วก๊งแก่นเดียวกิ๋นได้หม๊ดวง

*เกิดเป๋นคนเมืองมีสิ่งใดผ้องหื้อฮักษา หันคนเฒ่าเข้าวัดเข้าวาขนาดศีลห้าเฮายังบ่อมี แหมหน้อยบ่อเมินถ้าเฮาบ่อจ้วยกั๋นในวันนี้ ภาษากำเมืองจะเหมือนบาลี ขนาดตุ๊ปี้ยังแป๋บ่อออก*

 

 

ฟังและร้องตามเนื้อเพลง “ลืมกำเมือง” แล้ว สะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมของคนเมืองสำคัญหลายประการ ที่กำลังเปลี่ยนไป คือ

๑.   การใช้ภาษาพูดและภาษาเขียนที่เปลี่ยนไปจากเดิม เช่น การตั้งชื่อการพูดกลางผสมกำเมือง

๒.   การขาดความนิยมในการเล่นและฟังดนตรีของคนเมืองแต่เดิมมา เช่น ซึ่ง ซอ ปี่ทั้งในงาน “ปอย” และงานทั่วไป

๓.   การละเลยในวัฒนธรรมพื้นบ้านที่ดีงาม เช่น การช่วยเหลือกันทำงาน หรือ “ก๋ารเอาแฮง” การสมาคมเที่ยวหากันในยามหัวค่ำ เจ้าของบ้านก็หาอะไรมาต้อนรับตามสมควร

๔.  การละเลยต่อการเข้าวัด ฟังธรรม และรักษาศีลของชาวคนเมืองรุ่นใหม่วัยทำงาน

๕.   การขาดการรณรงค์ให้พูดและใช้ภาษาเมืองอย่างถูกต้องและเข้าใจความหมาย

๖.   การขาดการสอนภาษาบาลี ผ่านอักษรตัวเมืองอย่างถูกต้องเหมาะสมให้กับนักเรียน ชาวบ้าน และพระสงฆ์ ในฐานะผู้สืบทอดวัฒนธรรม ชี้ให้เห็นว่า พระสงฆ์ไทยในชนบทปัจจุบันไม่เข้าใจภาษาเมือง และไม่เข้าใจความหมายของภาษาบาลี

 

 

 ต่อจากนี้ไปผู้เขียนจะขอหยิบยกประเด็นด้านภาษาพูด คือ “ก๋ารอู้เมือง” มาเขียนอธิบายไว้ในบันทึกต่อไป

หมายเลขบันทึก: 548726เขียนเมื่อ 19 กันยายน 2013 16:53 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 กันยายน 2013 16:53 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง


ความเห็น (6)

เป็นทุนทาง “ศิลปะ + ทุนทางวัฒนธรรม” ที่ดีมากๆๆ นะคะ

ขอบคุณมากค่ะ

ตามมา.รำลึกกำเมือง.ด้วยคนคะ คุณพี่หนาน ^^

ตอนเรียนไปอยู่เจียงใหม่ ลำปางหลายปี ฟังรู้เรื่องอยู่คะ ตอนนี้ลืมหมดแล้ว 

ขอบคุณคุณหมอเปิ้ล และคุณ นีโอ..เบเกอรี่ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยนะครับ

ใช่ครับ เป็นทุนทางศิลปะ+วัฒนธรรมที่นับวันกำลังจะเลือนหายไปจากชุมชนแล้ว

ขอบคุณประสบการณ์ที่แตกต่างของคุณนีโอ..มากครับ

-สวัสดีครับพี่หนาน..

-ชอบ ๆ ๆ ๆ ครับ

-เพลงกำเมืองฟังแล้ว..สะท้อนสังคมปัจจุบัน ฮ่า  ๆ

-รอฟังเพลงม่วน ๆภาษากำเมืองแหมนะครับ

-วันนี้มี"ลูกนมงัว"มาฝาก

-พี่หนานฮู้จักก่อครับ..

ขอบคุณคุณเพชรน้ำหนึ่งครับ ที่เข้ามาให้กำลังใจ แถมมีผลไม้ป่ามาให้อีกต่างหาก 

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี