การรวมตัวกัีนเพื่อหาโอกาส และตลาดให้กับตนเอง แบบนี้เป็นที่น่า ยินดียิ่ง ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่สำหรับคุณมะเดื่อ ดีใจที่เห็น ปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นแล้ว ในชุมชนของไทย

 

14 -18 กันยายน 56 นี้ หากใครผ่านเมืองสามอ่าว แล้วแวะแถว ๆ

บริเวณหน้าสถานีรถไฟกุยบุรี  จะพบกับเต๊นท์จำหน่ายสินค้า OTOP

นานาชนิดให้ได้เลือกซื้อเลือกหากันจุใจ

 

 

้เป็นงาน " จำหน่ายสินค้าภูมิปัญญาและหัตถกรรมพื้นบ้าน " ที่เป็น

OTOP  ติดดาวทั้งสิ้น จาก 40 กว่าจังหวัดทั่วประเทศ ที่รวมตัวกันเอง

โดย...ไม่เกี่ยวกับการนำพา หรือจัดโดยหน่วยราชการใด ๆ ทั้งสิ้น

 

 

ครั้งแรกที่เห็นเต๊นท์ต่าง ๆ ที่นี่ คุณมะเดื่อเข้าใจว่า คงเป็นการจัด

จำหน่ายสินค้าต่าง ๆ โดยหน่วยงานเทศบาลหรือหน่วยงานใดหน่วยงาน

หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมและสนับสนุนผลิตภัณฑ์พื้นบ้านเหล่านี้

เหมือนกับทุก ๆ ครั้งที่จัดให้มีงานจำหน่ายสินค้าต่าง ๆ  ณ บริเวณนี้

 

 

แต่เมื่อคุณมะเดื่อได้พูดคุยกับ " เจ๊เพ็ญ" เจ้าของห่อหมกทะเลย่าง

อันขึ้นชื่อแห่งคลองวาฬ ซึ่งคุ้นเคยกับคุณมะเดื่อเป็นอย่างดี จึงได้ทราบ

ว่า... ผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนทุกร้านในงานนี้ เป็นการรวมตัวของกลุ่มผู้

ผลิตสินค้าชุมชนหรือ OTOP เอง โดยปราศจากการนำพา หรือการ

ประสานงานของหน่วยงานราชการใด ๆ ทั้งสิ้น  ทั้งนี้เพราะผู้ผลิตสินค้า

ชุมชนเหล่านี้  ไม่ปรารถนาที่จะอยู่ในระบบหรือวงจรการนำพาของ

หน่วยงานต่าง ๆ ของทางราชการ ที่มีระบบ  มีกฏเกณฑ์การปฏิบัติ

มากมาย  แต่...หาตลาดรองรับได้ยากเต็มที  หรือบางครั้งก็ถูกปล่อยวาง

หรือจัดหาสถานที่จำหน่ายให้ เช่น การออกร้านต่าง ๆ แต่ นำไปไว้ใน

ที่ที่ผู้คนในงานเดินไปไม่ถึง จึงทำให้ผู้ผลิตสินค้าชุมชนมากมาย ตายไป

กับความชอกช้ำ เพราะถูกทอดทิ้ง และไม่ได้เกิดอีกเลย (หลังจากที่ผู้ที่

ให้การสนับสนุนและส่งเสริมตีจาก เพราะได้ผลงานเป็นที่เรียบร้อยแล้ว)

เหตุนี้ ผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ จึงรวมตัวกันเองโดยประสานงานกันกว่า 40

จังหวัดทั่วประเทศ แล้วหาตลาดหรือสถานที่ที่จะจำหน่ายสินค้ากันเอง

เวียนไปในแต่ละจังหวัด ในแต่ละภาคของไทย

 

 

คุณมะเดื่อเองก็คลุกคลีอยู่ในวงการผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชนพอสมควร 

ทั้งในฐานะวิทยากรสอนอาชีพ และผู้ให้การผลักดันในการรวมกลุ่ม

ก็ทราบดีถึงปัญหาในการที่สะกัดกั้นการเจริญเติบโตของผลิตภัณฑ์

ชุมชนเหล่านี้  ทั้ง ๆ ที่ผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นภูมิปัญญาไทย ที่มีคุณภาพ

สูงทั้งสิ้น แต่กลับไม่ได้รับการผลักดันให้เข้าสู่วงจรสินค้าแนวหน้า

เท่าที่ควรจะเป็น  บางผลิตภัณฑ์กลับจมหายไปกับกาลเวลา ทำให้

น่าเสียดาย และน่าสงสารกลุ่มผู้ผลิตกลุ่มนั้นเป็นอย่างยิ่ง เพราะเสียทั้ง

เวลา ที่สำคัุญ เสียความรู้สึก อย่างแรง...

 

 

จริง ๆ แล้ว คนไทยมีฝีมือและความสามารถในการประดิษฐ์คิดค้นไม่แพ้

ชาติใดในโลกนี้  ดูจากมรดกตกทอดในเรื่องของกิน ของใช้นานาชนิด

ที่เรา ๆ ท่าน ๆ ได้เห็น ๆ กันอยู่  หากได้รับการส่งเสริมอย่างจริงจังและ

ต่อเนื่องแล้วไซร้...เมืองไทย คนไทย คงไม่ต้องเป็นหนี้สินต่างชาติทั้ง

เรื่องเงิน และความคิดอย่างทุกวันนี้เป็นแน่แท้

 

 

ชาวบ้านไม่เก่งเรื่องการค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่เก่งในเรื่องการ

บริหารจัดการ การตลาด จึงทำให้ขาดโอกาสอันดีไปอย่างน่าเสียดาย

แต่ การรวมตัวกัีนเพื่อหาโอกาส และตลาดให้กับตนเอง แบบนี้เป็นที่น่า

ยินดียิ่ง ใครจะคิดอย่างไรก็ช่าง แต่สำหรับคุณมะเดื่อ ดีใจที่เห็น

ปรากฏการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นแล้ว ในชุมชนของไทย เพราะเป็นทางออก

ที่สวยงาม และเป็นการรวมกลุ่มกันเพื่อแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์โดยแท้

อย่างนี้แหละที่คุณมะเดื่ออยากเห็นในสังคมคนไทย ๆ อย่างเรา ๆ 

 

 

ภาษิตที่ว่า " คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย " น่าจะใช้ได้ดีเสมอ 

การรวมตัวกันทำให้เดินหน้าและหาทางออกได้ ถึงแม้จะพบกับปัญหา

ที่เลี่ยงไม่ได้อยู่แล้ว แต่การรวมกันคิด รวมกันแก้ปัญหา ก็สามารถนำพา

ให้รอดพ้นวิกฤตไปได้อย่างงดงาม...อยากเห็นการรวมตัวกันอย่าง

สร้างสรรค์แบบนี้ในอีกหลาย ๆ กิจกรรมในสังคมเรานะ

 

 

เดินมาถึงร้านนี้ คุณมะเดื่อยิ่งชอบใจมาก ๆ เพราะมีพ่อค้า แม่ค้า

ตัวน้อย ๆ คอยบริการลูกค้าอย่างน่ารัก ทั้งสามคนเป็นลูกศิษย์ ของ

คุณมะเดื่อเองจ้ะ...มารับจ้างขายของหลังเลิกเรียน ได้ค่าจ้างคนละ

100 บาทต่อวันทีเีดียวนะ

 

 

โฉมหน้าพิธีกรในงานนี้ เดินประชาสัมพันธ์เชิญชวน และแนะนำสินค้า

ไปทุก ๆ ร้านจ้ะ

 

 

แต่...สองหนุ่มนี่ยืนวางมาดให้ถ่ายรูปได้จ้ะ

 

 

งานยังมีต่อไปจนถึงวันที่ 18 กันยายน 56 จ้ะ ใครบังเอิญผ่านไป

แถว ๆ นั้นก็ขอเชิญแวะชม และอุดหนุนสินค้าชุมชนได้จ้ะ

 

..............................................................